เรียนรู้ ฟินแลนด์ อย่างสร้างสรรค์ (และจริง)

เรียนรู้ ฟินแลนด์ อย่างสร้างสรรค์ (และจริง)
คอลัมน์วิถีทุน: จุมพฏ สายหยุด กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2549
เมื่อหลายสิบปีก่อนมีประธานาธิบดีฟินแลนด์คนหนึ่ง ไปงานเลี้ยงในกรุงวอชิงตันดีซี เล่าให้ฟังว่า ถูกจัดให้นั่งข้างภริยาประธานาธิบดีนิการากัว ก็เลยถูกถามว่ามาจากไหน ผมก็เลยบอกว่า “ฟินแลนด์” เธอก็เลยบอกว่า “อ๋อ สวีเดน” ผมก็บอกว่าไม่ใช่ แล้วก็บอกชื่อเมืองหลวงเฮลซิงกิ ไป เธอก็พูดกลับมาอีกว่าสตอกโฮล์ม ผมก็เลยพยายามพูดชื่อเมืองอื่นๆ ของเรา เธอก็ไม่รู้จักท่าเดียว ผมก็เลยเปลี่ยนเป็นพูดชื่อบริษัทใหญ่ๆ ของเราไปอีกหลายชื่อเธอก็ส่ายหน้า ที่สุดด้วยความหมดหวัง ผมก็เลยโยนชื่อ “มารีเมกโกะ” ลงไป
“มารีเมกโกะ” เธออุทานขึ้นมา พร้อมกับพูดต่อไปว่า “อาร์มี ราเทีย” จากนั้นผมนั่งฟังเธอเล่าเรื่องมารีเมกโกะ อีกครึ่งชั่วโมง โดยที่ผมเองที่เป็นประธานาธิบดีฟินแลนด์ กลับไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับบริษัทนี้ ดังนั้น เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศ ท่านประธานาธิบดีก็เลยไปเยี่ยมบริษัทมารีเมกโกะ
และคุณอาร์มี ราเทีย เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท
ถ้าประธานาธิบดีฟินแลนด์คนนี้มากรุงเทพฯ แล้วไปเดินแถวท่าพระจันทร์ ยันท่าพระอาทิตย์ แล้วไปบอกคนแถวนั้น มาจากฟินแลนด์ เขาจะทึ่งมากที่คนไทยรู้จักฟินแลนด์เป็นอย่างดี โดยจะพูดตอบกลับมาว่า “อ๋อ ปฏิญญาฟินแลนด์” จากนั้นท่านประธานาธิบดีก็คงจะพูดคล้ายๆ กันว่า จากนั้นผมนั่งฟังคนไทยเล่าเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ อีกครึ่งชั่วโมง โดยที่ผมเองที่เป็นประธานาธิบดีฟินแลนด์ กลับไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับปฏิญญานี้เลย เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศถามใคร ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เท่าที่คนกรุงเทพฯ เขารู้
หากช่วงนี้คนไทยจะสนใจเรื่องฟินแลนด์ขึ้นมาบ้างก็ดี ฟินแลนด์เป็นประเทศที่ติดอันดับท็อปเทน ด้านขีดความสามารถ ในการแข่งขันของโลก ทั้งๆ ที่มีประชากรเพียงห้าล้านคน เป็นประเทศที่มีระบบการเรียนการสอนดนตรีคลาสสิก ที่ดีที่สุดในโลก ถึงขั้นที่ว่า คำว่า “ฟินแลนด์” ในวงการดนตรีคลาสสิกมีความหมายถึง “แบรนด์” ชั้นดี ซึ่งเป็นที่ต้องการของโลก นักดนตรีคลาสสิกชั้นนำที่นั่นได้รับการยกย่องเหมือนเป็นวีรบุรุษของชาติ
อีกหนึ่งในแบรนด์ที่มีค่ามากที่สุดในโลก คือโนเกีย เจ้าแห่งเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ ก็เป็นของฟินแลนด์ หรือถ้าจะเอาเรื่องนวัตกรรม ที่เก๋ากึ๊กกว่านั้น ก็คือ ชาวฟินแลนด์ที่ชื่อ Eric Tigerstedt เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีเสียงในฟิล์มภาพยนตร์ขึ้นมา
จะว่าไปแล้ว ก็มีหลักฐานเด็ดชุดหนึ่งที่อาจจะโยงใยได้ว่า รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับฟินแลนด์เป็นพิเศษ นั่นก็คือ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือทีซีดีซี ที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ร่วมกับพิพิธภัณฑ์งานออกแบบแห่งประเทศฟินแลนด์ (Designmuseo) จัดนิทรรศการ มารีเมกโกะ แล้ง หนาว…แต่เร้าใจ (Marimekko-Fablics,Fashion,Architecture) ที่ชั้น 6 ดิเอ็มโพเรี่ยม นิทรรศการนี้เปิดตัวไปตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา และจะแสดงไปจนถึง 18 มิถุนายน ประธานเปิดงานคือ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ก็เหมือนกับนิทรรศการที่ผ่านมาของทีซีดีซี ไม่ว่าจะเป็นอีสาน กันดารคือสินทรัพย์ ,ถอดรหัสดีเอ็นเอญี่ปุ่น ที่ไม่ได้ต้องการเอาของสวยของงาม มาตั้งโชว์ให้ปลื้มกันไปมา แต่ต้องการให้ผู้เข้าชม หันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองถึงสิ่งที่เรามี ไอเดียนี้ได้รับการยืนยันจากคุณอากิโอมิ ฮิราโนะ ผู้อำนวยบริหารการจัดนิทรรศการดีเอ็นเอญี่ปุ่น ที่มาเปิดใจที่ทีซีดีซี เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า
ที่อุตส่าห์ทุ่มเทสร้างฉากฤดูกาลญี่ปุ่นอันตระการตา และตีความพื้นฐานความคิดงานออกแบบของญี่ปุ่นมาถึง 15 สายพันธุ์นั้น เป้าหมายปลายทางไม่ได้ต้องการจะให้มาชื่นชมญี่ปุ่นแต่อย่างใด แต่ให้คนไทยกลับไปค้นหาดีเอ็นเอ งานของแบบของตนเองมากกว่า
ฟินแลนด์ เป็นประเทศที่ต่างจากประเทศต่างๆ ในยุโรป และต่างจากประเทศไทย ผมเลยขอถามท่านผู้อ่านตรงนี้ว่า ในภูมิภาคแถบนี้ ฟินแลนด์ เหมือนที่ใดมากที่สุด ผมจะเฉลยความเห็นของผมในตอนท้าย แล้วมาดูว่าเราคิดตรงกันหรือเปล่า ฟินแลนด์ เป็นประเทศที่อยู่ท่ามกลางจักรวรรดิทั้งหลายนั่นก็คือจักรวรรดิรัสเซีย และสวีเดน จึงถูกสองชาตินี้รุกราน ยึดครอง ครอบงำอยู่เป็นประจำ
แถมในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ยังไปร่วมกับเยอรมนีเรียกได้ว่าเป็นชาติที่โชคร้ายสุดๆ นอกเหนือจากความกันดารหนาวเย็นในระดับขั้วโลก แต่สภาพแวดล้อมแบบนี้กลับสร้างบริษัทออกแบบอย่างมารีเมกโกะ ที่เน้นความสดใสร่าเริง จนเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก
การถูกจักรวรรดิที่มีพลังอำนาจเหนือกว่านี่เอง ทำให้ชาวฟินแลนด์มีความเป็นชาตินิยมสูงมาก ในด้านหนึ่งคือการลุกขึ้นสู้ อีกด้านคือ ความพยายามที่จะถวิลหาเอกลักษณ์ของความเป็นชาติ จะว่าไปแล้วแม้กระทั่งนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ของฟินแลนด์เอง ก็มีแรงขับดันมาจากความเป็นชาตินิยม ที่ไม่ต้องการเป็นเบี้ยล่างใครอีก หรือต้องการที่จะเป็นหนึ่งในโลก
หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง งานออกแบบสมัยใหม่ของฟินแลนด์ ได้กลายเป็นช่องทางแสดงออกถึงความภูมิใจ ในเอกลักษณ์ของชาติที่โหยหามานาน และมารีเมกโกะ ก็เป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนความเป็นฟินแลนด์นี้
คราวนี้มาถึงบทเฉลยว่า ในทัศนะของผมในภูมิภาคนี้ ฟินแลนด์เหมือนใคร ตอนแรกผมนึกถึง “ลาว” แต่ก็ไม่ใช่ถามคนในออฟฟิศก็บอกว่า “สิงคโปร์” ซึ่งผมก็ว่าไม่ใช่อีก แล้วก็นึกถึง “เชียงใหม่” ขึ้นมา เพราะอดีตนครรัฐแห่งนี้ก็โดนกระหนาบจากสยาม และพม่าตลอดมา และมักจะต้านทานกำลังไม่ค่อยไหว แต่ใครไปเดินแถวสวนจตุจักร จะเห็นว่างานฝีมือ งานออกแบบล้วนแต่เป็นล้านนาสไตล์ที่มุ่งสู่การครองใจคนทั้งโลกเช่นกัน ผมจึงไม่ค่อยจะแปลกใจหรอกครับ หากจะมีคนเชียงใหม่สักคน หรือหลายๆ คน มองไปที่ฟินแลนด์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *