เรียนรู้เรื่องทีมจากวงร็อก ดิ อีเกิล (The Eagles)

เรียนรู้เรื่องทีมจากวงร็อก ดิ อีเกิล (The Eagles)
Post Today – “คุณเกรียงศักดิ์ ผมจะประชุมทีมงานกลางปี เลยอยากจะใช้เวลาสักชั่วโมงหนึ่งคุยกันเรื่องของทีมเวิร์ก โดยผมจะนำการประชุมเอง มีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นผู้บริหารระดับสูงเพียงแค่ 6 คนเท่านั้น คุณมีอะไรจะแนะนำไหมครับ” ดัคถามผมหลังจากจบการโค้ชผู้บริหารแบบตัวต่อตัวในสัปดาห์นี้ลง …
“ผมจำได้ว่าเมื่อ 2 ปีก่อนตอนที่วง The Eagles มาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย คุณพาผู้บริหารหลายคนไปชมนี่ ท่าทางเขาจะสนุกกับวงนี้กันนะ” ผมถามเขา

ดัคผงกศีรษะพร้อมกับกล่าวเสริมว่า “เพลง Hotel California ของวงนี้เพราะจริงๆ วงนี้เขาเริ่มก่อตั้งในปี 1971 มีเพลงติดชาร์ตบิลบอร์ดในปี 1975 แล้วแยกวงในปี 1980 แต่พอกลับมารวมกันใหม่ในปี 1993 คราวนี้ดังมากกว่าเดิมในยุค 70 เสียอีก”

ผมพูดออกไปว่า “เสียดายผมไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ต แต่ผมซื้อดีวีดี Eagles Farewell 1 Tour – Live from Melbourne แผ่นลิขสิทธิ์จะมี Bonus Features แถมมาด้วย โดยเป็นการสัมภาษณ์สมาชิก 4 คน ผู้ร่วมก่อตั้งวง โดยทั้ง 4 คนแลกเปลี่ยนความเห็นกันว่าปัจจัยอะไรทำให้วงประสบความสำเร็จ มีแง่คิดดีๆ มากเลยสำหรับการทำงานเป็นทีม

ปกติผมจะเลือกบางตอนจาก Bonus Features นี่มาฉายให้คนที่ผมโค้ชดู ซึ่งมีตอนสัมภาษณ์ 4 นาทีที่ดี โดยผมขอให้คนที่ถูกผมโค้ชตอบคำถาม 3 ข้อหลังการชมวิดีโอคลิปว่า

1.ปัจจัยอะไรที่ทำให้วงนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก

2.มีปัจจัยอะไรที่ทีมงานของเรามีอยู่แล้ว และควรรักษามันไว้

3.มีปัจจัยอะไรที่ทีมงานเรายังขาด และควรเสริมเพิ่มเติม

DVD clip ที่ว่านี้เป็นการสัมภาษณ์สมาชิกทั้ง 4 คน คือ Glen Frey, Don Henry, Joe Walsh and Timothy B. Schmit

เราลองมาดูบทสัมภาษณ์ของพวกเขากันครับ…

เกล็น “พวกเราแต่ละคนมีบุคลิกภาพที่แตกต่างกัน พวกเรามีรสนิยมในดนตรีที่ไม่เหมือนกัน ผมว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีเสน่ห์สำหรับแฟนเพลงของเรา”

ดอน “ผมว่าพวกเราเล่นเข้าขากันได้ดีมากกว่าในยุคสมัย 70 มากทีเดียว”

เกล็น “ดอนเป็นนักร้องนำ และเป็นคนที่แต่งเพลงได้ดีที่สุด”

ทิโมที “ดอนเป็นคนเขียนเพลงที่เพราะมาก แถมยังเป็นนักร้องที่ยิ่งใหญ่ด้วย”

เกลน “ผมชอบร้องประสานกับคนอื่นๆ ผมจะหาจังหวะที่เหมาะที่ผมสามารถจะสอดแทรกประสานเข้าไป แล้วก็ออกมาอย่างนิ่มนวล ผมมีความสุขมากจริงๆ (กว่าการที่จะเป็นคนร้องนำเสียเอง)”

ทิโมที “เกลนเป็นนักดนตรี (มากกว่านักร้อง) เขามีวิธีการนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้กับการรังสรรค์ทำนองเพลงที่ดี”

เกลน “เราพยายามให้มีความหลากหลายในแนวทางเดิม เรายังเล่นเพลงที่โด่งดังของเราด้วยรูปแบบใหม่ๆ เสมอ เรายิ่งเล่นเพลงเก่าของเราด้วยวิธีใหม่ๆ ได้ดียิ่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ”

ทิโมทีกระเซ้าเกลนว่า “ที่จริงแล้วเกลนมีชื่อเล่นว่า The Lone Arranger (นักแต่งเพลงผู้โดดเดี่ยว)”

เกลน “ไม่น่าเชื่อว่าเราจะพัฒนาท่วงทำนองใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ บนเวที ในระหว่างที่เราเล่นกัน ผมเรียนรู้ว่าพวกเราฟังกันและกันมากขึ้น ซึ่งทำให้เราเก็บพัฒนาการใหม่ๆ บนเวทีมาสานต่อ มากกว่าสมัยก่อนในยุค 70 ที่เราเหมือนต่างคนต่างเล่น”

เกลน “โจเป็นมือลีดกีตาร์ประจำวงเรา”

ดอน “โจเล่นกีตาร์เก่งขึ้น เก่งขึ้น ทุกๆ ปี”

ทิโมที “ผมชอบโจตอนที่ใกล้ๆ จะจบเพลง เขาจะเริ่มอินไปกับช่วงจังหวะของเพลง ไม่มีอะไรเยี่ยมกว่านั้นแล้วครับ”

เกลน “ที่ผมชอบเกี่ยวกับโจก็คือ เขาเป็นมือกีตาร์ที่มีความไพเราะ เสียงกีตาร์ของเขาเสมือนบทกลอน”

ดอน “มันสนุกที่ผมได้ดูโจทุกคืน ผมมีความสุขมากกับการดูเขาเล่นคอนเสิร์ตด้วยความมันในอารมณ์”

โจ “ในฐานะที่เป็นมือลีดกีตาร์ มันเป็นสิ่งยอดเยี่ยมมากที่มีนักร้องที่เก่งๆ หลายๆ คนมาร้องให้คุณเล่น ดอนและเกลนเป็นนักร้องผู้ยิ่งใหญ่ เขาทั้งสองคนเหมาะสมมากที่จะยืนอยู่แถวหน้าสุดในฐานะนักร้องนำของวงเรา”

เกลน “ทิโมทีเป็นเสมือนริบบอนที่สวยงามผูกกล่องของเรา เขาเล่นเบสด้วยเสียงทุ้มต่ำ และในขณะเดียวกันก็ใช้โทนเสียงสูงของเขาเสริมประสานเพลงของเราให้แน่นขึ้น”

โจ “ดอนและเกลนมีโทนเสียงที่อยู่ในคลื่นเดียวกัน แต่มีน้ำเสียงที่แตกต่างกัน การที่ทั้งสองคนประสานเสียงได้อย่างลงตัวอย่างเหมาะเจาะ ทำให้ผลลัพธ์ของเสียงร้องนำที่ออกมายิ่งใหญ่กว่าแต่ละคนแยกกันร้อง มันมีส่วนผสมที่เรียกว่า Chemistry ที่ลงตัวกันพอดีจริงๆ”

ฉากตัดมาในขณะที่ดอนกำลังตั้งเสียงของกลองชุดก่อนทำการซ้อม ดอนพูดว่า “นี่คือการตั้งเสียงกลอง เป็นงานที่ต้องอาศัยความประณีตมาก”

เกลน “เราซ้อมกันมาก โดยเฉพาะการซ้อมเสียงร้อง มันไม่ใช่อุบัติเหตุที่เสียงร้องในเพลงของเราออกมาดี”

ดอน “เราซ้อมเสียงทุกวันไม่มีข้อยกเว้น เราจะลงไปที่สถานที่แสดงก่อนเล่นเพื่อซักซ้อมจนมั่นใจในทุกรายละเอียด เราก็จะพบจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขทุกครั้ง แต่ว่าเราจะทำการซักซ้อมและตรวจสอบด้วยความจริงจัง แบบที่เราเรียกว่า มืออาชีพ”

เกลน “คุณอาจจะบอกได้ว่า แหม ก็พวกเราเป็น The Eagles แล้วนะซี จะพูดอย่างไรก็ได้

ที่จริงแล้ว เราทำงานนี้ด้วยความสนุกที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ที่เก่งๆ และมีโอกาสได้ออกคอนเสิร์ตด้วยความสนุกสนานทุกๆ วัน”

ดอน “เราจะทำคอนเสิร์ตอำลาไปเรื่อยๆ เพียงแค่เราใส่หมายเลขลงไปเท่านั้น”

เกลน “เราเป็นวงดนตรีร็อกอเมริกัน เราผสมผสานดนตรีที่เราได้ฟังได้ยินมา เรายังรักในสิ่งที่เราทำ และยังไม่รู้สึกเบื่อเลย”

ดอน “การที่เราออกไปทำอัลบั้มเดี่ยว แล้วนำกลับมาเล่นในคอนเสิร์ตของวงเป็นสิ่งที่ดี มันเป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละคนลองออกไปแสวงหาตัวตนที่เป็นปัจเจกชนของเขาดู เพลงส่วนใหญ่ที่พวกเราออกไปเล่นกันในฐานะศิลปินเดี่ยว สามารถจะเป็นเพลงของวงได้เกือบทั้งนั้น”

เกลน “ผมว่านั่นเป็นเสน่ห์ของวงเรานะครับ คอนเสิร์ตของเราเหมือนกับว่ามีการแสดง 4 วงมาเล่นรวมกัน มีทั้งวง The Eagles วงของดอน วงของเกลน และคนอื่นๆ ผมว่ามันมีความหลากหลายที่กลมกลืนดี”

ดอนกล่าวติดตลกทิ้งท้ายว่า “มันเลยทำให้การแสดงของเราร่วม 3 ชั่วโมง”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *