เราสามารถเรียนรู้อะไรจากทีวีได้บ้าง

เราสามารถเรียนรู้อะไรจากทีวีได้บ้าง
Post Today – “สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้คุณเกรียงศักดิ์มีความสุขมากๆ นะคะ” แพท ซึ่งเคยเป็นลูกน้องเก่าโทร.มาอวยพรปีใหม่ …
“ปีใหม่นี้มีอะไรจะแนะนำแพทได้บ้างคะ”

“แพท ปีนี้ผมคงต้องแนะนำคุณมากกว่าจะอวยพรปีใหม่อย่างเดียวนะครับ”

“ทำไมหรือคะ”

“ผมขอยกคำพูดของ โรเบิร์ต คูเปอร์ ซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษาทางด้านกิจการระหว่างประเทศของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี แบลร์ โรเบิร์ตเขียนหนังสือที่น่าสนใจเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า The breaking of the Nations ในหนังสือเขาบอกว่า โลกเราทุกวันนี้มันเลวร้ายขึ้นทุกๆ วัน เราอาจจะไม่สนใจความสับสนวุ่นวาย (ไม่อยากให้ความสับสนเกิดกับเรา) แต่ว่าเจ้าความสับสนนี่มันดันสนใจเราทุกคนนี่ซี

ถ้าแพทลองมองสถานการณ์ในบ้านเมืองเราใน 18 เดือนที่ผ่านมา เราได้ผ่านประสบการณ์ที่เราไม่เคยพบมาก่อนมากมายอย่างที่คาดไม่ถึง โลกมันกำลังเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งประเทศไทยด้วย แต่ว่าเราอาจจะคิดไปว่าโลกมันกำลังสับสน ที่จริงแล้วประเทศไทยเราก็ไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้นแต่อย่างใด”

“ก็ถูกนะคะ แล้วดิฉันควรจะทำอย่างไรดีละคะ เอาแบบตรงๆ เลย”

“ในแง่ของการทำงาน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป อะไรๆ มันก็จะไม่ง่ายเหมือนในอดีตแล้วละ ข้อแนะนำประการแรกเลยก็คือ คาดหวังว่าจะเจอกับสิ่งที่ไม่คาดหวัง (expect unexpected) ผมชอบชื่อหนังสือของอดีตผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อินเทล แอนดี้ โกรฟ ที่ชื่อว่า ผู้ตื่นตัวเท่านั้นที่อยู่รอด (only paranoid survive)

ซึ่งนำไปสู่ข้อแนะนำประการที่ 2 คือ ถ้าคุณล้มเหลวในการเตรียมตัว ก็เตรียมตัวไปพบกับความล้มเหลวได้เลย (If you fail to prepare, prepare to fail) คุณต้องวางแผนหลายๆ ฉากหน่อย ในการวางแผนการทำงาน ผมต้องคิดถึง 3 ฉาก (scenario)

ฉากแรกเลย คือฉากปกติ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราต้องดำเนินการอย่างไร ฉากที่ 2 ก็คือ ถ้าสถานการณ์มันเลวร้ายที่สุด จะเกิดอะไรขึ้น เราจะทำอย่างไร และฉากที่ 3 ก็คือ ถ้าเกิดมันดีเลิศแบบสุดๆ ล่ะ เราจะทำอย่างไร

ข้อแนะนำประการที่ 3 ก็คือ เราต้องยุติการทำงานแบบสบายๆ ได้แล้ว เราต้องเผชิญกับความเป็นจริงว่าโลกของการทำงานนั้นจะยากขึ้น หากเรารักสบายก็ยากที่จะเอาตัวรอดได้

แต่ว่างานก็อาจจะมีความสนุกได้แม้ว่าอาจจะไม่สบาย ความสนุกในการทำงานหมายถึงการที่เราได้ใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และพรสวรรค์ของเรากับงาน จนกระทั่งสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในงานของเรา”

แพแทรกขึ้นมาว่า “ที่จริงแพทก็อยากปฏิบัติตามที่แนะนำนะคะ แต่ว่าที่องค์กรของแพทซีคะ คนที่นี่ไม่ค่อยจะกระตือรือร้นกันเลย เขาอยู่กันแบบสบายไปวันๆ หนึ่ง รวมทั้งนายด้วย เขาก็ทำงานตามที่ได้รับคำสั่งมาให้ทำนั่นแหละ ดูเหมือนว่าที่นี่คนส่วนใหญ่จะติดกับดับของความสบาย (trap in comfort zone) ไปแล้วล่ะค่ะ”

“ผมจะเล่าเรื่องของแดจังกึม ภาพยนตร์ชุดชื่อดังของเกาหลีทางทีวีที่จบไปแล้วให้ฟัง ซึ่งผมดูมาจากดีวีดีที่ช่อง 3 เขาทำออกมาขาย

ก่อนอื่นขอปูพื้นเรื่องของแดจังกึมหน่อยนะ เมื่อ 500 ปีที่แล้ว ในเกาหลีในยุคราชวงศ์โชซุน ในยุคนั้นยังเป็นยุคที่มีฐานันดร โดยที่ผู้มีอำนาจในวังหลวงส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ชื่อ จอมนางแห่งวังหลวง ใช้ฉากภายในวังเป็นตัวดำเนินเรื่อง

เรื่องนั้นเป็นเรื่องราวของสตรีคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กหญิงสามัญชนที่ต่อสู้ฟันฝ่าจนกระทั่งได้เป็นหมอหลวงสตรีคนแรกในเกาหลี เป็นเรื่องราวของการต่อสู้ ความบากบั่น และมุมานะที่ดีมาก เธอไต่เต้าจากนางกำนัลมาเป็นแม่ครัว จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ครัวให้กับพระราชา หลังจากนั้นก็ได้เป็นหมอหลวง และได้รับการขนานนามว่า จังกึมผู้ยิ่งใหญ่จากพระราชา

ในตอนที่ 7-8 จังกึมช่วยเหลือเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งทำไก่ทองหาย ไก่ทองเป็นของบรรณาการจากประเทศจีนให้พระราชาเกาหลี เพื่อเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร เพื่อนจังกึมทำหายไป ซึ่งเพื่อนเธอจะออกไปตามหานอกเขตวังหลวง จังกึมจึงอาสาจะออกไปด้วย ในที่สุดเพื่อนเธอก็สามารถกลับมาวังหลวงได้ แต่ว่าจังกึมถูกจับ

การหลบออกจากวังหลวงมีโทษเรื่องใหญ่ คือต้องถูกไล่ออกจากวังไปเลย แต่ว่าหัวหน้าจังกึมไปขอลดโทษ โดยยอมที่จะไม่ถูกโปรโมตเป็นเวลา 3 ปี

จังกึมจึงถูกลงโทษโดยการส่งไปอยู่ยังแผนกสมุนไพรโดยไม่มีกำหนด แผนกนี้อยู่นอกพระราชฐาน เป็นที่อยู่สำหรับคนที่โดนลงโทษ หรือโดนลดขั้น เป็นสุสานคนเป็นนั่นเอง ทุกคนไม่มีอนาคต อยู่ไปแบบวันๆ

เมื่อจังกึมมาถึงครั้งแรกปรากฏว่ามีแต่คนไม่ทำอะไร บางคนก็นอน บางคนก็นั่งดื่มสุรา ดูแล้วน่าหดหู่เป็นยิ่งนัก

เมื่อพบหัวหน้าแผนก เขาก็บอกว่า ให้มาอยู่ที่นี่ไม่ต้องทำอะไร อยู่ไปวันๆ

แต่ว่าเพชรก็คือเพชร จังกึมอดรนทนไม่ได้ เมื่อมาอยู่ก็ลองฝึกฝนปลูกสมุนไพร ด้วยการเรียนรู้จากการอ่านตำราด้วยตนเอง ลองผิดลองถูกไปเรื่อย แรกๆ ก็ท้อ เพราะดูเหมือนว่าจะปลูกไม่สำเร็จ แต่ด้วยความมานะบากบั่น เธอจึงค่อยๆ ไปตะล่อมถามหัวหน้าและคนอื่นๆ

หัวหน้าเธอก็มากำชับเธออีกว่าไม่ต้องทำอะไร เธอบอกกลับไปว่า ข้าพเจ้าเป็นข้าราชการ กินเงินเดือนหลวง จะให้มานั่งๆ นอนๆ โดยไม่ทำอะไรแบบท่านนั้น ข้าพเจ้าทำไม่ได้หรอก

ในที่สุดเธอก็สามารถปลูกสมุนไพรที่หาได้ยากมากชนิดหนึ่งสำเร็จ ในที่สุดทางวังหลวงทราบ เธอจึงได้กลับมาทำงานในหน้าที่เดิมอีก

แพท ถ้าเธอเป็นเพชร เธออยู่ที่ไหนก็เป็นเพชร อย่าให้คนขี้เกียจคนอื่นๆ มาเป็นข้ออ้างเพื่อเธอจะขี้เกียจบ้าง เธอมีโอกาสเลือกที่จะขยันหรือขี้เกียจ เธอเป็นคนที่ตัดสินใจเลือก ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมกำหนดให้เธอเป็น”

“แหม แพทอยากให้ผู้ผลิตทีวีของไทยผลิตรายการดีๆ แบบนี้ออกมาบ้างจังค่ะ” เธอจบด้วยการถอนหายใจเฮือกใหญ่

ในที่สุดเธอก็สามารถปลูกสมุนไพร

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *