เมื่อพี่โค้ชน้อง

เมื่อพี่โค้ชน้อง
Post Today – เจนสบายดีมั้ย” นิคมถามน้องสาว “ไม่ไหวเลยพี่ เบื่อนายคนนี้มาก ทั้งๆ ที่เพิ่งย้ายมาที่ใหม่แค่หกเดือน อนุรักษนิยมที่หนึ่ง ไม่สอนอะไรเลย มอบหมายงานก็ไม่บอกว่าจะเอาอะไร เพราะอะไร แล้วต้องทำอย่างไร มีแค่บอกว่าด่วนกับด่วนที่สุด เวลาทำดีไม่มีชม พลาดละก็ประจานหน้าธารกำนัลเลย พูดง่ายๆ คือมีวิธีไหนที่จะทำให้ขายหน้าได้นายคนนี้ทำหมด …
ผิดกันกับนายเก่าที่บริษัทเดิม เจนไม่มีความสุข หมดไฟเลย เพราะนายคนนี้แท้ๆ”

นิคมทวนสิ่งที่เขาได้ยิน “ที่เจนกำลังบอกพี่คือ ทำงานกับนายที่แย่ๆ ทำให้ชีวิตเศร้าหมองลงไป ผลงานก็เลยตกต่ำเพราะนายคนนี้ใช่ไหม”

“อย่างน้อยยังมีพี่ที่ฟัง ไม่เหมือนนายของเจน ไม่เคยฟัง หากเจนเห็นไม่ตรงกับเขา เขาก็บอกว่าวิธีของเจนไม่เวิร์กที่นี่ จบ
พี่ต้องมีประสบการณ์แบบเจนมาบ้างละ ทำไงดีคะ”

“พี่เคยย้ายงานมาจากนายคนเดิมที่เก่งและดีมากๆ ชื่อระวี มาทำงานกับนายคนใหม่ที่ทำงานใหม่ ซึ่งเป็นคนที่ไม่ยอมฟังพี่เลย แถมยังเผด็จการ สั่งลูกเดียว นิคมทำโน่น นิคมทำนี่ ไม่เคยอธิบาย

พี่กลับไปปรึกษาคุณระวี ในใจก็คิดลึกๆ ว่าคุณระวีอาจจะเห็นใจ ชวนกลับไปทำงานที่เดิม

คุณระวีไม่ได้ชวนกลับไปหรอก แต่ว่าเขาให้บทเรียนที่ดีมากกับพี่

เขาบอกว่า ก่อนอื่นเลยเขาต้องขอโทษที่ดูแลพี่ดีเกินไป ทำให้พี่เสียนิสัย เมื่อพี่เล่าให้คุณระวีฟังว่านายใหม่มีความเห็นในเรื่องจุดอ่อนของงานบางอย่าง คุณระวีก็ยืนยันว่า ที่จริงในช่วงที่พี่ทำงานกับเขานั้น พี่ก็พลาดเหมือนกัน เพียงแต่ว่าคุณระวีเขาบอกเองว่าเขาไม่ชอบเผชิญหน้า เลยไม่ยอมบอกจุดอ่อนให้พี่ฟัง โดยที่เขายอมประนีประนอมคุณภาพของงานลงไป

พี่นี่อึ้งเลย เพราะคิดว่าตนเองเก่งไม่มีที่ติ ที่ไหนได้ เราหลงตัวเอง เข้าใจผิดนี่นา พี่เริ่มมองตัวเองด้วยใจเป็นกลาง และยอมรับว่าเราก็มีจุดอ่อนพอสมควร

คุณระวียังแนะนำอีกว่า พี่คิดผิดที่บอกว่านายใหม่เป็นสาเหตุทำให้ผลงานตกต่ำ

คุณระวียกคำพูดของนางอีลีนอร์ รูสเวลต์ ภรรยาอดีตประธานาธิบดีของอเมริกา แฟรงกลิน ดี รูสเวลต์ที่บอกว่า ไม่มีใครทำร้ายจิตใจเราได้หากเราไม่อนุญาต”

“ฉันนึกออกแล้วละ สตีเวน โควีย์ เขียนในหนังสือ 7 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง”
เจนใช้ความคิดกับเรื่องที่ได้ฟัง สักพักก็อุทานออกมาด้วยความลิงโลดว่า “จริงซี ไม่ใช่นายเจนหรอกที่ทำร้ายจิตใจเจน เจนเองต่างหากที่เป็นผู้อนุญาตตัวเองให้เสียความรู้สึก ว้าว!”

นิ่งไปอีกพักก่อนจะถามต่อ “ฉัน Get แล้วพี่ ฉันเป็นเหยื่อของความคิดตนเอง แล้วจะแก้ไขอย่างไรดีคะ”

“อย่างแรกเลยนะเจน ไม่ใช่หน้าที่ของเจนที่จะไปเปลี่ยนแปลงนาย ที่จริงไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่จะไปตัดสินหรือประเมินเขาอีกด้วยละ เจนต้องบริหารและวัดผลงานของลูกน้อง ต้องรู้ให้ชัดว่าบทบาทเราคืออะไร

อย่างที่สอง ไม่มีนายที่แย่ๆ หรอก มีแต่นายที่สไตล์ต่างกับเรา มันยากที่จะไปเปลี่ยนแปลงเขา แต่ว่าง่ายกว่านะ ถ้าเจนจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

“หมายความว่ายังไงพี่ เจนไม่ผิดซักหน่อย นายต่างหากที่ต้องเปลี่ยน”

“นี่เธอกำลังตัดสินนายเธออีกแล้ว เจนบอกว่าเป็นความผิดของนาย เธอจะได้ไม่ต้องทำอะไรใช่ไหม”

“ใช่คะพี่ เจนผิดไปแล้ว เจนปกป้องตัวเองมากไปหน่อย แหมก็มันยากนี่คะที่เจนจะบอกว่า เจนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วย

เอาละคะเจนยอมรับ แล้วเจนจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไรละคะ”

“เจนสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สองอย่าง

อย่างแรก เจนต้องเปลี่ยนมุมมอง อย่าไปเปรียบเทียบกับนายคนเก่า คนเราต่างจิตต่างใจ ไม่เหมือนกัน ต้องยอมรับนายใหม่อย่างที่เขาเป็น มองที่จุดดีของเขา มองข้ามจุดอ่อน ไม่มีใครไม่มีจุดอ่อนเพียงอย่าเดียว เราสามารถที่จะเรียนรู้จากคนทุกคนได้ มองหาให้เจอ อย่างน้อยเธอก็เรียนรู้แล้วว่า วิธีบริหารคนที่ไม่ดีเป็นอย่างไร

อย่างที่สอง ปรับเปลี่ยนวิธีการ มองหาหนทางใหม่ๆ มาทำงาน อย่าใช้แต่แนวทางแบบเดิม ใช้ความคิดสร้างสรรค์มองหานวัตกรรมใหม่ๆ มาทำงาน ก็ถือเป็นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่ดีออก”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *