เมื่อต้องอยู่กับผู้บริหารขี้อิจฉา

เมื่อต้องอยู่กับผู้บริหารขี้อิจฉา
ก้าวไกลวิสัยทัศน์ : ดร.บวร ปภัสราธร กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2549
ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ความอิจฉาไม่ใช่คุณสมบัติของผู้บริหารที่ดีอย่างแน่นอน แต่ใครจะไปคิดว่า ความอิจฉาของผู้บริหารนั้น แทนที่จะมีผลกับคู่แข่งขันในระดับเดียวกัน กลับกลายเป็นว่าลูกน้องที่ต้องทำงานกับผู้บริหารคนนั้นแหละ ที่เป็นผู้รับกรรมจากความอิจฉา ดังนั้น ถ้ารู้ตัวว่าต้องทำงานอยู่กับผู้บริหารขี้อิจฉาแล้ว คงต้องหาทางอยู่ร่วมกัน โดยไม่ทุกข์ร้อนมากเกินไปนัก ถ้าจะให้ดีขอให้ย้ายหน่วยงานหนีไปเลย เพราะการทำงานร่วมกับผู้บริหารขี้อิจฉานั้น ยากเย็นยิ่งนัก ยากกว่าการทำงานกับผู้บริหารขี้โมโหหลายเท่า เพราะผู้บริหารขี้อิจฉานั้น เป็นผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์อยู่อย่างครบถ้วนบริบูรณ์คือ ขี้อิจฉาเพราะความสามารถไม่เพียงพอ แข่งขันกับคนอื่นไม่ได้ ใครได้ดีก็เลยอิจฉาเขาไปหมด ขี้อิจฉาเพราะไม่รู้หน้าที่ของตนเอง เลยอิจฉาทุกคนที่ทำงานตามหน้าที่ไปเสียหมด
ผู้บริหารขี้อิจฉายังมีลักษณะปากกับใจไม่ตรงกันอีกด้วย นอกจากนั้น ยังเป็นผู้ที่ได้รับตำแหน่งโดยใช้เส้นสาย ไม่ได้มาจากฝีมือ จึงมักคุยโวโอ้อวดในเรื่องความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ของตนเองอยู่เสมอ ผู้บริหารขี้อิจฉาส่วนใหญ่ยังเป็นคนขี้เกียจ ไม่ชอบทำงานยากๆ ทำแต่เรื่องง่ายๆ ใครก็ตามที่โชคร้ายต้องทำงานกับผู้บริหารขี้อิจฉา จึงเสมือนหนึ่งว่าต้องทำงานกับผู้บริหารที่มีคุณลักษณะแย่ๆ หลายคนไปพร้อมๆ กัน ความยากเย็นในการทำงานจึงมีมากมายนัก
ถ้าหนีไม่รอดต้องจำใจทำงานกับผู้บริหารขี้อิจฉาแล้ว ขอให้ทำใจไว้ก่อนเลยว่า หน้าที่การงานที่ตนเองรับผิดชอบดูแลอยู่นั้น จะให้ได้ผลดีที่สุดเห็นจะเป็นไปไม่ได้ ขอให้พยายามมองดูว่าทำงานได้แค่ไหนแล้วจะพออยู่รอดไปได้ กำหนดระดับต่ำสุดของหน้าที่การงานเท่าที่จำเป็นต้องทำจริงๆ เอาไว้ แล้วบอกตนเองว่า จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย
ซึ่งก็คือการที่บอกให้ตัวเองรู้ว่า ระดับต่ำสุดและระดับสูงสุดของความสำเร็จในการทำงานในกรณีนี้จะอยู่ที่ใด อย่าพยายามริเริ่มงานใหม่ด้วยตนเองอย่างเด็ดขาด จงทำแต่งานเดิมๆ ประคองตัวไว้ก่อน รอจนกว่าวันหนึ่งจะมีผู้บริหารคนใหม่มาแทนคนขี้อิจฉาคนนั้น
ผู้บริหารขี้อิจฉาที่ไร้ความสามารถนั้น ทำงานไม่เป็น ไม่รู้หน้าที่ของตน ทุกวันในการทำงานจึงดูวุ่นวายไปหมด สั่งงานแบบเปะปะ เช้าสั่งให้ทำอย่างหนึ่ง บ่ายก็เปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหนึ่ง ดังนั้น ถ้าอยากอยู่รอดก็ให้ทำตามคำสั่งไปเรื่อยๆ สั่งอะไรก็ทำตามนั้น จะเสร็จหรือไม่เสร็จไม่ต้องวิตกเพราะสิ่งที่ทำวันนี้นั้น พรุ่งนี้ก็ต้องเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นตามคำสั่งแล้ว ทำงานแค่ดูให้เห็นว่าทำ แต่ไม่ต้องมุ่งมั่นให้เกิดความสำเร็จ
ซึ่งหลายคนถ้าทำงานแบบนี้ไปนานๆ ความรู้สึกแย่ๆ ก็จะเกิดขึ้น เพราะโดยปกติแล้ว ทุกคนที่ทำงาน ย่อมอยากให้เกิดความสำเร็จ ถ้าเริ่มรู้สึกเช่นนี้ก็ขอให้นึกว่าวันหนึ่งๆ ย่อมมีทั้งกลางวันและกลางคืน และในช่วงกลางคืนก็มีงานหลายอย่างที่เราทำให้ดีที่สุดไม่ได้ ต้องรอให้ถึงกลางวันเสียก่อน ขอให้คิดเปรียบเทียบต่อไปว่าตอนนี้เรากำลังทำงานอยู่ในช่วงค่ำคืนที่มืดมิด แต่วันหน้ากลางวันที่สว่างไสวก็จะกลับมา ขอเน้นว่าอย่าขยันกว่าผู้บริหาร ให้พยายามขี้เกียจไว้ก่อนเพราะขี้เกียจแล้ว อย่างมากก็โดนแต่คำด่าจากผู้บริหาร แต่ถ้าขยันมากกว่าแล้วจะโดนริษยา ซึ่งคราวนี้ทำงานด้วยกันยากกว่ามาก
ผู้บริหารขี้อิจฉาส่วนใหญ่แล้วปากกับใจไม่ตรงกัน ลูกน้องจึงต้องเป็นนักคิดเชิงวิเคราะห์ ได้ฟังอะไรมากจากผู้บริหาร ก็อย่าพึ่งเร่งด่วนหาข้อสรุป ต้องมองบริบทที่เกี่ยวข้องรอบๆ ตัวมาใช้ประกอบการแยกแยะให้เห็นความจริงว่า คำกล่าวของผู้บริหารนั้น มาจากความจริงใด โดยต้องไม่ยึดติดกับคำพูดของผู้บริหารมากเกินไป ให้นึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นเสมอ ถ้าจะให้ได้ความจริง ต้องรวบรวมคำพูดในวาระต่างๆ มาประมวลร่วมกันจึงจะเห็นความจริงว่าอะไรเป็นอะไร
ผู้บริหารขี้อิจฉาพูดเรื่องใดเรื่องหนึ่งสิบครั้ง จะไม่เหมือนกันสักครั้งเดียว ซึ่งเมื่อทราบความจริงแล้ว ก็ขออย่าได้แสดงให้ผู้บริหารเห็นว่าเรารู้ทันแล้ว เพราะถ้ารู้ตัวเมื่อใดว่าคนอื่นรู้ทันตนเอง ผู้บริหารก็จะเกรี้ยวกราด แล้วหาทางเล่นงานคนรู้ทันอย่างเอาเป็นเอาตาย ดังนั้น เวลาจะทำอะไร ก็ขอให้อ้างไปก่อนว่า มาจากความคิดเห็นของท่านผู้บริหารนั่นแหละ แต่ต้องไม่ลืมด้วยว่าถ้างานใดพลาดมีหวังโดนเล่นงานจากผู้บริหารทันที
ผู้บริหารขี้อิจฉา มักได้ตำแหน่งมาจากการใช้เส้นสายจึงไม่รู้หน้าที่ของตนเอง ทำให้มีงานนอกเหนือหน้าที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เป็นงานที่ทำเพื่อเอาใจเส้นสายบ้าง เป็นงานที่ทำตามคำคุยโวโอ้อวดบ้าง ดังนั้น ถ้าอยากได้ดีจากผู้บริหารขี้อิจฉา ก็ให้เสนอตัวเข้าช่วยทันที แต่ช่วยแล้วอย่าทำให้ผลงานดีเกินไป ทำให้บกพร่องเอาไว้บ้าง เพราะผู้ที่เป็นเส้นสายจะได้ไม่เห็นว่าเราเป็นคนมีฝีมือ จะได้ไม่ต้องมาส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้า เพราะพูดจาอะไรกับผู้บริหารเกี่ยวกับความมีฝีมือของเราเมื่อใด เมื่อนั้นเราก็จะกลายเป็นเป้าหมายของความอิจฉาทันที
ทำงานแล้วอย่ายกยอ อย่าด่าเส้นสายให้ผู้บริหารได้ยินเด็ดขาด เพราะเส้นสายเป็นความไม่แน่นอน วันหน้าผู้บริหารขี้อิจฉา อาจจะเห็นว่าเส้นสายหันไปส่งเสริมคนอื่น คำยกยอก็จะกลายเป็นคำด่าทันที ดังนั้น ทำงานไปอย่างเดียว อย่าสนับสนุน อย่าคัดค้านใดๆ แล้วจะไปรอดได้ดีที่สุด
ความยากลำบากที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังไม่ยากเท่ากับการที่จะปกปิดความรู้สึกสมเพชที่มีต่อตัวผู้บริหารขี้อิจฉานั้น ซึ่งจะแสร้งทำอย่างไร สายตาท่าทางก็จะบ่งบอกออกมาจนได้ ซึ่งสุดท้ายก็ไม่แคล้วที่จะโดนอิจฉาไปกับเขาด้วยอีกนั่นแหละ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *