เภสัชพันธุศาสตร์ไทยรุดหน้า

เรื่อง เภสัชพันธุศาสตร์ไทยรุดหน้า

From Bangkokbiznews

“เภสัชพันธุศาสตร์” ก็เป็นผลพวงหนึ่งจากการถอดรหัสพันธุกรรม ที่ช่วยให้แพทย์สามารถปรับขนาดการให้ยาได้เหมาะสม รวมทั้งย่นเวลาค้นหาและพัฒนายาใหม่

เภสัชพันธุศาสตร์ หรือ Pharmacogenomics เกิดจากการผสานของเภสัชศาสตร์กับความก้าวหน้าด้านข้อมูลพันธุกรรมหรือจีโนม ที่เน้นลงลึกถึงระดับพันธุกรรม ดีเอ็นเอจนถึงสนิปส์ ซึ่งเป็นความแตกต่างเพียง 0.1% ของรหัสพันธุกรรมมนุษย์ นอกจากจะนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ประสิทธิภาพสูง ยาเฉพาะบุคคล ยังเป็นประตูสู่การรักษาโรคที่เกิดจากความผิดปกติระดับพันธุกรรมของแต่ละบุคคล ผลงานวิจัยด้านเภสัชพันธุศาสตร์ของไทยปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง และสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาการแพทย์ของไทย ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โครงการเภสัชพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นโดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (ทีเซลส์) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2547 โดยเน้นวิเคราะห์วิจัยหายีนแพ้ยาชนิดต่างๆ เพื่อคัดกรองผู้ป่วย ลดความเสี่ยงการดื้อยา ประหยัดต้นทุนการรักษา และที่สำคัญประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น ยีนแพ้ยาเอดส์-ยาเคมีบำบัด นักวิจัยโครงการฯค้นพบ “ยีนแพ้ยาเอดส์” หรือยาเนวิราปิน เป็นครั้งแรกของโลกในช่วงปลายปี 2550 และ ในปี 2551 ผู้ป่วยเอดส์ในโครงการบัตรทองถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้ใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้นี้ เมื่อแพทย์นำไปตรวจคัดกรองผู้ป่วยเอดส์ ก่อนสั่งจ่ายยาเนวิราปิน ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อยาหลักของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงช่วยลดงบประมาณของ สปสช. ได้ประมาณปีละ 5,800 ล้านบาท ขณะที่ รศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, นักวิจัยในโครงการฯวิจัยหาความสัมพันธ์ของผลทางพันธุกรรม ต่อการดำเนินไปของโรคเบาหวานในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเด็ก ที่ได้รับยาเคมีบำบัด แอล-แอสเพอราจิโนส (L-Asperaginose) ทำให้พบยีนที่เกี่ยวข้องกับเซลล์เบต้าในตับอ่อน และนำมาใช้ตรวจคัดกรองผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว มีโอกาสหายขาดถึง 80% ด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด แต่การรักษานี้อาจมีผลเสียต่อตัวผู้ป่วยเอง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว งานวิจัยในผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว 130 คนพบว่า แม้จะหายขาดจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ป่วยยังมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นผลจากยาเคมีบำบัดเข้าไปทำลายตับอ่อน ส่งผลให้ยีนแพกซ์ 4 (PAX4) ในตับอ่อนเกิดความผิดปกติ และก่อให้เกิดเบาหวาน องค์ความรู้นี้ช่วยให้การรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกุมารแพทย์นำมาใช้ตรวจคัดกรอง เพื่อเฝ้าระวังหาคนไข้ที่มียีนแพกซ์4 ตรวจเลือดลดเสี่ยงเด็กดาวน์ จากความสำเร็จในการพัฒนาเทคนิคตรวจโรคทางพันธุกรรมของทารกในครรภ์ โดย น.พ.ตวงสิทธิ์ วัฒกนารา สาขาวิชาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำเซลล์และสารพันธุกรรมอิสระของทารก ที่อยู่ในกระแสเลือดของมารดา มาส่งแล็บตรวจวินิจฉัยความผิดปกติ โดยไม่ต้องเจาะถุงน้ำคร่ำ เนื้อรก เลือดในรกหรือชิ้นเนื้อจากอวัยวะจำเพาะของทารก มาตรวจหาความผิดปกติ จึงลดเสี่ยงต่อการแท้งบุตร เทคนิคใหม่อาศัยการตรวจสอบปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอร์เรส ฟลูออเรสเซนต์แบบเรียลไทม์ โดยใช้พลาสมาหรือซีรั่มของแม่ในปริมาณเพียง 0.4 มิลลิลิตร สามารถตรวจคัดกรองความผิดปกติของเด็กทารก ไม่ว่าจะเป็น ดาวน์ซินโดรม ธาลัสซีเมีย และความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น โรคไตรโซมี่ 13,18 โรงพยาบาลศิริราชนำเทคนิคใหม่ มาตรวจสอบเฉพาะบางกรณีที่พบว่ามีแนวโน้ม ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยก็ตั้งเป้าที่จะไปให้ถึง คือการตรวจโดยใช้เลือดแม่เพียง 1 หลอด สามารถที่จะตรวจพันธุกรรมต่างๆ ของทารกในครรภ์ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังเป็นเป้าหมายที่ต้องใช้เวลากว่าจะไปให้ถึง ถือเป็นความก้าวหน้าที่ทางทีมวิจัยไทยยังคงต้องพัฒนาต่อไปในปีนี้ นอกจากผลงานวิจัยของหน่วยงานวิชาการต่างๆ ธุรกิจเอกชนก็เข้ามามีบทบาทในแง่ของเภสัชพันธุศาสตร์อย่างมาก โดยทยอยเปิดตัวบริษัทรับตรวจพันธุกรรมเสี่ยงโรคร้าย ขณะที่ บริษัทยาเชนต่างประเทศอย่าง โรช ไดแอกโนสติกส์ ก็โดดลงมาเล่นในส่วนนี้ โดยวิจัยและพัฒนาชิพตรวจรูปแบบของสนิปส์ ที่เป็นตัวบ่งชี้การดื้อยา แพ้ยาชนิดต่าง ๆ “เห็นได้ชัดว่า ในปี 2551 เภสัชพันธุศาสตร์ของไทยเดินหน้าไปแบบก้าวกระโดด เราสามารถสร้างองค์ความรู้จากเทคโนโลยีใหม่ ที่นำมาใช้ประโยชน์ให้กับคนไทย ประเทศไทย ยกระดับการแพทย์และสาธารณสุขของเราเอง และในปี 2552 ความก้าวหน้าเหล่านี้ก็จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง” รศ.ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ ผู้อำนวยการโครงการเภสัชพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าว

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *