เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

________________________________________
ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น มักสร้างความสูญเสียส่งผลกระทบต่อพืชผลการเกษตรสร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรและจากอุทกภัย ในประเทศไทยที่เกิดขึ้นทุกปี และมักเกิดขึ้นซ้ำในบริเวณเดิมเสมือนกับการต้องเริ่มฟื้นฟูอาชีพใหม่

ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นฟูอาชีพใหม่ ผู้ประสบภัยอาจไม่มีรายได้ใช้ทุนเดิมในการฟื้นฟู หลายต่อหลายรายมักกู้หนี้ยืมสิน ขณะที่ผู้ประสบภัยที่เป็นเกษตรกรส่วนใหญ่มีหนี้สินครอบครัวละอย่างน้อยสองหมื่นบาท และแม้ขณะที่ไม่ได้ประสบภัยก็อาจมีหนี้สิน จากการศึกษาพบว่าหนี้ สินที่เกิดขึ้นอาจเกิดขึ้นจากหลายกรณี บางกรณีอาจเกิดจากการประสบภัยธรรมชาติและมักเกิดจากการขาดความพอประมาณในการประกอบอาชีพ เกิดการเล็งผลเลิศทำให้เกิดความเสี่ยงสูง โดยที่ไม่มีวิธีการลดความเสี่ยงหรือการสร้างภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้หนี้ที่พอกพูน ยังอาจเกิดจากการใช้เงินโดยขาดเหตุผลที่สมควร และการที่จะทำให้เกิดความพอประมาณ การมี วิธีการลดความเสี่ยงอย่างมีเหตุ ผลอันเป็นหัวใจในการฟื้นฟู ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่มีอาชีพเกษตรกรรม การน้อมนำแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มาช่วยในการฟื้นฟูอาชีพให้เกิดความยั่งยืนนั้น มีความหมายความสำคัญอย่างยิ่ง และจากการเกิดอุทกภัยซึ่งมักเกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยเฉลี่ย ทุก ๆ 3-4 ปี มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานมูลนิธิ ได้จัดทำต้นแบบการฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยตามแนวทางเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ขึ้น และเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมด้านความรู้ ฝึกทักษะ ซึ่งจำเป็นต้องมีสถานที่ฝึกอบรม ฝึกฝนและดูงาน องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานมูลนิธิจึงมีพระดำริให้จัดสร้าง ศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยต้นแบบเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง โดยที่ผ่านมาได้จัดสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการฝึกอบรมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 มูลนิธิฯจึงได้กราบทูลเชิญพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุและพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทรงเป็นประธานในการเปิดศูนย์การเรียนรู้ฯแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บ้านแห อ.เมือง จ.อ่างทอง

จากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของมูลนิธิฯนับแต่ปีพ.ศ. 2538 ต่อเนื่องมา ในความเสียหายจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในการทำงานช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนได้พิจารณาถึงความจำเป็นในการฟื้นฟูอาชีพการเกษตร ซึ่งถือเป็นความจำเป็นอันดับแรกและจากพระราชประสงค์ช่วยเหลือเกษตรกร

การดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงเป็นวิธีที่จะทำให้ เกิดความยั่งยืนได้จึงได้มีการ สร้างต้นแบบการฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยฯขึ้น ศาสตราภิชาน นายแพทย์พิชิต สุวรรณประกร รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อน พึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทยกล่าวพร้อมเพิ่มเติมถึงขั้นตอน การฟื้นฟูว่า ความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้น จะต้องรู้จักความพอ รู้จักลดความเสี่ยง ลดหนี้และมีทุนซึ่งวิธีการที่จะลดหนี้จะต้องมีการเปลี่ยนวิธีการผลิต เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิถีชีวิต ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ

แต่การจะเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ได้จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการฝึกฝนและเพื่อให้เห็นถึงวิธีการ การเรียนรู้การเริ่มต้นจึง ก่อเกิด ศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยต้นแบบเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

?ศูนย์การเรียนรู้ฯแห่งนี้จึงเป็นต้นแบบเป็นสถานที่ฝึกอบรมดูงานของผู้ประสบอุทกภัยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในการยังชีพหลังน้ำลด มีวิธีการดำเนินชีวิต อาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งต้นแบบการฟื้นฟูผู้ประสบภัยแห่งนี้เป็นต้นแบบที่มีเป้าหมายให้เกิดการฟื้นฟูที่ยั่งยืนและที่ผ่านมาได้ดำเนินการฝึกอบรมให้ความรู้มาแล้ว 7 รุ่น?

ต้นแบบการฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยตามแนวทางเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)นั้นมี 5 ขั้นตอนเริ่มจาก จุดประกาย ซึ่งเป็นขั้นเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญนำไปสู่การผลิตด้วยขบวนการเกษตรอินทรีย์ ขยายผล เป็นขั้นตอนต่อมาที่นำไปสู่อาชีพเกษตรอินทรีย์ พึ่งพาตน ขั้นตอนการเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร คนเกษตรอินทรีย์ ขั้นตอนที่ได้รับการรับรองเกษตรอินทรีย์และ มีชีวิตอย่างพอเพียง เป็นขั้นอาชีพผลิตเกษตรอินทรีย์ดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง อย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้เพื่อให้เกิดผลมีความพร้อมในการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเหมาะสมยั่งยืน จะต้องมี กลยุทธ์ การเปลี่ยนวิธีผลิต การเปลี่ยนวิธีคิดและการเปลี่ยนวิถีชีวิต ซึ่งเหล่านี้รวมเรียกว่าโมเดลซึ่งจะมีการติดตามประเมินผล ร่วมด้วย

?จากต้นแบบขั้นตอนและกลยุทธ์ที่กล่าวมาการจุดประกายเป็นก้าวเริ่มต้นที่มีความสำคัญเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การเปลี่ยนวิถีชีวิตซึ่งสามารถผลิตอาหารที่ปลอดภัยรับประทานได้เองภายใน 45 วัน จากนั้นนำความรู้ที่ได้จากการผลิตอาหารได้เองค่อย ๆ ขยายผลไปสู่อาชีพของตนเอง

หลังจากเป็นอาชีพแล้วเกิดการพึ่งพาตนเองไปสู่การ เลิกใช้สารเคมี ผลิตปุ๋ยใช้เอง ซึ่งเมื่อเลิกใช้สารเคมีพื้นดินก็จะกลายเป็นผืนดินเกษตรอินทรีย์ ผลผลิตที่ได้ก็จะมีคุณภาพมีราคาเกิดการพึ่งพาตนเองทั้งการผลิต การบริโภคที่มีความปลอดภัยสุขภาพดี อีกทั้งสิ่งที่ผลิตยังเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพขายได้ราคา ฯลฯ ซึ่งเมื่อมาถึงจุดนี้ก็เป็นความพอเพียงรู้จักความพอประมาณ?

จากต้นแบบตลอดจนสถานที่ที่มีความหมายต่อการศึกษาฝึกอบรม ศูนย์การเรียนรู้ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยต้นแบบเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ตาม แนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง แห่งนี้นับเป็นแหล่งความรู้ที่มีความหมายความสำคัญซึ่งไม่เพียงช่วยบรรเทาความทุกข์ยากให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยได้มีความหวัง มีพลังในการต่อสู้กับภัยธรรมชาติ ความสูญเสีย หาก แต่ยังนำพาชีวิตให้พบกับความสุข อย่างยั่งยืนแท้จริงอีกด้วย.

ที่มา เดลินิวส์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *