เป็นผู้ตามไม่เป็น…เป็นใหญ่ยาก

เป็นผู้ตามไม่เป็น…เป็นใหญ่ยาก
กล่าวกันว่า เบื้องหลังความสำเร็จของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทุกคน คือ ภรรยา เอ๊ย! ไม่ใช่ค่ะ คือ แรงสนับสนุน การทำงานหนักและการต่อสู้ของบุคคลนิรนามหลายคนที่ถูกเรียกว่า “ผู้ตาม” หรือ Followers นี่แหละ ที่ว่าเป็นบุคคล “นิรนาม” ก็เพราะเขาเหล่านั้นถูกมองเป็นมดงานเล็กๆ ที่ถูกบดบังด้วยรัศมีความสำเร็จของผู้นำที่สาธารณชนต่างพุ่งความสนใจไปที่เขาจนลืมมองไปว่าผู้นำน่ะทำงานคนเดียวไม่ได้หรอกนะคะ
ในหลายกรณีนั้น ผู้ยิ่งใหญ่หลายท่านมักมีภรรยา หรือช้างเท้าหลังที่ทรงพลังคอยสนับสนุนอย่างเข้มแข็งและสงบเสงี่ยม ทำให้สามีได้รับการยอมรับยกย่องโดยตนเองขอรับบทบาทเป็นช้างเท้าหลังเงียบๆ แต่หารู้ไม่ว่าหากเท้าหลังของช้างไม่ยอมขยับ ช้างทั้งตัวใช่จะขับเคลื่อนแค่ล้อหน้าได้ เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกผู้หญิง! อย่างไรก็ตาม วันนี้เราไม่ได้มาคุยกันเรื่องอำนาจของช้างเท้าหลัง หรือเรื่องภรรยาธิปไตย แต่เราจะขอพูดคุยกันเรื่องความสำคัญของ “ผู้ตาม” กัน เรื่องภรรยาธิปไตยไว้คุยกันโอกาสหลังหากมีคุณขอมาก็แล้วกันนะคะ
ปัจจุบันนี้อยากจะบอกว่าเป็นยุคคลั่งผู้นำ ในโรงเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงหลักสูตรปริญญาโท ปริญญาเอก ล้วนมีการบรรจุเอาไว้ว่าจะต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership) กันทั้งสิ้น เด็กตัวเล็กตัวน้อยก็ต้องถูกจับมา “พรีเซนต์” งานกันหน้าห้อง หัดให้มีความมั่นใจในตนเอง กล้าพูดกล้าแสดงออก เต้นระบำรำฟ้อน สรุปได้ว่ามีความสามารถอะไรที่พอจะโชว์ได้ นำมาโชว์ให้หมด! สำหรับผู้ใหญ่คนทำงานก็ต้องแข่งกันทำงานโชว์ความสามารถจะได้เป็น “Star Performers” หรือพนักงานชั้นดาราขององค์กร ทางฝ่าย HR น่ะหรือ? ก็ต้องสนองนโยบายผู้บริหารด้วยการจัดคอร์สฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำให้พนักงานในระดับหัวหน้าหน่วยและผู้จัดการทั้งหลาย จะได้มีความรู้และทักษะในการบริหารลูกน้องหรืออีกนัยหนึ่งก็คือผู้ตามนั่นเอง
“ถ้าทุกคนมุ่งเป็นผู้นำกันหมด แล้วใครจะเป็นผู้ตามล่ะ?” เพื่อนสาวของผู้เขียนได้ปุจฉา (อีกแล้ว) เมื่อเราได้นั่งคุยกันเรื่องความฮอตของการฝึกอบรมภาวะผู้นำ “นั่นนะสิ! ทุกคนก็อยากเป็นผู้นำกันทั้งนั้น จะได้เป็นจุดเด่น มีผลงานเข้าตาเจ้านายไว ใครจะอยากปิดทองหลังพระเป็นผู้ตาม” เพื่อนหนุ่มอีกคนสนองตอบ และยังเสริมประสบการณ์ส่วนตัวอีกด้วยว่า “ที่ทำงานของผมนะ ไม่ค่อยมีใครยอมใคร อยากเป็นหัวหน้าโครงการกันทั้งนั้นเลย มีแต่หัวหน้า หาลูกน้องทำยายาก”
“เอาเถอะ! ชั้นว่าก่อนเราจะเป็นผู้นำที่ดี เราต้องหัดเป็นผู้ตามที่ดีเสียก่อน” ผู้เขียนติงขึ้น หลังจากหาช่องว่างที่จะพูดบ้าง และหลังจากนั้นก็ถูกท้าให้หาหลักฐานมายืนยันประกอบคำพูด ซึ่งผู้เขียนก็ได้พบเจอบทความมากมายเขียนไว้ว่า ผู้นำที่ยิ่งใหญ่นั้น หลายคนเคยเป็นผู้ตามที่ดีมาก่อน ดูแต่ประวัติศาสตร์ของไทยก็คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชนั้น ก่อนทรงขึ้นครองราชสมบัติ ก็ทรงเคยเป็นแม่ทัพติดตามสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาก่อนแล้ว ประธานาธิบดีของสหรัฐหลายคนก็เคยเป็นรองประธานาธิบดีมาก่อน ในวงการธุรกิจก็เช่นกัน มีหลายท่านที่เป็นลูกน้องมาก่อน และได้เรียนรู้งานจากผู้นำจนได้แต่งตั้งเป็น CEO เมื่อผู้นำเกษียณอายุลง อย่างไรก็ตามขอไม่เอ่ยชื่อ เพราะ CEO บางท่านอาจไม่แฮปปี้ที่ถูกมองว่าเป็น “ลูกน้อง” มาก่อน
ตามที่ได้เรียนในข้างต้นแล้วว่าผู้นำต่อให้เก่งกาจอย่างไร ก็ทำงานคนเดียวสำเร็จได้ยาก ต้องมีทีมงานที่สมาชิกในทีมหรือลูกน้องมีฝีไม้ลายมือ สามารถทำงานที่รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะทีมงานที่ดีจะช่วยให้ผู้นำทำงานสัมฤทธิผลได้ไว ถ้าได้ทีมงานไร้ฝีมือ ไร้สมอง งานก็ไม่สำเร็จ ดังนั้นการเป็นลูกน้องหรือผู้ตามที่ดี จึงเป็นคุณสมบัติที่พนักงานทุกคนพึงมีนอกเหนือไปจากการมีภาวะผู้นำที่ดี ผู้บริหารและแผนก HR จึงควรใส่ใจพัฒนาทักษะและทัศนคติของพนักงานให้สามารถรับบทบาทเป็นผู้ตาม หรือสมาชิกของทีมงานที่ดีด้วย เพราะเดี๋ยวจะถนัดแต่เป็นผู้นำอยู่บทเดียว ทีนี้เรามาศึกษากันว่าคุณสมบัติของผู้ตามในฝันที่ผู้นำทั้งหลายอยากได้มีอะไรกันดีกว่า
คุณสมบัติของผู้ตามในฝัน
1.มีความเข้าใจ สนับสนุน และทำงานตามวิสัยทัศน์ของผู้นำ คุณสมบัติสำคัญข้อแรกของการเป็นผู้ตามนั้น คือ การรู้จักและเข้าใจในวิธีคิด วิธีการทำงานของผู้นำ โถ! ถ้าข้อแรกไม่ผ่าน แล้วข้ออื่นจะทำได้หรือ จริงไหมคะ? ผู้ตามมือโปรต้องเข้าใจวิสัยทัศน์ ปรัชญาการทำงาน ค่านิยมของผู้นำอย่างถ่องแท้ นี่เป็นการบ้านที่ผู้ตามต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับผู้นำอย่างลึกซึ้ง จากนั้นจำใส่ใจ ห้ามลืม ที่ยากก็คือผู้ตามบางคนไม่ศรัทธาในวิสัยทัศน์ของผู้นำเลย จึงไม่อยากทำตาม หากเป็นเช่นนั้น รีบเปลี่ยนงานเถอะนะคะ เพราะคงไม่รุ่ง ยกเว้นหาไม่ได้จริงๆ ก็ต้องจำใจทำไปก่อนก็แล้วกัน แต่ถ้าคุณเองมีศรัทธาในวิสัยทัศน์นั้นร่วมกับผู้นำด้วยถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม เพราะการจะเป็นผู้ตามหรือลูกน้องที่ดีนั้น ต้อง “รู้ใจ” นาย
2.มุ่งมั่นสนับสนุนช่วยเหลือให้ผู้นำประสบความสำเร็จ หากเปรียบผู้นำเหมือนคบไฟที่ลุกโชติช่วง ผู้ตามก็เปรียบเสมือนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำให้คบไฟนั้นลุกได้นานเท่านาน ผู้ตามที่มีศรัทธาในตัวผู้นำเป็นทุนอยู่แล้ว มักจะมีความพอใจและเต็มใจที่จะทำทุกอย่าง (ที่ถูกต้องทำนองคลองธรรมด้วยนะคะ) เพื่อให้ผู้นำประสบความสำเร็จ คือพร้อมลุย! ตามที่เสี่ย (หรือผู้นำ) สั่ง ไม่มีการเกี่ยงงอนผัดผ่อนภาระหน้าที่ ใจเต็มร้อย…ว่างั้นเถอะ ใครได้ลูกน้องแบบนี้รัก (จนลูกน้อง) ตายเลย ใช่ไหมคะ?
3.ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เปิดเผย และจริงใจ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายไม่อาจมีตาเป็นสับปะรดได้ จึงต้องอาศัยลูกน้องนี่ แหละเป็นคนไปหาข่าว กลั่นกรองข่าว และคาบข่าวมาบอก เพราะฉะนั้นผู้นำจะดีหรือดับก็ขึ้นกับข้อมูลที่ลูกน้อง “ชง” มาให้นี่เอง ลูกน้องที่ดีจึงต้องขยัน หมั่นหาข้อมูลที่ถูกต้องมานำเสนอผู้นำอย่างรวดเร็ว เพราะถึงแม้ข้อมูลถูกต้องก็จริง แต่ใช้เวลานานมากกว่าจะถึงผู้นำ ก็ทำให้ผู้นำตัดสินใจช้า แบบช้าไปต๋อย.. ไม่ทันเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานได้ นอกจากสรรหาข้อมูลถูกต้อง แม่นยำ มาป้อนให้ผู้นำแล้ว ผู้ตามต้องมีความกล้าที่จะ “ติง” ผู้นำด้วย หากเห็นว่าผู้นำตัดสินใจผิดพลาด หรือกระทำการในสิ่งผิดและจะมีผลเสียหาย ผู้ตามที่ปรารถนาดีต่อผู้นำต้องรีบแจ้งให้ผู้นำทราบ ข้อนี้คงทำยากหน่อย เพราะใครจะกล้าไปตำหนิหรือติงผู้นำ และผู้นำโดยมากก็มักมีอัตตาสูงเสียด้วย ผู้ตามก็คงต้องใช้ศิลปะในการนำเสนอให้เหมาะสมกับจริตของผู้นำแต่ละคนไป ทั้งนี้หากมีผู้นำคนใดได้อ่านคอลัมน์นี้ก็ขอให้เห็นใจลูกน้อง และเปิดใจกว้างรับฟังข้อเสนอแนะของลูกน้องให้มากขึ้นด้วยนะคะ
4.มีทัศนคติในเชิงบวก และพร้อมที่จะทำงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย แม้ไม่เคยทำมาก่อนก็ตาม สำหรับคุณสมบัติข้อนี้ คือ การมี “Can Do Attitude” ผู้ตามประเภทนี้จะไม่ปฏิเสธงานง่ายๆ ไม่เซย์โนง่ายๆ โดยมากสั่งงานอะไรไปกับคนเหล่านี้ พวกเขาจะพูดว่า “สามารถทำได้ครับ” หรือ “คิดว่าไม่เกินความสามารถค่ะ” ลูกน้องประเภทนี้มักได้ดีเพราะเป็นคนสู้งาน ไม่ใช่เอะอะอะไรก็… “ทำไม่ได้” หรือ “ไม่เคยทำ” หรือ “ไม่กล้าทำ” ก็ใครเล่าอยากจะมีผู้ตามที่ทำอะไรเป็นเพียงไม่กี่อย่างล่ะคะ?
5.มีทัศนคติพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คุณสมบัติข้อนี้จะต่อเนื่องจากข้อ 4 เพราะคนที่ไม่ปฏิเสธงานยากๆ หรืองานแปลกๆ ใหม่ๆ มักเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ กล้าลอง และมีความขยัน คนขี้เกียจมักจะหาเหตุผลต่างๆ นานาที่จะหลีกเลี่ยงการทำงาน จนท้ายสุดก็มักจะกลายเป็นคนไร้ทักษะ เพราะไม่มีการเรียนรู้และทำในสิ่งใหม่ๆ ไม่มีผู้นำคนไหน อยากได้ลูกน้องที่สมองช้า เรียนรู้ช้า ทำอะไรก็ไม่ค่อยเป็น ดังนั้นถ้าฝันจะเป็นผู้นำที่เก่งกล้าสามารถในอนาคต ก็จงทำตัวเป็นผู้ตามหรือลูกน้องในทีมงานที่มีความสามารถสูง เป็นที่ต้องการของผู้บริหารทั้งหลายเสียแต่ในวันนี้
เป็นผู้ตามชั้นเยี่ยมในวันนี้ แล้ววันหนึ่งคุณย่อมได้เลื่อนอันดับเป็นผู้นำชั้นยอดแน่นอน เพราะได้เรียนรู้งานมารอบตัวแล้ว วันหน้าลูกน้องหลอกคุณไม่ได้แน่ๆ ค่ะ!

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *