เป็นธาลัสซีเมีย…จะมีลูกได้หรือไม่?

เป็นธาลัสซีเมีย…จะมีลูกได้หรือไม่?
• คุณภาพชีวิต
ชี้!! มารดาต้องมีแพทย์ดูแลสม่ำเสมอ

เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ถูกถามไถ่กันมามากทีเดียว สำหรับคนที่อยากมีลูก แต่ตนเองเป็นพาหะธาลัสซีเมีย หรือคู่สมรสเป็นพาหะธาลัสซีเมีย หรือเป็นทั้งคู่ ซึ่งปัญหานี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ของคู่สามีภรรยาที่ต้องการมีลูกไปแล้ว

จากคำถามข้างต้นขอเรียนว่าผู้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมียหรือมีพาหะธาลัสซีเมียสามารถมีลูกได้ แต่ต้องเข้าใจถึงสภาพร่างกายที่เกี่ยวข้องกับโรคด้วยว่า โรคโลหิตจางธาลัสซีเมียเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบพันธุ์ด้อยและจากความหลากหลายของการกลายพันธุ์ ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคธาลัสซีเมียมีอาการได้ตั้งแต่น้อยถึงรุนแรงมาก ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง หากไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ก็มักจะมีปัญหาทางด้านสุขภาพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาทางด้านการเจริญพันธุ์ ในผู้หญิงอาจพบว่าประจำเดือนมาไม่ปกติ บางรายไม่มีประจำเดือนติดต่อกันหลายเดือน จึงไม่ค่อยพบว่า ผู้ป่วยดังกล่าวมีการตั้งครรภ์หรือมีบุตร แต่หากผู้ป่วยธาลัสซีเมียมีการแต่งงานกับคนปกติ ซึ่งไม่มีพาหะธาลัสซีเมียอยู่ในตัว ก็สามารถมีลูกที่ไม่มีอาการผิดปกติได้ แต่ลูกทุกคนจะเป็นพาหะหรือมีพันธุ์แฝงธาลัสซีเมียที่ได้จากพ่อแม่ติดตัวมา

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นธาลัสซีเมียที่มีความรุนแรงไม่มาก หรือเป็นกลุ่มเบต้าธาลัสซีเมียฮีโมโกลบินอีและฮีโมโกลบินเอช ก็มักจะมีการเจริญเติบโตได้ตามปกติ เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์และมีครอบครัวก็สามารถมีลูกได้ตามปกติ แต่หากคู่สมรสเป็นผู้ที่ไม่มีพันธุ์แฝงธาลัสซีเมีย ก็จะมีลูกที่เป็นพาหะหรือมีพันธุ์แฝงของผู้ป่วย แต่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ

ดังนั้นจะเห็นว่า หากผู้ป่วยที่เป็นโรคธาลัสซีเมียจะมีบุตรก็สามารถมีได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของผู้ป่วย ส่วนใหญ่ที่มักเป็นปัญหาในคลินิกธาลัสซีเมีย คือ ผู้ที่เป็นพาหะทั้งคู่แต่งงานกัน และเป็นพาหะชนิดเดียวกัน เมื่อมีลูกก็จะทำให้มีลูกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ส่วนมากจะมาปรึกษาเสมอว่าจะแก้ปัญหาไม่ให้มีลูกเป็นโรคธาลัสซีเมียได้อย่างไร

ในกรณีนี้ หากแพทย์ทราบมาก่อนว่าคู่สมรสมีโอกาสเสี่ยงที่จะมีลูกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ก็จะให้เตรียมตัวเพื่อตรวจทารกในครรภ์ เมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 12 – 16 สัปดาห์ และหากตรวจพบว่าลูกในท้องเป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงมาก และจะทำให้เกิดข้อแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ของมารดา ก็จะแนะนำให้ยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งหากเด็กในครรภ์เป็นแค่พาหะของโรค หรือไม่มีพันธุ์ของธาลัสซีเมียอยู่เลยก็จะให้ตั้งครรภ์ได้ตามปกติ

นอกจากคำถามที่แพทย์ธันยชัย ได้ตอบไปแล้วนั้น ก็ยังมีคำถามที่ทางบ้านต้องการไขความกระจ่างอีก ดังนี้

มีวิธีการตรวจสอบอย่างไรว่าตนเองเป็นโรคหรือเป็นพาหะธาลัสซีเมีย?

ไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลใกล้บ้านหรือโรงพยาบาลที่ประกันสุขภาพของท่านอยู่ แล้วบอกว่าขอตรวจเลือดเพื่อดูว่าเป็นพาหะธาลัสซีเมียหรือไม่ อาจไปตรวจพร้อมกับการตรวจโรคประจำปี ในรายที่ไม่เร่งด่วน แต่ถ้ามีอาการเข้าได้กับโรคธาลัสซีเมียก็ไปขอตรวจได้เลยทั่วประเทศ

คนไทยเป็นธาลัสซีเมียชนิดใดมาก และชนิดดังกล่าวมีความรุนแรงอย่างไรบ้าง?

คนไทยเป็นโรคธาลัสซีเมียรวมกันแล้วทั้งหมดประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของประชากร คือประมาณ 600,000 คน ชนิดที่พบมากที่สุด คือ ฮีโมโกลบินเอช (Hemoglobin H disease) ซึ่งเป็นชนิดที่มีความรุนแรงน้อยที่สุด คือ จะพบประมาณเกือบห้าแสนคน ที่เหลือจะเป็นชนิดรุนแรงปานกลาง และชนิดรุนแรงมากที่สุด

สำหรับคนไข้ที่เป็น ฮีโมโกลบินเอช (Hemoglobin H disease) นั้นจะมีอาการอ่อนเพลีย ตัวเหลืองซีด ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม เมื่อมีอาการเป็นไข้ ไม่สบาย เช่น ไข้หวัด หรือเมื่อไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ เช่น อดนอนติดต่อกันหลายคืน แต่หากหายจากไข้ และได้รับการพักผ่อนเพียงพออาการก็จะกลับมาเป็นปกติ

จะปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อลูกเป็นพาหะหรือเป็นโรคธาลัสซีเมีย?

ผู้ที่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียจะมีสุขภาพ ความสามารถ และลักษณะเหมือนคนปกติทั่วไป จะทราบว่าเป็นพาหะธาลัสซีเมียได้ ก็เมื่อมีการตรวจเลือด เพื่อตรวจสอบการเป็นพาหะธาลัสซีเมียเท่านั้น ไม่สามารถแยกได้จากลักษณะรูปร่างหน้าตา

ดังนั้น หากมีลูกหรือบุคคลในครอบครัวเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ก็มั่นใจได้ว่าเขาเหล่านั้นคือคนปกติ แต่เมื่อไรก็ตามคนที่เป็นพาหะจะมีครอบครัวหรือมีบุตร ต้องตรวจดูว่าคู่สมรสเป็นพาหะของธาลัสซีเมียชนิดที่รวมกันแล้วทำให้เกิดโรคธาลัสซีเมียหรือไม่ ทั้งนี้ แพทย์จะได้ให้คำปรึกษาแนะนำ และป้องกันการมีบุตรที่เป็นโรคธาลัสซีเมียต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Update 01-06-52
อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *