เปิดสังเวียนหาดทราย รวยด้วยธุรกิจแข้ง

เปิดสังเวียนหาดทราย รวยด้วยธุรกิจแข้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 มิถุนายน 2550 10:01 น.

๐ เรียนรู้แนวคิดและเส้นทางธุรกิจ ตัวอย่างการมองโอกาสใหม่ๆ อย่างมีวิสัยทัศน์ของคนหนุ่ม

๐ แม้จุดเริ่มคือใจรักซึ่งไม่ต่างจากเถ้าแก่ส่วนใหญ่ แต่ยอมรับรายได้ต้องตามมาติดๆ

๐ “ฟุตบอลชายหาด” ธุรกิจกีฬาใหม่ที่กำลังจะรุ่งพุ่งแรง เมื่อ “ฟีฟ่า” ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกรุกแรงและเร็ว

๐ ติดตามความเคลื่อนไหวในปัจจุบันและทิศทางในอนาคต เมื่อผู้ประกอบการไทยคิดจะเอาดีจากธุรกิจกีฬาระดับอินเตอร์

กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่แรงบันดาลใจในการริเริ่มลงลุยธุรกิจของผู้ประกอบการจะมาจากความที่มีใจรักในเรื่องนั้นๆ แต่เรื่องที่ไม่ธรรมดาจะอยู่ที่ความสามารถในการมองโอกาสการเติบโตและข้อได้เปรียบของธุรกิจ

ประพุทธ กำลังเอก ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท โปรบีช ซอคเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงธุรกิจฟุตบอลชายหาดซึ่งซื้อลิขสิทธิ์ในการโปรโมทฟุตบอลชายหาดอย่างเป็นทางการรายเดียวในไทยในปี 2001 มาจากบริษัท Beach Soccer Worldwide ที่เป็นเจ้าของซึ่งริเริ่มกีฬาประเภทนี้มาตั้งแต่ปี 1993 และแพร่หลายทั่วยุโรปกับอเมริกา

“เหตุผลที่เลือกทำธุรกิจนี้ เพราะฟุตบอลชายหาดเมื่อคิดว่าเป็นตัวผลิตภัณฑ์แล้วมีความน่าสนใจ เนื่องจากฟุตบอลเป็นสินค้าที่มีความเป็นแมส ใครๆ ก็รู้จักและท๊อปฮิตในระดับโลกอยู่แล้ว ทำให้ฟุตบอลชายหาดขายได้ไม่ยาก แม้ว่าช่วงแรกจะต้องสร้างตลาดโดยการให้ความรู้ แต่ก็ใช้เวลาสั้น และที่สำคัญ การทำธุรกิจนี้มี barrier to entry จากการได้รับลิขสิทธิ์ผู้เดียวซึ่งเป็นเกราะกำบังเรา ทำให้คู่แข่งเข้าสู่ธุรกิจนี้ยาก อย่างไรก็ตาม ก่อนเม็ดเงินจะเทมา ต้องรักษามาตรฐานสินค้าคือการเล่นของนักกีฬาให้อยู่ในระดับดี”

๐ เริ่มก่อน ถึงจุดหมายก่อน

สำหรับงบประมาณหรือรายได้ มาจากผู้สนับสนุน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท องค์กรภาครัฐที่มีนโยบายอยากจะพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาในประเทศไทยและมีนโยบายอยากให้เด็กออกกำลังกาย เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กับประเภทต้องมีการสร้างแบรนด์สอดคล้องร่วมกันไปกับกีฬานี้ เช่น FBT , UBC เป็นต้น

นอจากนี้ ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จมาแล้ว ยกตัวอย่าง ทิปโก้ซึ่งสนับสนุนกีฬาฟุตบอลชายหาดมาเป็นเวลา 3 ปี และมีการจัดการแข่งขันโดยใช้ชื่อว่า Tipco University Championship ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์สินค้าที่ทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายในวงการกีฬาจดจำทิปโก้ได้

เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าที่เคยประสบความสำเร็จจากการสร้างแบรนด์ด้วยการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลโดยใช้ชื่อการแข่งขันว่า Yamaha League แม้ว่าต่อมาจะเปลี่ยนชื่อเป็น Thai League เพราะทำให้เมื่อคนนึกถึงกีฬานี้จะนึกถึงชื่อสินค้าควบคู่กันไป แต่เนื่องจากต่อมาทิปโก้รีแบรนดดิ้งภาพลักษณ์จากเรื่องของกีฬา ไปเป็นเรื่องของสุขภาพและโภชนาการ เพราะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นแม่บ้านกับเด็ก จึงไม่ได้ให้การสนับสนุนอย่างเคย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฟุตบอลชายหาดมีผู้สนับสนุนหลัก 2 ราย คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีการจัดการแข่งขัน PTT University Soccer League กับรถมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าที่กำลังสร้างแบรนด์จากกีฬาประเภทนี้ ส่วนแนวทางการเข้าถึงลูกค้าในช่วงนี้จะใช้สายสัมพันธ์กับผู้บริหารในระดับตัดสินใจไม่ได้มากกว่าที่จะสุ่มเข้าไปโดยที่ไม่รู้จักมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชนหรือภาครัฐ เพราะต้องการทุ่มเวลาในส่วนอื่นมากกว่าการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน

สำหรับการจัดการแข่งขันแต่ละครั้งต้องใช้เงินลงทุนตั้งแต่ 5-15 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับระดับของการแข่งขัน แต่โดยลักษณะการทำธุรกิจไม่ต้องลงเงินทุนก่อนและยังยกเลิกได้หากหาสปอนเซอร์ไม่คุ้มกับต้นทุน ซึ่งในระยะแรกของธุรกิจคิดเพียงให้มีรายได้พอที่จะหล่อเลี้ยงบริษัทฯ แต่มองว่าในอนาคตมีแนวโน้มจะสร้างกำไรในระดับที่น่าพอใจ

“ตอนนี้ในด้านการหาสปอนเซอร์เพื่อสนับสนุนการแข่งขัน สำหรับผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่มักจะไม่สนใจการซื้อทั้งแพ๊กเกจ ซึ่งจะได้ทั้งสปอตโฆษณา โลโก้ติดบนเสื้อนักกีฬา และโฆษณาข้างสนาม แต่กลับสนใจเรื่องสปอตโฆษณามากที่สุดเพราะเชื่อว่าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุดและเพียงพอแล้ว แต่สำหรับตลาดต่างประเทศมีความเข้าใจและส่วนใหญ่ซื้อเป็นแพ๊กเกจ”

๐ ทิศทางธุรกิจในอนาคต

ในแง่ของธุรกิจ ขณะนี้ก้าวมาถึงระยะที่ 2 แล้วเพราะมีการแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัยและระดับโลก ซึ่งต้องจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีสมาชิกในทีมมากขึ้นและจัดการแข่งขันให้ถี่ขึ้น เช่น ตอนนี้ U League มี 8 ทีม จัดในช่วงเวลา 2-3 เดือน น่าจะเพิ่มเป็น 16 ทีม และมีการแข่งขันในช่วง 6 เดือน

ขณะที่ในการแข่งขันระดับโลกควรจะไปแข่งต่างประเทศมากขึ้นจากเดิม 2 ครั้ง และชิงแชมป์โลก 1 ครั้ง เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ได้โอกาสในการเพิ่มจำนวนนักกีฬาที่เข้ามาเล่นกีฬานี้มากขึ้น และช่วยเพิ่มฝีเท้าของนักกีฬา โดยมีเป้าหมายแชมป์โลกเพราะจะกระตุ้นและตอกย้ำให้คนชอบกีฬานี้มากขึ้น

ส่วนต่อไปในระยะที่สามต้องขยายให้มีการระดับมืออาชีพ(professional) กับโรงเรียน(high school) หลังจากที่ได้ผ่านระยะแรกซึ่งเป็นขั้นของการให้ความรู้เกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ไปแล้ว เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงจากฝีมือที่ได้พิสูจน์ให้เห็นในเวทีระดับโลกทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้เพิ่มจากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันของทีมชาติไทยให้กับสถานีโทรทัศน์ นอกเหนือจากการแข่งระดับโลกซึ่งฟีฟ่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ เขามองว่ายังสามารถสร้างรายได้จากค่าเข้าชม ซึ่งจะได้จากการแข่งขันในระดับทีมชาติและระดับมืออาชีพซึ่งจะมีขึ้นในอนาคต โดยแนวทางที่คิดไว้จะเชิญนักกีฬาระดับมืออาชีพจากกต่างประเทศเข้าร่วม เพราะค่าตัวของนักกีฬาดังของฟุตบอลชายหาดไม่สูงเกินไป อยู่ในระดับที่สามารถจ้างมาแข่งเพื่อดึงดูดผู้ชมได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการจ้างมาแล้ว เช่น อีริค คองโตน่า ที่มาร่วมแข่งขันในการเปิดตัวกีฬานี้ในประเทศไทย กับจอห์ บาน เป็นต้น เพราะนักกีฬาที่เล่นฟุตบอลบางคนเล่นฟุตบอลชายหาดด้วย

สำหรับสินค้าที่จะผลิตขึ้นมาเพื่อขายจะเชื่อมโยงกับแบรนด์ของสปอนเซอร์ โดยมีลูกเล่นและมีดีไซน์ที่สวยงาม แต่ตอนนี้มีการใช้อุปกรณ์กีฬา คือลูกฟุตบอลที่ร่วมกับบริษัทเอฟบีที (FBT) และส่วนใหญ่เป็นการทำเพื่อเป็นของที่ระลึกจากการแข่งขัน เช่น เสื้อผ้า ซึ่งเคยผลิตขึ้นโดยมีลายเซ็นของอีริค คองโตน่า เพราะคนไทยยังไม่ได้อยากใส่เพราะทีมชาติไทย อย่างไรก็ตาม แนวทางทุกอย่างที่กล่าวไปตั้งเป้าว่าจะทำภายใน 3-5 ปีนับจากนี้

๐ มองโอกาส ฝ่าอุปสรรค

ในแง่โอกาสทางธุรกิจในอนาคตของฟุตบอลชายหาด มีแนวโน้มสดใสมากขึ้นด้วยปัจจัยสนับสนุน 2 ด้าน ปัจจัยแรก เนื่องจากบริษัทฯ ได้เซ็นสัญญาซื้อลิขสิทธ์กีฬาฟุตบอลชายหาดจากบริษัท Beach Soccer Worldwide ผู้เป็นเจ้าของผู้ดูแลและพัฒนาฟุตบอลชายหาดระดับโลกซึ่งในปี 2005 ได้ขายหุ้นเพื่อควบกิจการกับฟีฟ่า (Federation International Football Association) ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลฟุตบอลระดับโลก

นัยสำคัญอยู่ที่ฟีฟ่ามีนโยบายผลักดันและดำเนินการพัฒนากีฬาฟุตบอลชายหาดอย่างชัดเจนต่อเนื่อง เช่น กำหนดไว้แล้วว่าในปี 2008 จะจัดการแข่งขัน Asian Beach Game ครั้งแรก ซึ่งมีกีฬาฟุตบอลชายหาดในเวทีระดับเดียวกับ Asian Game ทำให้ฟุตบอลชายหาดแพร่หลายและเกิดการยอมรับรวดเร็วขึ้น เป็นเหมือนกับการสร้างตลาดของธุรกิจด้วยการขยายช่องทางใหม่ๆ

เดิมการชิงแชมป์ระดับโลกเกิดขึ้นที่ประเทศบราซิล แต่ตั้งแต่ปี 2006 มีการกำหนดใหม่ให้มีรอบคัดเลือกระดับเอเชียก่อนจะไประดับโลก เพราะมีการขยายตัวของประเทศที่เล่นกีฬานี้มากขึ้นจากเดิมแค่ 20-30 ประเทศ ทำให้ในส่วนของประเทศไทย ต้องเร่งพัฒนาระดับทีมชาติไทยให้เล่นได้ดีเพื่อให้ผ่านรอบคัดเลือกให้ได้

เนื่องจากมีความเสี่ยงทางธุรกิจในด้านของการแข่งขันระดับทีมชาติคือการที่ต้องเป็นแชมป์โลกให้ได้เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เพราะฉะนั้น บริษัทฯ มีการเตรียมตัวเพื่อสร้างความพร้อมของนักกีฬาให้เต็มร้อย โดยดูองค์ประกอบทั้งหมดที่จะช่วยสนับสนุนศักยภาพของนักกีฬา

ยกตัวอย่าง แม้ว่าในปัจจุบันได้สร้างนักกีฬาระดับทีมชาติมาจาก U League หรือจากมหาวิทยาลัย แต่ในอนาคตมีแผนจะสร้างเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เด็กเพราะยิ่งเริ่มให้เล่นแต่เล็กๆ จะทำให้พัฒนาได้ดีกว่า รวมทั้ง อาหารการกิน การดูแลสุขภาพ และความพร้อมทางด้านจิตใจ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้มีประสบการณ์ในการได้ไปในนอกประเทศมากๆ

“โอกาสของประเทศไทยในการเป็นแชมป์โลกสำหรับกีฬานี้มีมากกว่าฟุตบอล เพราะนอกจากด้วยความเป็นกีฬาใหม่ของโลกที่เกิดขึ้นมาไม่นาน และประเทศอื่นๆ เล่นก่อนคนไทยไม่กี่ปี ทำให้การเรียนรู้และพัฒนาการอยู่ในระดับใกล้กัน แต่ต่างกันที่จำนวนคนเล่นซึ่งถ้าประเทศไหนมีมากกว่าย่อมจะมีโอกาสสามารถคัดเลือกเป็นนักกีฬาได้มากกว่า

เมื่อมีการจูงใจจากโอกาสที่จะไต่เต้าสู่แชมป์โลกพร้อมๆ กับระดับรายได้ที่อยู่ในขั้นเลี้ยวตัวได้จนถึงขั้นดีจากการเป็นนักกีฬาอาชีพมีความเป็นไปได้ไม่ยากนัก น่าจะทำให้มีคนอยากจะเป็นนักกีฬาฟุตบอลชายหาดมากขึ้น ซึ่งการสร้างแรงกระตุ้นของไทยทำได้ดีมาแล้วระดับหนึ่ง จากที่ในปี 2002 ได้อันดับที่ 4 ในการแข่งขันระดับโลก และในปี 2006 ได้อันดับ 3 ในการแข่งขันระดับเอเชีย และเห็นได้ชัดว่าในประเทศต่างๆ ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในฟุตบอล หันมาเอาดีทางฟุตบอลชายหาดมากขึ้น”

สำหรับฟุตบอล การที่ประเทศไทยเสียเปรียบ มาจากเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น ไทยเริ่ม 10 ขวบ แต่ต่างประเทศเริ่ม 5 ขวบ แข่งกันตอนอายุ 15 ปี ย่อมทำให้นักกีฬาไทยมีประสบการณ์น้อยกว่า การไม่ได้เล่นเป็นอาชีพและคนที่เล่นด้วยก็ไม่เก่ง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสนับสนุนอีกข้อ มาจากส่วนของรัฐบาลไทยซึ่งมีนโยบายส่งเสริมและการดำเนินการให้คนไทยหันมาเล่นกีฬามากขึ้น เช่น มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ การให้งบประมาณสนับสนุนมากขึ้น และการให้เงินรางวัลก้อนใหญ่สำหรับนักกีฬาทีมชาติที่คว้าชัยชนะกลับมา

ไม่เพียงเท่านี้ การที่นักกีฬาฟุตบอลซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกให้ความสนใจเล่นฟุตบอลชายหาดหลังจากล้างลาจากการเล่นฟุตบอลอาชีพด้วยหลายสาเหตุ เช่น อายุมากขึ้น เล่นง่ายด้วยขนาดสนามแค่ 40 คูณ 30 เมตร ผู้เล่น 5 คน กับลูกบอล 1 ลูก เป็นต้น กลายเป็นโอกาสสร้างชื่อและขยายวงให้ธุรกิจนี้

ด้วยปัจจัยบวกที่แข็งแกร่งขนาดนี้ จึงเป็นไปได้มากที่จะทำให้อนาคตของธุรกิจนี้สดใสและความสำเร็จกำลังรออยู่ไม่ไกล

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *