เปิดนวัตกรรมสยบ”โรคหัวใจ”

เปิดนวัตกรรมสยบ”โรคหัวใจ”
• คุณภาพชีวิต
ผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก1-2 ซม.ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 2 ชม.
คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากโรคเอดส์ ข้อมูลล่าสุดปี 2549 ของกระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยโรคหัวใจ 328,195 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจประมาณ 4 หมื่นรายต่อปี เฉลี่ยชั่วโมงละ 4 ราย ขณะที่ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ 107.5 ล้านคนต่อปี ทั้งนี้ประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา มีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไทยจึงอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากขึ้นเช่นกัน น.พ.ปิยะมิตร ศรีธรา ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ หลอดเลือด เมแทบอลิซึม โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงสาเหตุของการเกิดโรคที่มีเพิ่มขึ้นว่า เกิดจากการที่สังคมเมืองขยายมากขึ้น ทำให้พฤติกรรมในการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปโดยจะพบว่า คนเมืองจำนวนไม่น้อย มีอัตราการอ้วนลงพุง ปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง เบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง ซึ่งปัจจัยทั้งหมดล้วนส่งผลให้เกิดปัญหาโรคหัวใจหลอดเลือด
“คนเมืองมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากปัจจัยหลายอย่างเช่นไม่ออกกำลังกาย การบริโภคไขมันอิ่มตัวมาก บริโภคอาหารที่มีไฟเบอร์ในปริมาณน้อย ทำให้ผู้ป่วยโรคหัวใจหลอดเลือด เพิ่มจำนวนมากขึ้นและจะกลายเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขในอนาคต”
ด้วยเหตุผลดังกล่าว การพัฒนาเทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัยและการรักษา ให้ก้าวหน้าเท่าทันกับเทคโนโลยีในการรักษารวมไปถึงการสร้างความเข้าใจเพื่อลดปัญหาการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือดจึงเป็นเรื่องสำคัญ
“การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการรักษาโรคหัวใจมีมากขึ้น จากเดิมการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจจะใช้วิธีให้ผู้ป่วยวิ่งบนสายพานออกกำลังกายเพื่อตรวจระดับกราฟหัวใจ ทำให้ผลตรวจไม่แน่นอนแม่นยำเพียงพอ จึงพัฒนาวิธีการฉีดสีและการฉีดรังสีไอโซโทปเพื่อตรวจคลื่นหัวใจ รวมไปถึงเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ปัจจุบันได้มีการ พัฒนาวิธีการตรวจด้วยเทคโนโลยี แบบก้าวกระโดดมากขึ้น ด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ด้วยระดับความเร็วสูง มีระดับความเร็วจากจำนวนสไลด์ 320 ครั้งต่อวินาทีทำให้การตรวจวินิจฉัยแม่นยำ ชัดเจนมากขึ้น”
ไม่เพียงการพัฒนาการตรวจวินิจฉัยโรคเท่านั้นหาก รวมไปถึงการพัฒนาวิธีการรักษา โดยล่าสุด “ศูนย์รักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ” เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิต ทำให้เกิดการเสียชีวิตกะทันหัน ใหลตาย หรือ การเสียชีวิตของนักกีฬาในขณะแข่งขันนำเทคโนโลยีการผ่าตัดให้กับผู้ป่วยที่มีหัวใจเต้นผิดปกติ
น.พ.ครรชิต ลิขิตธนสมบัติ หัวหน้าศูนย์รักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ กล่าวว่า โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะแบ่งได้หลายประเภท แต่ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ คือ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด เอเอฟ Atrial fibrillation : AF เกิดจากสร้างสัญญาณไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ มักสัมพันธ์กับความเสื่อมของร่างกาย การดื่มสุรา ดื่มกาแฟ หรือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ ผู้ป่วยจะมีอาการใจสั่น รู้สึกไม่สบาย ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ บางรายอาจพบลิ่มเลือดในหัวใจ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนอันตราย หากลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดในอวัยวะสำคัญ อาจเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วย 5-7 คน ใน 100 คน หรือ 2 เท่าของผู้ที่หัวใจเต้นปกติ
ขณะนี้มีผู้ป่วยภาวะหัวใจผิดปกติชนิดเอเอฟ สูงขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐคาดว่ามีผู้ป่วย 2.2 ล้านคน หรือร้อยละ 0.4 ของประชากร ดังนั้นศูนย์รักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้นำเทคโนโลยีใหม่ในการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทั้งการจี้ด้วยสายสวนด้วยระบบคาร์โต (Carto system) การผ่าตัดขนาดเล็ก
“วิธีการนี้มีใช่รักษาในอเมริกาไม่ต่ำกว่า 10 ปี แต่ถือเป็นวิทยาการล่าสุด ที่ทำสำเร็จเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ต้องไปรักษาในต่างประเทศซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากเฉียดล้านบาท ซึ่งการผ่าตัดในประเทศจะช่วยลดการใช้จ่ายได้ 10 เท่าตัว” น.พ.ครรชิต กล่าว
วิทยาการล่าสุดเพื่อรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นผิดปกติชนิด AF คือการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งได้รับความร่วมมือกับทีมแพทย์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และมหาวิทยาลัย UCLA โดยการผ่าตัดวิธีนี้ ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด โอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนต่ำ เพราะเป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก 2 จุด บริเวณช่องชายโครงความยาว 1-2 ซม. เพื่อสอดใส่กล้อง จากนั้นใช้อุปกรณ์พิเศษคล้องบริเวณขั้วของหลอดเลือดดำที่ปอด เพื่อปล่อยคลื่นไมโครเวฟทำลายวงจรผิดปกติของหัวใจ เมื่อหัวใจเต้นปกติ จะปิดเย็บแผล ใช้เวลาการผ่าตัดเพียง 1-1.5 ชั่วโมง หลังจากผ่าตัดผู้ป่วยจะพักใน โรงพยาบาล 1 -2 วัน หากไม่พบความผิดปกติก็กลับบ้านได้
แม้ว่าการพัฒนาเทคโนโลยีในการรักษาโรคหัวใจจะเจริญก้าวหน้าเทียบเท่าต่างประเทศ แต่ในเชิงพฤติกรรมของคนไทยจะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อลดอัตราการเกิดโรคด้วยเช่นกัน โดยวิธีการง่ายๆ คือการตรวจเช็คสุขภาพ หมั่นวัดระดับน้ำตาลในเลือด โดยประชาชนทั่วไปหากต้องการตรวจเช็คสุขภาพ สามารถตรวจได้ฟรีที่งานประชุมวิชาการโรงพยาบาลรามาธิบดี ในวันที่ 31 ม.ค. -3 ก.พ. ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 และ 7 พร้อมทั้งการสาธิตวิธีออกกำลังกายเพื่อการดูแลหัวใจ
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ง่ายที่สุดในการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ สามารถทำได้ง่ายๆ คือ การเลิกสูบบุหรี่ รวมไปถึงการควบคุมน้ำหนักลดปัญหาอ้วนลงพุง ก็สามารถสยบโรคหัวใจได้โดยง่ายเช่นกัน

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
ภาพประกอบ : Internet

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *