เปิดตำนานเถ้าแก่ ‘Lee Kitchen’ ธุรกิจภัตตาคารหรูคู่ไทยกว่า 13 ปี

เปิดตำนานเถ้าแก่ “Lee Kitchen” ธุรกิจภัตตาคารหรูคู่ไทยกว่า 13 ปี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 พฤษภาคม 2550 20:24 น.

คำว่า “เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” คงเป็นคำพูดที่เหมาะสมกับธุรกิจของภัตตาคาร Lee Kitchen ที่ได้ฝ่าฝันอุปสรรคมาอย่างยากลำบาก กว่าจะมาถึงวันนี้ซึ่งก็เป็นเวลากว่า 58 ปีแล้ว ที่สามารถพลิกฟื้นวิกฤตของชีวิต จนกลายมาเป็นเจ้าของภัตตาคารหลายสาขา ด้วยความรู้แค่ ป.4 แต่ด้วยความมุ่งมั่นในการทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าเป็นอย่างดี รวมถึงพร้อมที่จะเปิดรับความรู้และสิ่งใหม่ๆ รอบตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้สิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยในการดำเนินธุรกิจภัตตาคารจนประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้

นายชัยเทพ ภัทรพรไพศาล หรือ มิสเตอร์ลี ผู้สร้างกลุ่มธุรกิจภายใต้ The Lee Family อย่าง Lee place, Lee Kitchen และ Lee Cafe ที่เกิดจากฝีมือของลูกชาวจีนแผ่นใหญ่ที่พ่อแม่ไม่ได้มีทรัพย์สมบัติมากองตรงหน้ามาตั้งแต่เกิด แต่ธุรกิจที่หลายคนเห็นอยู่นี้ เกิดมาจากความขยันหมั่นเพียร และความมุ่งมั่นที่ต้องการความก้าวหน้า และยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเส้นทางนี้ถือว่าค่อนข้างลำบากพอสมควร

เริ่มจาก นายชัยเทพ เป็นลูกคนกลางของพี่น้องทั้งหมด 5 คน ทำให้ต้องออกจากโรงเรียงตั้งแต่อายุ 13 ปี เพื่อมาช่วยพ่อที่มีอาชีพทำไก่ส่งตามภัตตาคาร แต่ก็ยังไม่ทิ้งการเรียนอย่างสิ้นเชิง โดยนายชัยเทพ ได้ใช้เวลาว่างเรียนภาษาอังกฤษ จากหนังสือ 75 ชั่วโมง มาศึกษาด้วยตัวเอง และเก็บเงินที่ได้จากการทำงานในขณะนั้นไปหาความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติมที่สถาบัน AUA ย่านสีลม ศาลาแดง โดยใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี ก็สามารถสนทนาภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้

หลังจากนั้นเส้นทางที่เป็นจุดเริ่มต้นของก้าวเข้าไปสู่ธุรกิจด้านอาหารอย่างจริงจังก็มาถึง ในปีพ.ศ.2516 โดยนายชัยเทพ ได้ตัดสินใจเข้าทำงานที่โรงแรมดุสิตธานี และด้วยความขยันขันแข็ง และซื่อสัตย์ที่ยึดถือมาโดยตลอด ทำให้ได้รับตำแหน่งผู้จัดการแผนกอาหารในห้องพัก และคุมสระน้ำ

“ในสมัยนั้นไม่ว่าเจ้านายจะส่งผมทำหน้าที่อะไร แผนกไหน ผมจะทำอย่างเต็มที่ เพราะผมอุทิศตัวให้กับงานอย่างแท้จริง จนกระทั่งเจ้านายให้โอกาสไปเรียนด้าน F&B ที่ The Lausanne Hotel School ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสถาบันที่สร้างคนโรงแรมคุณภาพ มาตรฐานอันดับ 1 ของโลก และหลังจากเรียนจบผมก็กลับมาทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น จนผลงานไปเข้าตานายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี ชวนไปทำงานด้วย แต่ต้องปฏิเสธไปเพราะความตั้งใจหลักของผมคือ ต้องการมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง”

แปะก๊วยในวุ้นมะพร้าว

ต่อมาความฝันที่ต้องการเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองก็เป็นจริง โดยเริ่มจากร้านข้าวแกงก่อน เนื่องจากใช้เงินทุนที่ไม่สูงมากนัก ใช้แต่ฝีมือ และการบริการที่เป็นสิ่งที่ถนัดอยู่แล้ว โดยนำร่องเปิดร้านข้าวแกงที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาพลับพลาไชย มีภรรยาเป็นผู้ดูแล ส่วนนายชัยเทพ ได้เปิดร้านอาหารที่ ถ.จันทร์ อาศัยลูกค้าเดิมในแวดวงโรงแรม และลูกค้าระดับพรีเมียม เป็นฐานลูกค้าหลัก ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

“หลังจากที่เราได้เลือกทำเลในเปิดร้านอาหารบริเวณ ถ.จันทร์ ชื่อว่า Lee Kitchen ในปี พ.ศ.2532 ก็ได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า ยอดขายโต 100% โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ต่อมาในช่วงปี 39-40 ยอดขายเริ่มตกจากวิกฤตเศรษฐกิจโดยเฉพาะร้านอาหารระดับพรีเมียมยอดขายลดลงไปกว่าครึ่ง แต่ร้านอาหารระดับกลางยอดกลับไม่ตก และดำเนินกิจการได้ ซึ่งในขณะนั้นเราไม่ร้านระดับกลางและล่างเลย จึงคิดที่จะแตกแบรนด์เพื่อรองรับลูกค้าระดับนี้บ้าง สุดท้ายจึงเปิดร้าน Lee Cafe ที่ยึดมาตรฐานการคัดสรรวัตถุดิบ และการบริการ เหมือนกับ Lee Kitchen ทุกอย่าง แต่ราคาจะถูกลง ส่งผลให้ลูกค้าของ Lee Café เป็นคนไทยมากขึ้น รวมถึงกลุ่มวัยรุ่นเพิ่มขึ้นด้วย”

แม้ว่าร้านอาหารทั้ง 2 แบรนด์ ในเครือ The Lee Family จะเติบโตเป็นที่น่าพอใจ และสามารถรองรับลูกค้าได้ทุกระดับ แต่ทางนายชัยเทพ ยังไม่หยุดต่อยอดธุรกิจเพียงเท่านี้ โดยได้วางแผนธุรกิจภายในปี 2552 จะแตกแบรนด์ร้านอาหารอีก 1 แบรนด์ เน้นอาหารที่มีคุณภาพ หลากหลายสัญชาติ ทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง เทียบเท่าระดับภัตตาคาร แต่ราคาย่อมเยา หวังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มีรายได้ไม่สูงมากนัก รวมถึงยังสามารถตอบโจทย์ในเรื่องราคาของอาหารที่รับประทานนอกบ้านได้เป็นอย่างดี

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *