เปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

เปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
Post Today – A New Year’s Resolution หรือความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงในปีใหม่ เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากตั้งความปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงบางสิ่งที่ดีกับชีวิตโดยใช้ปีใหม่เป็นจุดเริ่มต้น …
ข้อมูลจาก http://www.usa.gov/Citizen/Topics/New_Years_Resolutions.shtml, ระบุความปรารถนาของคนอเมริกันว่าต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เมื่อปีใหม่มาถึง คือ

ลดน้ำหนัก ปลดหนี้ ออมเงิน หางานที่ดีกว่า ทำร่างกายให้แข็งแร็ง กินอาหารถูกสุขลักษณะ หาความรู้เพิ่ม ลดการดื่มของมึนเมา เลิกบุหรี่ ลดความเครียดเรื่องทั่วไป ลดความเครียดเรื่องงาน ท่องเที่ยว อาสาสมัคร

ข้อมูลจากอีกแหล่งหนึ่ง คือ http://www.welchmedia.com/news/article_385.shtml, ระบุว่า Stephen Shapiro นักเขียนและอดีตที่ปรึกษาจาก Accenture ซึ่งมีหนังสือชื่อ Goal Free Living-How to have the life you want now! ระบุว่า มีชาวอเมริกันเพียง 8% เท่านั้นที่บรรลุความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงในปีใหม่

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2550 ผมดูรายการ Larry King Live ทางสถานีข่าว CNN แลร์รีเชิญผู้ชนะจากรายการ The Biggest Loser ซึ่งเป็นเรียลิตีทีวีของ NBC ที่ให้ผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งมีน้ำหนักมาก เข้าร่วมการแข่ง โดยการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายอย่างหนัก ภายใต้การดูแลใกล้ชิดของเทรนเนอร์

ระหว่างการสัมภาษณ์ แลร์รีถาม จิลเลียน ไมเคิลส์ เทรนเนอร์ว่ามีเคล็ดลับอะไร

ที่ทำให้รายการนี้ประสบความสำเร็จทำให้คนน้ำหนักลดลงได้มาก

จิลเลียนตอบว่า “ไม่มีความลับอะไรเลยคะ ที่จริงแล้วคือดิฉันและบ๊อบ เทรนเนอร์อีกคน อยู่ที่ยิมกับผู้เข้าแข่งขัน ตั้งแต่เช้ามืด จนเที่ยงคืน เคล็ดลับคือการทุ่มเทฝึกหนัก มีวินัย

ที่มันเวิร์ก เพราะว่าผู้เข้าแข่งขัน พร้อมพวกเขามาที่ยิมด้วยความมุ่งมั่นที่จะมาเปลี่ยนแปลง ตนเองไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม พวกเขาเปิดรับข้อมูลและคำแนะนำจากเทรนเนอร์ แล้วก็ทำตามอย่างเคร่งครัด ความสำเร็จก็ตามมา

แต่ว่าหากว่าคนใด ไม่พร้อม ที่จะเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเทรนเนอร์จะเก่งเพียงใด ไม่ว่าใครจะมาเทรนคุณ มันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ดิฉันไม่สามารถทำให้พวกเขาพร้อมได้ ดิฉันไม่สามารถทำให้น้ำหนักของพวกเขาลด พวกเขาต้องทำด้วยตัวของพวกเขาเอง จากข้อมูลและคำแนะนำที่เทรนเนอร์มีให้เขา คนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ ตัวพวกเขาเอง”

บทเรียนคืออะไร

คนส่วนใหญ่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น
แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ทำได้
ความอยากกับการกระทำ ไม่เหมือนกัน
เราเปลี่ยนคนที่ไม่พร้อม จะเปลี่ยนไม่ได้
เราประยุกต์ใช้กับงานได้อย่างไร

ความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของภาวะทางจิต
เราไม่สามารถบอกพนักงานว่า “คุณพร้อมจะเปลี่ยนแปลงแล้ว”
พนักงานต้องเชื่อเองว่า “ฉันพร้อมจะเปลี่ยนแปลงแล้ว บอกวิธีการมา”
เมื่อนั้นผู้จัดการจึงสอน จูงใจ ให้กำลังใจ พนักงานให้เปลี่ยนแปลง
ผู้จัดการส่วนใหญ่พลาดโดยการบอกให้คนเปลี่ยนทั้งๆ ที่เขายังไม่พร้อม ต้องโค้ชเขาให้เขาพร้อมก่อน แล้วจึงโค้ชความรู้หรือทักษะให้เขา เปลี่ยนสภาพจิตใจก่อน

คนเราซับซ้อน คนจำนวนมากเรียนรู้ที่จะคิดว่าตนเองไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แนวคิดนี้มาจากนักจิตวิทยาและนักเขียน Martin Seligman เขานิยามคำว่า Learned Helplessness (LH)

LH คือสภาพทางจิตที่คนเรียนรู้ที่จะเชื่อว่าในสถานการณ์นั้นๆ เขาไม่สามารถควบคุม หรือทำอะไรกับสิ่งต่างๆ ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงตนเอง เป็นการยอมรับสภาพ หรือถอดใจนั่นเอง

ส่วนใหญ่มาจากประสบการณ์ที่เขาอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เขาคิดไปเองว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้

คนส่วนน้อยที่ไม่มีอาการ LH พวกเขาตระหนักว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร พวกเขาสามารถทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง

เมื่อผู้จัดการต้องรับมือกับลูกน้องที่มี LH เราต้อง Unlearned หรือทำให้เขาเลิกการเรียนรู้ว่า เขาควบคุมอะไรไม่ได้เสียก่อน ซึ่งสามารถทำได้โดย

ให้ความรู้เขาในเรื่อง LH
ให้ความรู้เขาว่าเขาเปลี่ยนแปลงได้
ค่อยๆ สร้างความมั่นใจ เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ทีละเรื่อง จนกระทั่งเขาเกิดความเคารพตัวเอง และเชื่อมั่นในตนเองว่า เขาสามารถควบคุมสถานการณ์ได้บ้าง ขั้นตอนนี้ใช้เวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ โดยที่ผู้จัดการต้องใกล้ชิดเขา ให้กำลังใจ และกระตุ้นตลอดเวลา

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *