"เทคนิคการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น"

“เทคนิคการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น”

คนเราไม่สามารถทำงานได้สำเร็จพียงลำพัง การทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้น ส่วนหนึ่งย่อมมาจากความช่วยเหลือและการได้รับความร่วมมือจากผู้อื่นไม่มากก็น้อย คนบางคนมีเพื่อนฝูง มีผู้ใหญ่คอยให้ความช่วยเหลือ ให้การสนับสนุนค่อนข้างมาก แต่สำหรับบางคนเมื่อมีเรื่องเดือดร้อนและทุกข์ใจกลับไม่มีใครสนใจ เหลียวแลที่จะให้ความช่วยเหลือใด ๆ เลย …..ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

อลิสมองว่า การขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นถือว่าศิลปะอย่างหนึ่ง คนบางคนมีศิลปะด้านนี้สูงมาก แต่ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ขาดศิลปะในการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น อย่างเช่น เพื่อนรุ่นน้องของอลิสเล่าให้ฟังว่า เขาเพิ่งจะโกรธเพื่อนอีกคนหนึ่ง นามสมมติว่าคุณสุดสวย เนื่องจากเพื่อนรุ่นน้องคนนี้ขอข้อมูลบางอย่างแก่คุณสุดสวย แต่คุณสุดสวยไม่ส่งข้อมูลให้เสียที เป็นเหตุให้รุ่นน้องคนนี้ไม่ชอบใจ และพูดต่อว่าคุณสุดสวยว่าเป็นคนไม่มีน้ำใจเอาเสียเลย
เป็นธรรมชาติค่ะว่า เมื่อเราขอให้ผู้อื่นช่วยเหลือและเค้าไม่ช่วยเหลือเรา เราย่อมมีอารมณ์โกรธ ไม่ชอบ ไม่พอใจ โดยปกติคนเรามักจะไม่โทษและไม่หันกลับมามองตนเองก่อนว่า เป็นเพราะเหตุใดทำไมเวลาเราขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น แล้วทำไมไม่มีใครให้ข้อมูล หรือความช่วยเหลือใด ๆ

จากตัวอย่างของเพื่อนรุ่นน้องคนนี้ ทำให้อลิสต้องเตือนสติน้องคนนี้ก่อนว่า ควรจะสำรวจดูตัวเองก่อนว่า เราแสดงพฤติกรรมอย่างไร ใช้คำพูดและน้ำเสียงอย่างไรเวลาขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น อลิสสังเกตเห็นว่า น้องคนนี้มักจะใช้คำพูดที่ไม่ค่อยจะเกรงใจใครสักเท่าไหร่ พูดจาห้วน ๆ ขาดศิลปะในการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นพอควร
ทำอย่างไรที่จะให้ผู้อื่นช่วยเหลือเรา… อลิสขอฝากเทคนิคแบบง่าย ๆ ในการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ดังต่อไปนี้
ศึกษานิสัย และวิเคราะห์ความชอบ – ก่อนที่คุณจะไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ก่อนอื่นเลยจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้จักนิสัยของผู้นั้นก่อน รู้ว่าเค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีนิสัยและบุคลิกลักษณะเป็นอย่างไร ตามหลักของซุนวูที่กล่าวไว้ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

เกริ่นนำก่อนขอความช่วยเหลือ – คุณไม่ควรเริ่มต้นขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นทันที ยิ่งเป็นคนที่ไม่คุ้นเคยหรือขาดการติดต่อกันเป็นเวลานาน คุณควรจะถามเรื่องราวของบุคคลนั้น ๆ ก่อน นำข้อมูลที่คุณรับรู้มา มาช่วยในการเกริ่นนำก่อนที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือหรือขอความร่วมมือจากผู้อื่น
ใช้คำพูดที่สุภาพ – ต้องอย่าลืมว่า เรากำลังขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น คุณไม่ควรอย่างยิ่งในการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ พูดจาห้วน ๆ เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว เช่น ข้อมูลที่ขอ ส่งให้วันนี้เลยนะ หรือ งานนี้ด่วนมาก ยังไงต้องอย่าลืมส่งให้ จะรอนะ เป็นต้น คุณสามารถเลือกใช้คำพูดอื่นได้เพื่อให้ได้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่คุณต้องการ เช่น ข้อมูลที่ขอ ไม่ทราบว่าจะสะดวกหรือไม่ ถ้าจะขอเป็นวันนี้ ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ หรือ งานนี้ด่วนมาก เป็นไปได้หรือไม่ถ้าจะให้ส่งงานในวันนี้
เปิดใจให้กว้าง – ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญมาก คุณเองต้องเปิดใจกว้างยอมรับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ภายหลังจากที่คุณเอ่ยปากขอความช่วยเหลือหรือขอความร่วมมือจากผู้อื่นไปแล้ว

การเปิดใจยอมรับทั้งในแง่มุมที่ผู้อื่นให้ความช่วยเหลือจากคุณ และเปิดใจยอมรับฟังเหตุและผลเมื่อบุคคลนั้นไม่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่คุณ พบว่าบ่อยครั้งหากคนที่เราขอความช่วยเหลือ เขาปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลแก่คุณ คนส่วนใหญ่จะรู้สึกโกรธ ไม่ชอบใจ ไม่พอใจบุคคลนั้น ๆ อันเป็นเหตุให้สัมพันธภาพที่เคยมีแตกสลายไป
ดังนั้น หากคุณอยากจะให้ผู้อื่นให้ความช่วยเหลือแก่คุณ คุณควรจะใช้ศาสตร์และศิลปะในการสร้างความคุ้นเคย พูดเกริ่นนำก่อน และที่สำคัญจงใช้วาจาที่สุภาพ เหมาะสมกับเวลา และสถานการณ์

ที่มา : www.hrcenter.co.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *