เตือนภัยลานพระบรมรูปทรงม้าหลอกขายพวงมาลัย

เตือนภัยลานพระบรมรูปทรงม้าหลอกขายพวงมาลัย
แฉเล่ห์แก๊งขายพวงมาลัยลานพระรูป ทำทีเป็นธุระจัดหาของสักการะเสด็จพ่อ ร.5 ก่อนขูดราคามาลัย-หมากพูลแพงหูฉี่ชุดละ 300 บุหรี่มวนละ 20 สุดเหิมใครไม่จ่ายมีล้อมกรอบ ทำเงินดีตกคืนละกว่า 3 หมื่น เดือนละเป็นล้าน ด้านตำรวจส่ายหน้าจนปัญญาแก้ปัญหาไม่ตก จับแล้วก็กลับมาอีก เผยเทศกิจเคยถูกชก จับผู้หญิงก็หาว่าลวนลาม จนเป็นเรื่องขึ้นโรงพักมาแล้ว

การแสวงหาผลประโยชน์จากความเชื่อถือและศรัทธามีอยู่มากมายหลายกลุ่ม ล่าสุดแก๊งขายพวงมาลัยลานพระบรมรูปทรงม้า ได้สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ที่ไปสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ด้วยการหลอกล่อให้ซื้อพวงมาลัยดอกไม้ ธูป เทียน และหมากพลูในราคาที่แพงลิบลิ่ว

นานกว่าสัปดาห์ที่ “คม ชัด ลึก” ปักหลักเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเด็กขายพวงมาลัยลานพระบรมรูปทรงม้ายามค่ำคืนที่มีผู้ไปกราบไหว้บูชา หลังจากได้รับการร้องเรียนเข้ามาจำนวนไม่น้อยถึงพฤติกรรมหลอกลวงขายของแพงเกินจริง การข่มขู่คุกคามหากมีคนปฏิเสธที่จะจ่ายเงินค่าสิ่งของ พบว่าบริเวณนี้มีเด็กขายพวงมาลัยกว่า 10 คน ทันทีที่มีรถวิ่งเข้ามาจะตรงเข้าไปอำนวยความสะดวก กุลีกุจอหาที่จอดรถให้ ก่อนจะกระวีกระวาดจัดหาพวงมาลัยดอกไม้ ธูป เทียน แล้วจึงพาไปกราบไหว้บูชาจนเสร็จพิธี จากนั้นจะเรียกเก็บเงินค่าสิ่งของในราคาแพงแสนแพง กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สายเกินไปเสียแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาดอกไม้ธูปเทียนและหมากพลูจะมีด้วยกัน 2 ชุด แบ่งเป็นชุดเล็กราคา 200 บาท ส่วนชุดใหญ่ราคา 300 บาท ไม่รวมค่าบุหรี่ที่คิดเป็นมวนอีกมวนละ 20 บาท เบ็ดเสร็จ 1 ซองจะต้องเสียค่าบุหรี่เป็นเงินทั้งสิ้น 400 บาท ซึ่งถือว่าแพงเกินกว่าความเป็นจริง 100-200 เท่าตัว มีหลายคนที่ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินมากขนาดนั้น แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ตลอดรอดฝั่ง เนื่องจากเด็กขายพวงมาลัยจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ข่มขู่ คุกคาม ไปจนถึงกรรโชกเอาซึ่งๆ หน้า ด้วยการพูดเสียงดังรู้สึกอับอาย รวมถึงส่งสัญญาณให้เพื่อนๆ กรูเข้ามาล้อมกรอบ กดดันให้ผู้เสียหายต้องยินยอมจ่ายเงินส่วนนั้นแต่โดยดี

“คม ชัด ลึก” ทำทีเข้าไปกราบไหว้สักการะในคืนวันหนึ่ง โดยเลือกซื้อดอกไม้ธูปเทียนจากเด็กหนุ่มวัยไม่ถึง 20 ปี ใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงยีน สนนราคาค่าของบูชาจะไม่ถูกเปิดเผยตั้งแต่แรก แต่เด็กเหล่านี้จะทำทีเป็นธุระจัดการหาที่จอดรถ พาไปแท่นบูชา จุดธูปเทียนให้เสร็จสรรพ ปากก็ถามว่ามาสักการะเพื่อวัตถุประสงค์อะไร แต่ไม่ว่าจะตอบคำถามหรือไม่ก็จะจัดการยัดเยียดสิ่งของกราบไหว้บูชาให้ รวมทั้งแกะซองบุหรี่เกล็ดออกมาจุดสูบบูชา โดยไม่สนใจคำทัดทานใดๆ เบ็ดเสร็จแล้วต้องจ่ายเงินค่าสิ่งของรวม 700 บาท

จากการสอบถาม “เดือน” หญิงสาววัย 29 ปี ที่เดินทางมาสักการะเสด็จพ่อ ร.5 ในคืนวันเดียวกันนี้พบว่าเธอกับเพื่อนๆ ต้องเสียเงินจ่ายค่าของสูงถึง 2,100 บาท แบ่งเป็นค่าพวงมาลัยชุดละ 300 บาท มาทั้งหมดสามคนรวม 900 บาท ค่าบุหรี่อีกชุดละ 400 บาท รวม 1,200 บาท เบ็ดเสร็จเธอและเพื่อนจึงต้องควักกระเป๋าจ่ายออกไปอย่างที่เห็น

ขณะที่ “อุ๊” สาวโสดวัย 28 ปี ที่ตั้งใจไปสักการะพระบรมรูป ร.5 แต่กลับรู้สึกว่าถูกเด็กผู้หญิงขายพวงมาลัยวัยประมาณ 16 ปี กรรโชกทรัพย์ เนื่องจากพยายามยัดเยียดขายพวงมาลัยใส่มือให้ในราคาสูงถึง 200 บาท แม้จะสอบถามราคาเท่าไรก็พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ แต่เมื่อบอกให้ทราบว่าเป็นราคาที่แพงมากเธอจึงปฏิเสธไป เด็กสาวรายนี้จึงยื่นข้อเสนอใหม่เป็นดอกกุหลาบสีชมพู 3-4 ดอก ราคา 50 บาท จึงตัดสินใจซื้อ จากนั้นเด็กสาวรายเดิมได้พาไปและจุดธูปเทียนให้ แล้วกลับมาพร้อมกับธูปและบุหรี่ 1 กำ ยัดใส่มือ แนะนำวิธีสักการะเสร็จสรรพ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังอุ๊สักการะเสร็จยังต้องจ่ายเงินค่าบุหรี่อีกมวนละ 20 บาท ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 9 มวน เป็นเงิน 180 บาท เมื่อปฏิเสธเด็กสาวคนเดิมยืนยันเสียงแข็งว่าได้ซื้อไปสักการะเรียบร้อยแล้ว เธอจึงจำใจจ่ายเงินค่าบุหรี่ไปเพื่อตัดปัญหาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะลุกลาม สังเกตได้จากอากัปกิริยาของเด็กสาวที่ดูเหมือนจะขุ่นมัวขึ้นทุกขณะอย่างไม่มีเหตุผล

“รู้สึกไม่ดีมากๆ ตั้งใจมาสักการะพระบรมรูปฯ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่คิดว่าจะมีกลุ่มคนมาทำลายความศรัทธา จนไม่อยากกลับไปอีก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด เชื่อว่ายังมีคนไม่รู้อีกมากที่ตกเป็นเหยื่อของเด็กขายพวงมาลัยกลุ่มนี้ ซึ่งมีพฤติกรรมน่ากลัวมาก” อุ๊ กล่าว

ทั้งนี้ หากลองคำนวณคร่าวๆ จะพบว่าในคืนหนึ่งๆ มีชาวบ้านเดินทางมาสักการะเสด็จพ่อ ร.5 เฉลี่ย 100 คน แต่มีเพียง 50 คนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพในคราบผู้ประกอบอาชีพสุจริตนี้ โดยเสียคนละ 700 บาท จะทำให้พวกเขามีรายได้ไม่ต่ำกว่า 35,000 บาท เฉลี่ยเดือนละ 1,050,000 บาท นับเป็นรายได้ที่ดีมากถึงมากที่สุดพอๆ กับนายธนาคารใหญ่ๆ เลยทีเดียว

นายถนอม อ่อนเกตุพล โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีชาวบ้านที่ไปสักการะพระบรมรูป ร.5 ร้องเรียนเข้ามาที่ กทม.อยู่เป็นประจำ กทม.ทราบดีว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นและไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามแก้ไขตลอดเวลา โดยสั่งการไปยังสำนักงานเขตดุสิต ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ให้จัดส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจออกไปตรวจสอบอยู่เป็นประจำ แต่อย่างไรก็ตามพอช่วงไหนออกตรวจตราเข้มงวดก็จะหายไป เนื่องจากจะไม่อนุญาตให้ลงไปขายพวงมาลัยดอกไม้บริเวณลานพระบรมรูป เพราะเป็นเขตพระราชฐาน อนุญาตให้ขายเฉพาะบริเวณทางเท้าเท่านั้น แต่พอตกดึกเจ้าหน้าที่ไม่ไปหรือกลับไปแล้วก็จะออกมาขายกันอีก เป็นแบบนี้มานานแล้ว

นายถนอม กล่าวถึงแนวทางแก้ไขว่า ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ เจ้าหน้าที่จะต้องจัดระเบียบผู้ค้าขายพวงมาลัยในบริเวณข้างต้นใหม่ ไม่ให้เข้าไปซื้อขายบริเวณลานพระบรมรูปอีก ซึ่งตรงนี้จะกำชับไปยังสำนักงานเขตดุสิต ขณะเดียวกันก็จะประชาสัมพันธ์ประชาชนที่จะมาสักการะบูชาให้จัดหาและเตรียมดอกไม้ธูปเทียนมาเอง อย่ามาหาซื้อเอาบริเวณนี้ เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้

“คนไทยเราใจอ่อนอยู่แล้ว พอจอดรถเห็นเด็กวิ่งมาดูแลเรื่องที่จอดรถ บอกขายดอกไม้มาลัยก็เกรงใจซื้อ สุดท้ายก็ตกเป็นเหยื่อ เราต้องใจแข็งอย่าซื้อ ทางที่ดีจัดหามาเองจะดีที่สุด” โฆษก กทม.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากลานพระบรมรูปทรงม้าแล้ว ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่กลุ่มมิจฉาชีพลักษณะนี้ออกหากินกับความเชื่อของชาวบ้าน เช่น บริเวณช้างสามเศียรย่านสมุทรปราการ พระพรหมราชประสงค์ เป็นต้น

นายสมชาย จิตรสอาด ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตดุสิต กล่าวว่า กรณีนี้สำนักงานเขตไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ เนื่องจากไม่ได้มีการตั้งวางขายพวงมาลัย แต่เป็นการเดินเร่ขายเหมือนการขายพวงมาลัยตามสี่แยก จะผิดกฎหมายกีดขวางการจราจร และข่มขู่ขูดรีดมากกว่า จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้วเคยนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานความเป็นระเบียบเรียบร้อยระดับเขต โดยประสานสถานีตำรวจมาช่วยดูแลกวดขันจับกุมกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมขูดรีดเหล่านี้ ปัญหาก็เริ่มเบาบางลงไปบ้างแล้ว

“พวกนี้ไม่กลัวเทศกิจ เมื่อ 4-5 ปีก่อนเจ้าหน้าที่ของเรายังถูกชกเลย พอไปจับเด็กผู้หญิงก็กล่าวหาว่าเราลวนลาม จนมีเรื่องขึ้นโรงพักมาแล้ว คนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมขูดรีดในตัว เพราะมีการยัดเยียดขายเครื่องบูชาในราคาแพง แต่เขตไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ ตำรวจต้องเข้ามาดูแล ซึ่งสำนักงานเขตยินดีให้ความร่วมมือ” นายสมชายกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบในพื้นที่ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา สามารถจับกุมเด็กขายพวงมาลัยได้ 17 คน อายุระหว่าง 6-20 ปี ในข้อหากีดขวางผิวจราจร ในส่วนของเด็กจะเรียกผู้ปกครองมารับตัวกลับไปพร้อมกับตักเตือน ส่วนผู้ใหญ่จะส่งให้สำนักงานเขตดุสิตปรับ

“เด็กขายพวงมาลัยจะเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด มาจากชุมชนแออัดใกล้ๆ และเป็นกลุ่มผู้กระทำผิดรายเดิมๆ ถูกจับซ้ำแล้วซ้ำอีก เรื่องเด็กขายพวงมาลัยศาลเจ้าพ่อ็มีความรุนแรงลักษณะเดียวกัน ผู้ที่มาสักการะไม่ได้เช็กราคาก่อนซื้อจึงตกเป็นเหยื่อเด็กกลุ่มนี้ สำหรับมาตรการที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ คือส่งรถสายตรวจไปตอนดึกๆ พอเด็กขายพวงมาลัยเห็นก็กรูกันขึ้นไปบนฟุตบาท ทุกวันนี้ออกไปตรวจแทบทุกคืนก็ยังไม่สามารถหยุดขบวนการนี้ได้ สังเกตได้บริเวณด้านหลัง สน.ดุสิต เต็มไปด้วยดอกไม้ ธูปเทียน ที่ยึดมาจำนวนมาก” พ.ต.อ.สมชาย กล่าว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก คมชัดลึก

เป็นข่าวเก่านะครับ ถึงข่าวจะเก่า แต่เรื่องการหลอกลวงก็ยังมีจนถึงทุกวันนี้นะครับ พึ่งเจอมาวันนี้เลยครับจึงอยากจะเตือนเพื่อนๆนะครับ ให้ระวังหน่อยครับ ถ้าจะไปสักการะท่าน เตรียมดอกไม้พวงมาลัยไปเองนะครับ หรือไม่ก็ไหว้เฉยๆก็ได้ครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *