เตรียมความพร้อมสำหรับผู้นำคนใหม่

เตรียมความพร้อมสำหรับผู้นำคนใหม่
Post Today – สุนีเป็นคนที่ขยันและเก่ง เธออดทนและแกร่งต่อแรงกดดันในงาน และชอบที่จะทำงานหนักเป็นชีวิตจิตใจ เป็นคนเร็วพร้อมที่จะแปลงแนวคิดเป็นงานได้ในเวลาอันสั้น …
เธอทำงานในลักษณะบริหารโครงการสำเร็จมามากมาย บริษัทตัดสินใจโปรโมตเธอให้ดูแลฝ่ายงานสำคัญ ซึ่งมีผู้จัดการหกคนรายงานตรงกับเธอ เธอต้องการเตรียมตัวก่อนรับตำแหน่งใหม่

“คุณเกรียงศักดิ์ นีอยากให้คุณช่วยโค้ชให้นีหน่อยค่ะ นีใจร้อนเหลือเกิน เกรงว่าทีมงานจะกระเจิงซะก่อน”

“ยากเหมือนกันครับ เพราะเป็นธรรมชาติของคุณ แต่ว่ายังดีที่คุณเป็นคนอาสาที่จะรับการโค้ช ยังพอมีหวัง

โดยทั่วไปคนใจร้อนเพราะต้องการให้งานเสร็จเร็ว แต่ว่าการบริหารงานคือการทำงานผ่านคนอื่น หากต้องการเร็วต้องดูทั้งกระบวนการ มิใช่เร็วแค่ตอนเริ่ม แต่ช้าในระยะยาว”

“หมายความว่าอย่างไรคะ”

“ผมจะยกตัวอย่างของผม ที่บ้านผมจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดบ้านทุกวันจันทร์ เมื่อสงกรานต์แม่บ้านคนที่ทำประจำขอลาสองสัปดาห์ และเธอแนะนำเพื่อนเธอมาช่วยทำงานแทน

วันแรกที่แม่บ้านคนใหม่มา ผมใช้เวลาสองสามนาทีในตอนเช้าอธิบายว่าจะให้ทำอะไรบ้าง และคาดหวังอะไร พอดีผมใจร้อนอยากรีบออกมาทำงาน ทีแรกกะว่าจะใช้เวลาอีกสองสามนาทีอธิบายวิธีนำขยะไปทิ้งหน้าบ้าน แต่คิดว่าไม่มีเวลา แล้วก็ Common Sense น่าจะไม่มีปัญหาอะไร

พอตกค่ำผมกลับมา แม่บ้านเขาก็กลับไปแล้ว ผมตรวจดูโดยรวมก็ดี แต่ว่าขยะซิมีปัญหา”

“เกิดอะไรขึ้นคะ”

“แม่บ้านคนใหม่เธอประหยัดครับ ผมมีขยะในบ้านที่ผมจะทิ้งใส่ถุงพลาสติกสีดำรวบรวมไว้ หน้าที่ที่ควรทำก็คือเอายางรัด แล้วนำไปทิ้งในถังขยะหน้าบ้าน เวลารถขยะมาเก็บ เขาจะยกไปทั้งถุงพลาสติกดำนั่น แต่ว่าแม่บ้านคนนี้เขากลับนำขยะไปเทใส่ถังขยะที่หน้าบ้าน แล้วนำถุงพลาสติกกลับมาใช้อีก

ตกลงคืนนั้นผมต้องมานั่งเก็บอีกยี่สิบนาที รู้อย่างนี้ผมเสียเวลาตอนเช้าสองนาทีน่าจะดีกว่า”

“นีก็เคยมีประสบการณ์คล้ายๆ กันอย่างนี้ค่ะ แล้วนีควรทำอย่างไรดี”

“คุณต้องเตือนสติตัวเองว่าเร็วคือเร็วทั้งกระบวนการไม่ใช่แค่เร็วตอนต้น”

“แล้วอะไรอีกคะ” รีบถามด้วยความใจร้อน

“อย่าลืมว่าความตั้งใจสูงและมุ่งมั่นตลอดจนอยากให้เสร็จเร็วนั้นเป็นจุดแข็งของคุณ และมันอาจจะทำให้คนอื่นๆ อึดอัดได้มาก ดังนั้นถ้าอยากให้เร็วในระยะยาว ต้องสร้างความไว้วางใจหรือ Trust จากทีมงานก่อน อย่าเพิ่งด่วนลุย ถ้าอยากให้เร็ว ต้องจำไว้ว่า…” ผมหยุดเงียบ

“อะไรคะ”

ผมเงียบไปอีกสิบวินาที

“นี่คุณเกรียงศักดิ์ สิบวินาทีแล้วนะคะ”

“ดีมากคุณสุนี หัดนับหนึ่งถึงสิบในใจอย่างนี้บ่อยๆ เวลาเริ่มทำงานกับคนที่เรายังไม่สนิท ให้โอกาสคนอื่นได้คิดและเป็นตัวของตัวเองเสียก่อน สักระยะจนคุ้นเคยกัน

หากใจร้อน ขอให้ใจร้อนในการสร้างสัมพันธ์และการไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อน

บางคนจะใช้เวลาสองสามอาทิตย์แรกสังเกตเพื่อนร่วมงานใหม่ คุยกับเขาทีละคน ฟังให้มากๆ ทานข้าวกลางวันด้วยกันบ้าง สังเกตว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร สั่งงานแบบไหนเวิร์ก จูงใจแบบไหนได้ผล มีค่านิยมอย่างไร

โชคดียังมีวิธีอีกอย่างที่อาจจะใช้เวลาน้อยลง”

“คืออะไรคะ”

“คุณก็ไปซื้อหนังสือ เจาะจุดแข็ง เขียนโดย มาร์คัส บั๊คกิ้งแฮม และ ดอน คลิฟตัน ในหนังสือท้ายเล่มจะมีรหัสหนึ่งชุด คุณต้องใช้หนึ่งรหัสต่อคน ก็ซื้อมาเจ็ดเล่มรวมตัวเอง แล้วนำรหัสเข้าอินเทอร์เน็ต ไปที่เว็บ www.strengthsfinder.com แล้วทำแบบสอบถามหนึ่งชั่วโมง แต่ละคนจะได้ทราบพรสวรรค์ห้าข้อของตน

แล้วผมจะเชิญสุนีและลูกน้องทีละคนมาประชุมกัน

การประชุมของเราสองชั่วโมง ในหนังสือจะมีแนวทางบริหารพรสวรรค์แต่ละข้อ ผมจะทำหน้าที่โค้ชคุณและลูกน้องทีละคน เราทำทั้งหมดหกครั้ง

เมื่อจบการประชุมกับแต่ละคน คุณจะรู้เลยว่าแต่ละคนมีความถนัดอะไร ทำงานอะไรได้ดี จะต้องมอบหมายงานอย่างไร จะจูงใจวิธีไหน ที่สำคัญคุณกับลูกน้องแต่ละคนจะตกลงกันว่า แนวทางการติดต่อสื่อสาร การติดตามงาน และการทำงานร่วมกัน ด้วยวิธีไหนที่คุณสองคนจะเป็นธรรมชาติของตนเองมากที่สุด”

“เชื่อมช่องว่าง” กับ เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย Executive Coach ภายใต้แบรนด์ The Coach คุณสามารถติดต่อเขาได้ที่ coachkriengsak@yahoo.com หรืออ่านงานเขียนที่เคยตีพิมพ์ในโพสต์ทูเดย์ ที่ www.thaicoach.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *