เด็ก ๆ กับอีคิว

เด็ก ๆ กับอีคิว
โดย: ศ.(เกียรติคุณ)พญ.ชนิกา ตู้จินดา

ตอนนี้ใครๆ ก็สนใจอยากให้ลูกมีอีคิวที่ดี แต่ถามกันจริงๆ ก็ไม่มีใครตอบได้ชัดเจนว่า อีคิวคืออะไร

หมอต้องมีกิจกรรมเกี่ยวกับเด็กๆ ที่น่ารัก อดจะนำมาเล่าไม่ได้ นับตั้งแต่วันคริสต์มาสที่ตัวแทนนักเรียน โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้าทั้งชายหญิง อายุระหว่าง 6-10 ปี มาร้องเพลงคริสต์มาสให้ฟังที่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชศรีนครินทร์ ซึ่งโชคดีสำหรับหมอที่ได้รับฟังและพบกิจกรรม เด็กๆ ร้องเพราะมาก มีคุณครูมาเล่นดนตรีประกอบ ร้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษทำให้ระลึกถึงวัยเด็กสมัยเรียนโรงเรียนเซ็นฟรังก์จะร้องเพลงและมีละครเวที

ช่วงเทศกาลนี้ เคยได้แสดงเป็นเทวดาติดปีกถือไม้ชูดวงดาวนานมากแล้วยังไม่ลืม แสดงถึงความทรงจำของเด็กๆ ในเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ จะไม่ลืมเลือน ยังจำได้แม่นทุกเพลงแม้นอายุ 60 กว่าแล้ว ก็อดจะร้องเพลงตามไปกับเด็ก ๆ ในวันนั้น ซึ่งคุณครูบอกว่า บางโรงพยาบาลมีคนไข้มาร้องเพลงด้วยนะคะ นับเป็นกิจกรรมที่ดีน่าชื่นชม ทำให้เกิดความสุขแก่ผู้ป่วยไข้ ปกติยามเจ็บไข้จิตใจอ่อนแอ ทุกข์โศกจากโรคภัย ดนตรีบำบัดเป็นยาชูกำลัง ยามกลุ้มใจลองลืมเรื่องทุกข์ คิดถึงอะไรที่ทำให้เราปลื้มใจ สุขใจ หรือฟังเพลงเบาๆ จะช่วยได้มากค่ะ

กิจกรรมช่วงเดือนมกราคมและวันเด็ก หมอได้รับเชิญไปหลายแห่งมาก ที่ประทับใจครั้งหนึ่งคือ ไปเป็นวิทยากรคู่กับหมอเบิร์ดหรือหมออภิสมัย นางสาวไทยที่เป็นแพทย์คนแรกของไทย เธอจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝึกอบรมจิตเวชจากภาควิชาจิตเวช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จนจบการศึกษาเป็นจิตแพทย์เต็มตัว ได้วุฒิบัตรของจิตเวชเรียบร้อย คงเห็นในทีวีเป็นพิธีกรและผู้ประกาศข่าวช่อง 7 เป็นคนสวยด้วยสมอง มีความสามารถ

พอดีหมอเองเป็นวิทยากรให้รายการคุณหมอเบิร์ด “ด้วยรักและเข้าใจ” ทางช่อง 7 ทุกวันศุกร์ 8 นาฬิกา เลยนัดไปพบเด็กๆ ที่สภาสตรีฯ ณ บ้านมนังคศิลา เนื่องในวันเด็ก 9 มกราคม 2547 กิจกรรมมีมากมาย คนเข้าไปเป็นพันๆ คน การสัมมนาอยู่ในตึกด้านหลังเวที ต้องอาศัยพิธีกรของ เจ.เอส.แอล ช่วยประกาศว่ามีนางสาวไทยมาพูดด้วยนะ ปรากฏว่าได้ผล มีคนเข้าฟังพอควร

แรกเริ่มเดิมทีหมอเบิร์ดบอกว่า “กลุ่มที่มาเป็นวัยรุ่นนะคะอาจารย์ เบิร์ดเตรียมคำถามไว้อย่างนี้ เราพูดตามหัวข้อดีไหม” ก็โอเค เตี๊ยมกันไว้ พอเห็นเข้าจริงกลายเป็นเด็กวัย ป.1-ป.4 เสียส่วนใหญ่ มีคุณแม่รายการทีวีคุยกับหมอชนิกาเข้าไปบ้าง เลยบอกหมอเบิร์ดเราต้องเปลี่ยนกลยุทธ์เป็นเล่นกับเด็กดีกว่า ตั้งคำถามให้เด็กๆ ขึ้นเวทีสนุกๆ แจกรางวัล มิฉะนั้นจะคุมกลุ่มไม่อยู่ ปรากฏว่าได้ผล ขอเด็กอาสาสมัคร 5 คนบนเวที ขึ้นมาเป็น 10 คนเลย มีตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกขนาด 3-5 ขวบ ถึงเด็กโต 9-10 ขวบ

เด็กๆ ก็น่ารักแบบไร้เดียงสา หมอเบิร์ดถามว่า “ใครช่วยคุณแม่ทำงานบ้านบ้าง ทำอะไรเอ่ย” เด็กๆ แย่งกันตอบ ส่วนใหญ่คือช่วยล้างจาน มีอยู่คนหนึ่งอายุ 4 ขวบ หน้ากลมตัวอ้วน ตอบว่า “ช่วยซักผ้า” หมอเลยตะโกนถามคุณแม่อยู่ข้างล่างที่นั่งอยู่แถวหน้าว่า “แน่หรือคะ” คุณแม่ตอบว่า “ล้างผ้าค่ะ” เลยได้เฮกัน ตามประสาเด็กๆ รักแม่มาก อยากช่วยแม่ อยากเลียนแบบแม่แม้นเขาจะเป็นเด็กชาย ได้แค่ล้างผ้าก็ดีแล้ว

อีกรายตอบปัญหาคล่องแคล่ว ตาแป๋วแหวว หน้าตาน่ารัก พอถามว่า “หนูอายุเท่าไรคะ” หนูก็ตะโกนลงไปถามแม่ว่า “แม่…หนูอายุเท่าไร” อะไรก็ไม่พ้นแม่อยู่ดี อายุตัวเองยังไม่รู้เลย บางคนอายุ 3 ขวบ ถามทีไรตอบ 6 ขวบ ถามว่าทำไมถึงตอบอย่างนี้ บอกว่า “ก็หนูอยากเป็นพี่บ้าง เป็นน้องมาเรื่อยเลย” อยู่กับเด็กๆ จะทำให้สมองเราทำงาน แบบคลังสมอง ลองปัญญาอยู่เสมอ ด้วยคำถามว่า What Why When How อยู่กับเด็ก เล่นกับเด็ก รับรองไม่เป็นอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อมละค่ะ

อีกคู่ยิ่งน่ารัก พี่ชายอายุ 5-6 ปี ยิ้มเห็นฟันกลางหลออยู่ น้องเล็กอายุ 3 ปี ถามว่า “ช่วยแม่เลี้ยงน้องไหม” เขาตอบว่า “ครับ” ถามว่า “น้องงอแง รังแกหนูไหม” ตอบว่า “ครับ” “แล้วหนูทำอย่างไร” “ผมไม่ตีน้อง เพราะผมกลัวแม่เสียใจครับ” คู่นี้น่ารักที่สุด สรุปว่าคนพี่ 6 ขวบนี่น่ารักสุด จัดว่าอีคิวหรือความฉลาดทางอารมณ์เป็นเยี่ยม คือ

* เขารู้จักอารมณ์คนอื่น รู้ว่าน้องร้องไม่ดี ถ้าเขาตีหรือทำร้ายน้อง แม่จะเสียใจ รู้จักอารมณ์แม่ด้วย
* รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง เขารู้ว่าเขาก็ไม่พอใจ แต่ควบคุมอารมณ์ตนเองได้
* เขามีเมตตาต่อน้อง

น่าดีใจกับคุณแม่ที่มีพี่สนใจ ห่วงใยน้อง เวลาขึ้นเวทีเขาจะคอยดูแลน้องให้ปลอดภัย ตอนนี้ใครๆ ก็สนใจอยากให้ลูกมีอีคิวที่ดี แต่ถามกันจริงๆ ก็ไม่มีใครตอบได้ชัดเจนว่า อีคิวคืออะไร ขอตอบตามตำราดังนี้ค่ะ

อีคิว Emotion Quotient คือความฉลาดทางอารมณ์ คือเด็กที่รู้จักอารมณ์ตนเอง ว่าพอใจ ดีใจ เสียใจ โกรธ และรู้จักอารมณ์คนอื่นว่า พอใจ ไม่พอใจ เสียใจ ดีใจ ฯลฯ และรู้จักปรับตนเองอย่างเหมาะสม เด็กที่มีอีคิวดีจะเป็นเด็กที่มีคนรักและชื่นชม รวมทั้งตนเองเป็นสุขด้วย ฉะนั้นเด็กที่อีคิวดี คือ

1) เป็นเด็กดี รู้จักควบคุมอารมณ์และการแสดงออกของตนเองได้ เป็นคนมีน้ำใจ รู้ผิดถูก มีมารยาทดี มีสัมมาคารวะ
2) เป็นเด็กเก่ง มีความสนใจ ใฝ่รู้ ปรับตัวได้ดี เด็กกล้าพูด กล้าคุย ทักทายผู้อื่น และกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม
3) เป็นเด็กมีความสุข ยิ้ม เบิกบาน สนุกสนาน กระโดดโลดเต้น เฮฮา มีความสุขใจ พอใจ อบอุ่นใจ

ขอให้เด็กมีทั้ง 3 ข้อนี้ คุณพ่อคุณแม่จะแฮปปี้มาก แต่อย่าลืมว่า พ่อปู แม่ปู ลูกปูเลียนและเรียนตามกัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่และผู้ดูแลเด็กต้องมีลักษณะ 3 ข้อนี้ด้วย จะช่วยได้มากค่ะ

จาก: รักลูก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *