เดอะ ไมเนอร์ กรุ๊ป เจ้าแห่งธุรกิจฟาสต์ฟูด

เดอะ ไมเนอร์ กรุ๊ป เจ้าแห่งธุรกิจฟาสต์ฟูด
หากเอ่ยถึง”เดอะ ไมเนอร์ กรุ๊ป”หรือ ไมเนอร์ โฮลดิ้ง ต้องยกให้เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำในแวดวงธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร เป็นเจ้าของร้านอาหารกว่า 700 แห่ง และโรงแรมกว่า 2,400 ห้อง นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแฟชั่นกว่า 20 แบรนด์
ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย วันนี้ไมเนอร์ กรุ๊ป ได้สยายปีกสองธุรกิจหลักออกไปสู่ต่างประเทศด้วย ทั้งด้วยการลงทุนเองและซื้อกิจการใหม่ เพื่อขับดันธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะเป็นเดอะ ไมเนอร์
เริ่มต้นมาจากการทำธุรกิจเทรดดิ้ง ขายสินค้าอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี 2520 หลังจากนั้น วิลเลียม อี.ไฮเนคกี้ ผู้ก่อตั้งและประธานของเดอะ ไมเนอร์ กรุ๊ป ได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจฟาสต์ฟูดในปี 2521 เริ่มจากเชนร้านไอศกรีมชื่อศาลาโฟร์โมสต์ มิสเตอร์โดนัท และพิซซ่า ฮัท พร้อมไปกับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและการส่งออก และธุรกิจโรงแรม
แต่มาโด่งดังและประสบความสำเร็จสูงสุดจากการเปิดตัวแฟรนไชส์ร้านพิซซ่า ฮัท แห่งแรกที่พัทยา เมื่อประมาณ 25-26 ปีก่อน จากนั้นมากิจการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยสามารถขยายเครือข่ายได้มากกว่า 100 แห่ง และกลายมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อไทรคอน เรสเทอรองต์ อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของแฟรนไชส์จากอเมริกาไม่ยอมต่อสัญญาแฟรนไชส์ เกิดเป็นคดีความประวัติศาสตร์ขึ้น ในที่สุด
ทาง ไมเนอร์ กรุ๊ป เป็นฝ่ายชนะคดี และกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่โดยหันมา
สร้างแบรนด์ของตัวเองภายใต้ชื่อ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี และกลายเป็นแบรนด์ไทยที่ผงาดขึ้นเป็นผู้นำตลาดไปในเวลาอันรวดเร็ว
นอกเหนือจาก เดอะ พิซซ่า คอมปะนี แล้ว วันนี้ภายใต้บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ในเครือไมเนอร์ โฮลดิ้ง เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ฟาสต์ฟูดแบรนด์ดัง อาทิ แดรี่ควีน, ซิซซ์เล่อร์, สเวนเซ่นส์, เบอร์เกอร์คิง เมื่อนับจำนวนร้านอาหารหรือช่องทางการขายในกลุ่มธุรกิจฟาสต์ฟูดทุกแบรนด์รวมกันแล้วมีมากกว่า 700 แห่ง
ด้านธุรกิจโรงแรม ดำเนินงานภายใต้ บริษัท เดอะไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ณ วันนี้ถือหุ้นในโรงแรมเครือรีเจ้นท์ และแมริออท มีโรงแรมในสังกัดหลากหลายแบรนด์ อาทิ โฟร์ซีซัน, อนันตารา, รอยัล การ์เด้น, แมริออท และในเครือไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนลทั้งในไทยและต่างประเทศ ล่าสุดได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัทเอเลวาน่า แอฟริกาฯ “เอเลวาน่า” ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านแหล่งท่องเที่ยวเชิงซาฟารีในทวีปแอฟริกา เป็นเจ้าของและบริหารที่พักหลายแห่ง และก่อนหน้านั้นได้ประกาศเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Kempinski Hotel&Resort เพื่อต่อยอดธุรกิจโรงแรมออกไปยังภูมิภาคยุโรปและเอเชีย โดยวางแผนจะชูโรงแรม อนันตารา ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ไมเนอร์ สร้างขึ้นเองเป็นหัวหอกในการรุกตลาด
กล่าวได้ว่าวันนี้ ไมเนอร์ กรุ๊ป สามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา จากดั้งเดิมที่ซื้อแฟรนไชส์ฟาสต์ฟูดเข้ามาบริหาร ก็มี เดอะพิซซ่า คอมปะนี ด้านธุรกิจโรงแรมก็สร้างแบรนด์ อนันตารา ขึ้น
และประสบความสำเร็จทั้งสองแบรนด์

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ
ทำธุรกิจที่ถนัดและซื้อกิจการ
ปัจจุบันธุรกิจอาหารถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ทำรายได้ให้กับกลุ่มมากกว่า 50% จากรายได้รวมทั้งกลุ่มซึ่งมากกว่า 10,000 ล้านบาท ส่วนธุรกิจโรงแรมกว่า 30% และที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ถึงกระนั้น ไมเนอร์ กรุ๊ป ก็ยังคงเดินหน้าต่อยอดอาณาจักรธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในธุรกิจที่ถนัดซึ่งก็คือธุรกิจอาหาร โรงแรม และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค
ทั้งนี้ ไมเนอร์ กรุ๊ป ตั้งเป้าขยายจำนวนร้านอาหารจากที่มีอยู่กว่า 700 แห่ง ในปัจจุบัน ให้ได้มากกว่า 1,200 แห่งทั่วโลกภายในปี 2553 โดยจะใช้วิธีการเข้าซื้อกิจการ เป็นกลยุทธ์หลักในการเติบโตแบบก้าวกระโดด ภายใต้แนวคิด”เทกโอเวอร์ปีละ 2 กิจการ ขายแฟรนไชส์ทุกแบรนด์”
ก็เพราะไฮเนคกี้ ผู้ก่อตั้งมองว่า การสร้างใหม่ต้องใช้เวลาอย่างต่ำๆ ประมาณ 3 ปี ขณะที่การซื้อกิจการเปรียบดังเช่นทางลัด
สำหรับตลาดในประเทศ ส่ง ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เข้าไปถือหุ้นในบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคทฯ ของตระกูลไรวา ซึ่งเป็นเชนร้านอาหารไทยชั้นนำของไทย สร้างดีลนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้ธุรกิจอาหารไม่น้อย เมื่อสองผู้นำมาผนึกกำลังร่วมกันโดยทั้งสองฝ่ายมีจุดมุ่งหมายเดียวกันเพื่อเสริมฐานธุรกิจร้านอาหารให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
อีกด้านหนึ่งก็รุกเปิดแฟรนไชส์ร้านอาหารให้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เดอะ พิซซ่า คอมปะนี
ร้านไอศกรีม สเวนเซ่นส์ โดย ปรับสัดส่วนการขยายตัวของร้านแฟรนไชส์ เป็น 60% ส่วนบริษัทแม่ลงทุนเองลดเหลือ 40% จากปัจจุบันที่บริษัทลงทุนเองถึง 60% และแฟรนไชส์ 40% ทั้งนี้วางแผนขยายฐานแฟรนไชส์ร้านอาหารในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่
นอกจากนี้หันมาขยายธุรกิจไมเนอร์ ดีคิว ที่ดำเนินธุรกิจร้านไอศกรีมแดรี่ ควีน ก็จะสร้างตราแดรี่ ควีน ให้เป็นที่จดจำของลูกค้าอย่างจริงจัง โดยวางแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่ม อีกทั้งเปิดร้านอาหารบริการด่วนชื่อ ดีคิว กริลล์ แอนด์ ชิลล์
ด้านตลาดต่างประเทศได้เข้าซื้อกิจการ เลอ แจ๊ซ ร้านอาหารฟาสต์ฟูดจากประเทศจีน ที่มีจำนวนสาขาเกือบ 20 แห่ง จากผู้ร่วมในจีน และ เดอะ คอฟฟี่คลับ ร้านอาหารจากประเทศออสเตรเลีย
ซึ่งในอนาคตคงจะมีเพิ่มมากขึ้นตราบที่ยังคงดำเนินยุทธศาสตร์ธุรกิจด้วยการโตแบบก้าวกระโดด
และเป้าหมายก็คือแบรนด์ร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศนั่นเอง
พร้อมกันนี้ได้ขยายเครือข่ายแบรนด์ฟาสต์ฟูดจากไทยออกไปในระดับภูมิภาค อาทิ เวียดนาม คูเวต โอมาน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กัมพูชา อินเดีย และจีน ด้านธุรกิจโรงแรมได้ขยายฐานเข้า
ไปในอินเดียและตะวันออกกลาง รวมทั้งมัลดีฟ ต่อไปจะบุกแอฟริกาและยุโรป

ลงทุนโรงงานเสริมธุรกิจอาหาร
จากการที่ไมเนอร์ กรุ๊ป เติบโตมาจากธุรกิจอาหารจนกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของกลุ่มไปในที่สุด จึงไม่แปลกที่จะมีแนวคิดในการลงทุนโรงงานผลิตชีสขึ้น ประกอบด้วย บริษัท ไมเนอร์ แดรี่ ฯและบริษัท ไมเนอร์ ชีสฯ เพื่อป้อนให้กับธุรกิจอาหาร และส่งออกไปต่างประเทศด้วย ทำให้สามารถควบคุมต้นการผลิต นับเป็นแฟรนไชส์ฟาสต์ฟูดรายแรกที่ลงทุนสร้างโรงงานเพื่อต่อยอดธุรกิจให้ครบไลน์
และถือว่าโรงงานกลายเป็นจุดแข็งของไมเนอร์ ในการรุกขยายฐานด้านธุรกิจอาหาร

ธุรกิจจัดจำหน่ายประดุจ สาขาที่3
กล่าวถึงธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค ภายใต้ชื่อบริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเร
ชั่นฯ แล้ว จัดเป็นบริษัทชั้นนำรายหนึ่งของวงการ โดยสินค้าที่นำเข้ามาทำตลาดล้วนเป็นแบรนด์เนมมีชื่อ ด้านธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่น ก็มีแบรนด์ เอสปรี, บอสสินี, ทิมเบอร์แลนด์ และ บลูม ส่วนธุรกิจเครื่องสำอางก็มี 4 แบรนด์ ได้แก่ เรด เอิร์ธ,ลาเนจ,บลูม และเอเลมิส
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจรับจ้างผลิต คือ โรงงานนวศรี แมนูแฟคเจอริ่ง ซึ่งมีลูกค้าหลัก 5 รายใหญ่ เช่น ยูนิลีเวอร์,เอส.ซี. จอห์นสัน แอนด์ ซัน,คอลเกต-ปาล์มโอลีฟและไลอ้อน เป็นโรงงานที่ได้รับรางวัลพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกในด้านคุณภาพจากบริษัท เอส.ซี.จอห์นสัน แอนด์ ซันฯ
ส่วนรายได้นั้น มีธุรกิจค้าปลีกเป็นหลัก ได้แก่ เครื่องสำอาง สินค้าแฟชั่น คิดเป็น 52% ของยอดรายได้, กลุ่มรับจ้างผลิต บริษัทนวศรี แมนูแฟคเจอริ่งฯ คิดเป็น 42% และที่เหลือเป็นธุรกิจอื่นๆ เช่น เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องบินและอะไหล่เครื่องบิน Cessna ธุรกิจจัดจำหน่ายสื่อการศึกษา และธุรกิจให้บริการด้านการจัดการ เพื่อให้บริการแก่บริษัทย่อย และบริษัทในเครือ รวมถึงบริษัทภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง
จากบริษัทจัดจำหน่ายเมื่อวันวาน วันนี้ ไมเนอร์ กรุ๊ป กลายเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารและโรงแรม
ซึ่งมีเป้าหมายจะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบใหญ่ในเอเชีย-แปซิฟิก เช่นเดียวกับกลุ่มองค์กรธุรกิจชั้นนำรายอื่นของไทย เมื่อโตเต็มที่ในบ้านตัวเองแล้วก็ต้องขยายตัวออกต่างประเทศ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *