เชื่อหรือยังอำนาจซื้ออยู่ในมือผู้หญิง

เชื่อหรือยังอำนาจซื้ออยู่ในมือผู้หญิง
ธุรกิจไทยสู้โลก : เกียรติศักดิ์ จีรเธียรนาถ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2547
วลีที่ว่า “ลูกบังเกิดเกล้า” เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะเด็กที่มีบุญมาเกิดในครอบครัวร่ำรวย หรือมีอันจะกิน และเด็กชาย ที่เกิดในประเทศจีนยุคใหม่ ที่รัฐบาลจำกัดสิทธิการมีลูก ประกอบกับมีความเชื่อว่าลูกชายคือ ลูกที่จะเป็นผู้สืบทอดนามสกุล
ผมเคยไปสังเกตการณ์ในห้างสรรพสินค้ากรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา ที่มีชาวจีนนิยมพาลูกมาเดินชอปปิง สิ่งที่พบเห็นค่อนข้างปกติ คือ จะมีเด็กลงไปนอนดิ้น ผมตกใจนึกว่า เด็กเป็นลม แต่เจ้าหน้าที่ของห้างบอกว่า เขากำลังต่อรองกับพ่อแม่ และลูกมักจะชนะทุกครั้ง
กลับมาที่เมืองไทยวันนี้ เด็กเล็ก และวัยรุ่นเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทมือถือ เสื้อผ้ายี่ห้อดัง เครื่องหนังจากต่างประเทศที่มีราคาแพง เครื่องสำอางชั้นสูง หรือรถยนต์ราคาแพง เห็นหรือยังครับว่า เด็กมีอำนาจซื้อแท้จริง โดยมีแม่เป็นกองหนุน แล้วอย่างนี้พ่อคนไหนจะทานอยู่เล่าครับ
ยุคนี้เป็นยุคเฟื่องของทุนนิยมที่มีความรวยไปกระจุกตัว และผู้ร่ำรวยเหล่านี้เลี้ยงลูกด้วยเงินมหาศาล แต่เป็นเพียงเศษเงินของเขาที่หามาได้ เพราะเขาไม่มีเวลาให้ลูกถึงกับพูดกับลูกว่า “ลูกขออะไรก็ได้ยกเว้นเวลา” นี่เป็นคำพูดที่ออกจากปากของนักบริหารระดับชาติ และเป็นเจ้าสัวใหญ่ของเมืองไทย พอเขารู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ก็รีบเปลี่ยนคำพูดว่า “เพราะเวลาหาซื้อไม่ได้ และทุกคนมีเท่ากัน” แต่ลูกไม่เข้าใจ
สินค้าที่เคยเชื่อว่า ผู้ชายมีอิทธิพลสูงสุดในการตัดสินใจ อาทิ รถยนต์ คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป บ้าน แต่ในวันนี้ผมชักไม่แน่ใจ ผมเคยสังเกตเองและพอคุยกับพนักงานขายต่างๆ ถึงพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสินค้าเหล่านี้ ก็ต้องตกใจเล็กน้อย เมื่อเสียงส่วนใหญ่ยืนยันว่า รถยนต์ราคาหลายแสนถึงหลายล้านบาท ผู้ที่ชี้เป็นชี้ตายในขั้นสุดท้ายคือ ผู้หญิง ไม่ว่าแฟนหรือแม่ของลูกก็ตาม
จุดตัดสินใจเลือกที่สำคัญ คือ การออกแบบ หรือสไตล์รถ สี เบาะนั่ง และเครื่องเสียง ทั้งๆ ที่เป็นส่วนที่มีมูลค่าน้อยมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั้งคัน ดังนั้นเสียงของผู้ชายที่ดูระบบเครื่องยนต์ แรงม้า อะไหล่ และการบำรุงรักษา ต้องแอบอยู่หลังฉากไปโดยไม่ตั้งใจ
กรณีคอมพิวเตอร์กับกล้องถ่ายรูป ก็เข้าทำนองเดียวกันกับรถยนต์ ทั้งๆ ที่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้มีความสำคัญใดๆ กับคุณภาพของงานเลย แต่นั่นแหละ..มันเกิดขึ้นแล้วในทุกหัวระแหง
มาถึงกรณี บ้าน ผู้หญิงจะใส่ใจความสวยงามของบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ส่วนความมั่นคง แข็งแรง สภาพแวดล้อม พื้นที่การใช้สอยดูเหมือนว่ากำลังลดความสำคัญในการซื้อบ้านไปอย่างมาก
นี่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเสื้อผ้า อาหาร ของใช้ประจำวันเลยคุณเธอผูกขาดมานานแล้ว และพ่อคุณก็ยอมให้เธอเป็นใหญ่ เพราะถือว่าเป็นกิจการภายในบ้าน ห้ามแทรกแซง แต่กรณีที่คุณผู้หญิงบุกไปยึดกิจการนอกบ้านได้สำเร็จเป็นส่วนใหญ่นั้น ถือว่าเป็นการล่วงล้ำที่สุจริตนั่นเอง
เราหันมาดูอำนาจซื้อของบริษัทใหญ่ๆ ที่ตกอยู่ในมือของผู้หญิง โดยพิจารณาถึงตำแหน่ง CEO เท่านั้น ก็พอมองเห็นว่า CEO หญิงมีมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น 50 จอมยุทธหญิง เหล่านี้ต่างสยบชายอกสามศอกมาแล้วทั้งสิ้น อาทิ นำโดย Meg-Whitman แห่ง Bay, Carly Floring แห่ง HP, Anne Mulchy แห่ง Xerox, Sallie Krawcheck ของ Citigroup, Zeo Cruz จาก Morgan Stanley หรือแม้กระทั่ง Irene Rosenfield แห่ง Pepsilo ที่ต้องแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกับ Coke อันถือว่าเป็นชายสามศอกที่สร้าง แบรนด์ Coke ให้มีมูลค่าสูงสุดในใต้หล้านี้
คราวนี้หันมาดูหญิงแกร่งนอกสหรัฐอเมริกาที่ช่วงชิงตำแหน่ง Chairman & CEO จากผู้ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริษัทที่มีความเชื่อว่าต้องมีผู้ชายเป็น CEO จึงจะได้ผล ตัวอย่างเช่น Anne Lanvergeon แห่ง Avera ของฝรั่งเศสที่เป็นผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของโลก Xie Oihua แห่ง Shanghai Baosteel Group ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของจีน Linda Cook แห่ง Shell Gas & Powers หรือ Yang Mianmian แห่ง Haier Group ของจีนที่มียอดขายเครื่องใช้ในบ้านสูงถึง 9.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังท้าชิงตำแหน่งเจ้าโลกด้านตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ แม้กระทั่ง Marie Ehrling แห่งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของสวีเดน คือ Telia Sonera Sweden
นี่เป็นเพียงบางส่วนของผู้หญิงเก่งที่ทำเงินของบริษัทยักษ์ใหญ่ไว้ในกำมือ หากนักการตลาดคาดว่า เธอจะใช้เงินด้วยอารมณ์ดังที่เป็นอยู่กับกรณีของครอบครัวละก้อ จะเป็นบาปทางความคิดอย่างมหันต์ เธอเหล่านี้มีอาวุธทางปัญญาที่พรั่งพร้อม และมีความสามารถในการผสมผสานพลังหยิน และหยางได้สำเร็จ จนก้าวขึ้นมาถือบังเหียนบริษัทเหล่านี้ได้
มูลเหตุที่ผมพยายามศึกษาจากความสำเร็จของยอดหญิงเหล่านี้ คือ ความอึดที่เหนือกว่าชาย และแพทย์ก็ยืนยันว่า ผู้หญิงอึดกว่าผู้ชาย แล้วผสมผสานความรอบคอบเข้ากับความกล้าเข้าด้วยกัน แน่ละคุณเธอเหล่านี้ต้องมีระดับสติปัญญาที่สูงมากด้วย
ยุคนี้ใครๆ ก็พากันคลั่งไคล้กับศัพท์เพราะๆ ทางการบริหาร คำที่อาจจะได้รับการพูดกันบ่อยจากผู้บริหารในวันนี้ คือ Innovation ที่เรานิยามว่านวัตกรรม บริษัทที่ทำมาหากิน และต้องต่อสู้กับความยิ่งใหญ่ของบริษัทจากอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป และจีน ย่อมต้องขบคิดยุทธศาสตร์ที่เป็นนวัตกรรมมาต่อสู้ เพราะว่าผู้ตาม หรือคิดลอกเลียนแบบไม่มีวันเป็นผู้นำได้เลย
คนในเอเชียมีมาก แม้จะมีอำนาจซื้อต่ำ แต่มีเม็ดเงินรวมที่มาก เพียงแต่ว่าบริษัทใดเล่าครับที่จะเสนอนวัตกรรมของ “สินค้าและบริษัทคุณภาพสูงในราคาชาวบ้าน” ได้ อย่ามัวแต่นั่งวิตกจริตด้วยวลีที่เกิดจากแผ่นเสียงตกร่องว่า “สินค้าจีนราคาถูก แต่คุณภาพยังไม่ดี” จำได้ไหมครับว่า คนไทยเมื่อราวปี 2490 – 2500 ต่างปฏิเสธรถยนต์และสินค้าญี่ปุ่น ถึงขนาดว่าคนจีนจะพูดกันเองว่า “ของญี่ปุ่น” แปลว่าของไม่ดี
แล้ววันนี้เป็นอย่างไรครับ ญี่ปุ่นเริ่มจาก “เรียนรู้จากผู้นำ” ใครจะเรียกว่าลอกเลียนก็ตามทีเถอะ ที่ผมฟันธงว่าเรียนรู้จากผู้นำ ก็คือ เขาเอามาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ท้องถิ่น ความมุ่งมั่น และเด็ดเดี่ยวของคนญี่ปุ่นยุคนั้น ซึ่งผมเชื่อว่ามีความมุ่งมั่นสูงกว่าคนญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน ดังนั้นบริษัทในจีนวันนี้ต่างมุ่งสร้างนวัตกรรม จนทำให้บริษัทจีนหลายบริษัทเริ่มเป็นบริษัทข้ามชาติ นับว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในรอบหลายพันปี
ต้องไม่ลืมนะครับว่า ตัวบริษัทเองไม่มีนวัตกรรมหรอก คนในบริษัทต่างหากที่เป็นผู้สร้างนวัตกรรม ตรงกันข้ามกับบริษัทใหญ่ยิ่งไม่สามารถสร้างนวัตกรรมได้ เพราะ
1.) กฎเกณฑ์มีมากไป 2.) วัฒนธรรมที่ต้องทำทุกอย่างบนไม้บรรทัดด้านเดียวกัน มิเช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่ามี 2 มาตรฐาน 3.) คนได้รับเงินเดือนสูงและสวัสดิการดีเกินไป คล้ายๆ กับต้นไม้ที่เผื่อใบมักไม่ให้ผล 4.) ขาดความมุ่งมั่นในการเสาะแสวงหาองค์ความรู้ หรือแก่นสาระแห่งความสำเร็จ เพราะมัวแต่ไปหลงอยู่กับกระพี้ หรือ Packaging ของสินค้า หรือคนก็ตาม
นักการตลาดเชื่อว่า ผู้หญิงจะครองโลกมาตั้งนานแล้ว ถึงคราวที่ CEO ชาย จะเชื่อว่าคุณเธอกำลังจะแย่งส่วนแบ่งตลาดของ CEO อย่างไม่ลดละ คุณเธอเหล่านี้ไม่เคยเรียกร้องสิทธิสตรีที่ทัดเทียมกัน เพราะเธอรู้ว่าเธอมีสิทธิที่เหนือกว่าอยู่แล้ว นั่นคือ มีอภิสิทธิ์เหนือชายอยู่แล้ว
อำนาจซื้อจึงย้ายจากมือของผู้ชายไปสู่ปากของผู้หญิง ที่สั่งให้มือจ่ายใครก็ตามจ่ายได้ตามที่เธอปรารถนา บอกตรงๆ ว่าหลายคนเริ่มเห็นด้วยแต่ปากยังแข็ง เพื่อรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *