เชิญชวนกันดื่มกาแฟ

เชิญชวนกันดื่มกาแฟ
ในประเทศไทยการดื่มกาแฟยังไม่กว้างขวางมากนัก ในสังคมคนทำงาน หรือนักศึกษา อาจมีการดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2 ถ้วยเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับ ประเทศในเขตหนาว การดื่มกาแฟอาจสูงถึงวันละ 10-15 ถ้วย ประเทศไทย เป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟ แต่การดื่มกาแฟ กลับมีปริมาณต่ำ เมื่อเทียบกับอเมริกา ยุโรปหรือญี่ปุ่นซึ่งไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตกาแฟ
ประเทศไทยมีการผลิตกาแฟทั้งสิ้น 2 ชนิด ได้แก่ กาแฟโรบัสต้า (Robusta coffee) ซึ่งเพาะปลูกมากแถบจังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ และ นครศรีธรรมราช คิดเป็นปริมาณประมาณปีละ 80,000 ตัน และกาแฟอาราบิก้า (Arabica coffee) เพาะปลูกมากแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และตาก คิดเป็นปริมาณปีละ 500 ตัน
กาแฟโรบัสต้าของประเทศไทย นิยมนำมาทำเป็นกาแฟผงสำเร็จรูป (Instant coffee) โดยชงละลายกับน้ำร้อน ดื่มได้ทันทีโดยไม่ต้องกรองกากออก

ส่วนกาแฟกาแฟอาราบิก้า (Arabica coffee) นิยมนำมาทำเป็นกาแฟคั่วและบด (Roasted and ground coffee) ที่ต้องมีการกรองกากออก โดยอาจใช้ถุงผ้ากรอง หรือใช้เครื่องชงที่ใช้กระดาษกรอง (Coffee maker, coffee brewer หรือ drip brewer) ขบวนการนี้แม้จะยุ่งยากมากกว่าแต่จะได้กาแฟที่มีรสชาดสดใหม่ มีกลิ่นหอมหวนกว่า กาแฟผงสำเร็จรูปมาก ปัจจุบันมีผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟที่มีรายได้สูงใช้เครื่องชงกาแฟแบบใช้แรงดัน ในการขับน้ำร้อนผ่านผงกาแฟ หรือเรียกว่าเครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ (Espresso maker) มาใช้มากขึ้น เครื่องชงแบบนี้ชนิดเล็กๆ ราคาประมาณ 10,000-30,000 บาทเท่านั้น ทั้งยังสามารถนำมาชงกาแฟแบบคาปูชิโนที่ต้องมีการตีนมสดให้ร้อนและฟูขึ้นเป็นครีมได้อีกด้วย

ดังเป็นที่ทราบกันทั่วไปประเทศไทยมักมีปัญหาเกี่ยวกับราคากาแฟตกต่ำตามราคาตลาดโลก โดยเฉพาะกาแฟโรบัสต้าเนื่องจากมีการส่งออกในขณะที่กาแฟอาราบิก้าผลิตเป็นปริมาณน้อยเพื่อใช้ภายในประเทศเท่านั้น ถ้าคนไทยร่วมมือกันดื่มกาแฟให้มากขึ้น ลดการนำเข้ากาแฟคุณภาพดีจากต่างประเทศ ปัญหาเกี่ยวกับผลผลิตมากเกินและราคาตกต่ำก็จะหมดไป

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *