เจาะกลโกงเงินนอกระบบ…สร้างความเสียหายนับพันล้านบาท

เจาะกลโกงเงินนอกระบบ…สร้างความเสียหายนับพันล้านบาท
Posted on Wednesday, November 28, 2007
นายธีรวัฒน์ จันทรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Hard Topic ทาง Money Channel ว่า สคบ. เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ ปัจจุบันมีผู้เสียหายร้องเรียนผ่าน สคบ. เฉลี่ยวันละ 30 – 40 คน โดยประเด็นที่มีการร้องเรียนกันมาก คือ การไม่ได้รับที่ดิน บ้าน หรือห้องชุด ตามสัญญาที่ทำไว้ รถยนต์มีปัญหา รวมถึงการตกเป็นเหยื่อของธุรกิจเงินนอกระบบ เนื่องจากประชาชนต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเองในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ

สำหรับรูปแบบของธุรกิจเงินนอกระบบในปัจจุบันก็มีทั้งแชร์ลูกโซ่ ธุรกิจขายตรงแอบแฝง การเก็งกำไรของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการปิดประกาศรับสมัครงานตามเสาไฟฟ้า หนังสือพิมพ์ และอินเตอร์เน็ต โดยธุรกิจเงินนอกระบบเหล่านี้มีลักษณะที่คล้ายกัน คือ ต้องสมัครเป็นสมาชิก และต้องหาสมาชิกใหม่มาเพิ่ม เพื่อรับผลตอบแทนในระดับสูง ทั้งนี้ ในช่วงแรกธุรกิจเงินนอกระบบจะจ่ายเงินจริง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าเมื่อใดที่เริ่มหมุนเงินไม่ทัน ก็จะปิดบริษัททันที

นายธีรวัฒน์เตือนประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดด้วยว่า ขณะนี้เริ่มมีรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงวิ่งไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ให้ไปสมัครงาน โดยในกรณีนี้หากประชาชนสนใจก็สามารถไปตามคำชวนได้ เพราะอาจเป็นกลุ่มธุรกิจขายตรงที่ต้องการเชิญชวนให้ไปซื้อสินค้าเพื่อไปจำหน่ายและสร้างกำไรจากส่วนต่างของราคาขายจริง แต่หากมีพฤติกรรมที่ต้องสงสัย เช่น การให้สมัครสมาชิกมีรายได้โดยที่ไม่ต้องทำงาน ก็ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายธีรวัฒน์บอกว่า นอกจาก สคบ. จะทำหน้าที่ดูแลผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว ยังมีการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้กับผู้บริโภค รวมถึงการลงพื้นที่ตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยจะเน้นการให้ความรู้ในสถานศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ด้วย เพราะเป็นแหล่งที่สามารถเผยแพร่ข่าวสารถึงประชาชนในพื้นที่ได้ดีที่สุด ส่วนประชาชนก็ควรต้องติดตามข่าวสารเป็นประจำ เพื่อให้รู้เท่านั้นธุรกิจเหล่านี้

ทั้งนี้ วันที่ 6 ธ.ค. นี้ สคบ. จะลงนามความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการดูแลธุรกิจเงินนอกระบบ ซึ่งจะทำให้มีเครือข่ายในการเฝ้าระวังมากขึ้น

นายศุภมงคล โชติกเสถียร เศรษฐกร 8ว. กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเงินนอกระบบมีการพัฒนารูปแบบกลโกงตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ที่มีความรู้ก็อาจถูกหลอกได้ เช่น ธุรกิจเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะในต่างประเทศมีธุรกิจนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่า ประเทศไทยก็มีธุรกิจนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการขายตรงมากที่สุด ขณะที่หัวเมืองใหญ่กับกรุงเทพฯ มีการร้องเรียนเรื่องการเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน และข้าวสาร มากที่สุด

นายศุภมงคลแนะข้อแตกต่างระหว่างธุรกิจขายตรงกับธุรกิจเงินนอกระบบด้วยว่า ธุรกิจขายตรงจะให้สมาชิกนำสินค้าไปขาย และมีรายได้จากส่วนต่างของราคา แต่ถ้าเป็นธุรกิจเงินนอกระบบ จะให้หาสมาชิกเพิ่มเติม เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงเกินจริง ซึ่งธุรกิจเงินนอกระบบจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับประเทศนับพันล้าน

สำหรับการเข้าจับกุมเครือข่ายที่ผิดกฎหมายอย่างกรณี Easy Network Marketing เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง สคบ. ตำรวจเศรษฐกิจ ปปง. และ DSI ซึ่งกรณีนี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจนับพันล้านบาท และมีผู้เสียหายกว่า 5 หมื่นคน ทั้งนี้ สาเหตุที่เครือข่าย Easy Network มีสมาชิกมาก เป็นเพราะมีการจ่ายเงินจริง รวมทั้งแจกทั้งบ้านและรถยนต์ แต่ที่ถูกจับกุม เพราะไม่ได้ประกอบธุรกิจจริง โดยเงินที่จ่ายให้สมาชิกเก่าเป็นเงินของสมาชิกใหม่ ประกอบกับเริ่มมีผู้เสียหายร้องเรียนเข้ามาแล้ว จึงได้รวบรวมหลักฐานและเข้าจับกุม

ผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจขายตรง สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วน สคบ. โทร 1166 หรือศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ โทร 1359

ติดตาม Hard Topic ทาง Money Channel True Visions 80 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 13.00 – 14.00 น.

ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80, จานดาวเทียม Samart DTH ช่อง 08 และเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *