เคล็ดลับสู่ SMEs : ทำอย่างไรให้ธุรกิจรอด

เคล็ดลับสู่ SMEs : ทำอย่างไรให้ธุรกิจรอด

ธุรกิจใหม่ มักไม่รอดเกิน 2 ปีแรกที่จัดตั้ง ไม่ว่าจะล้มเพราะ ทำไป ทำไป มองไม่เห็นกำไร หรือเพราะผู้ประกอบการเกิด “ถอดใจ” ไปเสียก่อน

ทำธุรกิจใหม่ ถอดด้าม จะว่า ง่าย ก็ง่าย จะว่ายาก ก็ยาก ความล้มเหลว หรือการตัดสินใจพลาดพลั้ง เป็นเรื่องปกติมาก ๆ บางที ผู้ประกอบการใจเสาะบางท่าน (อย่างดิฉัน) อาจจะเสียใจ ท้อแท้ จนต้องเสียน้ำตาเลยก็มี

เพราะการทำธุรกิจ ไม่ใช่แค่การเปิดร้านกาแฟ ร้านสปา ร้านเดียว แต่การทำธุรกิจ คือการสร้างระบบ สร้างหนทางที่จะสามารถสร้างรายได้ สร้างความร่ำรวยกับเราได้

สำหรับผู้ประกอบการตัวจริง เสียงจริง ที่ไม่ท้อถอย วันนี้ ดิฉันมีเคล็ดลับง่าย ๆ สำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ให้อยู่รอด ให้ผ่านช่วงปีแรก สองปีแรกไปได้อย่างสง่างาม และเป็นรากฐานที่ดี สำหรับปีต่อ ๆ ไป

1. “แค่อยากทำ” คงไม่พอ

แค่อยากทำ มัน ๆ หรือคิดว่า เรามีความรู้ทางด้านดั่งกล่าว เช่น ด้านการออกแบบ ทำหนัง การเต้นรำ การทำงานด้าน organizer แล้วมองว่า เราน่าจะเปิดบริษัททำได้ แค่นี้ ไม่พอหรอกค่ะ เยอะแยะที่ดิฉันเห็นคนที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านอย่างนั้น มาเปิดธุรกิจ แต่ก็ไปได้ไม่ถึงไหน

นั่นเป็นเพราะ ความรู้ทางด้านการจัดการ ด้านการตลาด การ “รู้จัก” คนที่ควรรู้จักในแวดวงนั้น ๆ ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้ความรู้เฉพาะด้าน เผลอ ๆ อาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะหลายต่อหลายครั้ง เช่น เจ้าของธุรกิจอาหารอิตาเลี่ยน อาจจะทำอาหารไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ เจ้าขององค์กรออกแบบ อาจจะออกแบบได้ไม่เก่งเท่าลูกน้อง แต่นั่นไม่สำคัญเท่า ความสามารถในการรวบรวม จัดทำแผนงาน เพื่อให้เกิดเป็นธุรกิจทำเงินได้

2. You are big since day 1

ถึงจะพึ่งเริ่ม แต่ผู้ประกอบการควรที่จะมี Vision ที่ก้าวไกล ถึงแม้จะเริ่มเล็ก แต่เราก็ควรที่จะมีเป้าหมายที่ใหญ่โต รออยู่เบื้องหน้า เราจะต้องมุ่งหวังกับสิ่งที่ดีที่สุด กับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ จริงอยู่ ถึงแม้เราไม่ควรที่จะลงทุนกับออฟฟิศที่หรูหรา หรือสิ่งพิมพ์ราคาแพง แต่เราก็ควรที่จะ ลงทุนกับสิ่งนี้บ้าง การมี โลโก้หรือสิ่งพิมพ์ขององค์กรที่ดูดี น่าเชื่อถือ เป็นสิ่งที่ควรทำ ดิฉันเชื่อมั่นว่า ของดี ไม่จำเป็นต้องแพง ออฟฟิศถึงจะเล็ก แต่ก็สามารถดูดี มี สไตล์ ได้

3. จ้างคนเก่ง

คนเก่ง อาจจะแพง แต่ก็คุ้มในระยะยาว ดีกว่า เอาคนระดับกลางๆ หรือ ไม่แพงมาก แต่ทำให้งานของเรา ผิดพลาด หรือไม่สามารถมีมูลค่าเพิ่มให้กับเราได้ เมื่อจ้างคนเก่ง ผู้ประกอบการจะต้องใช้ความสามารถของเขาให้สามารถเพิ่มมูลค้าให้กับองค์กรของเรา ให้เขาสามารถแนะนำในเรื่องที่เราไม่ถนัด การมีคนเก่ง รู้งาน อยู่ใกล้ ๆ จะสามารถทำให้องค์กรของคุณ ไปได้ไกล ได้เร็ว และมีกำไรมากขึ้น

จริงอยู่ เมื่อเริ่มสร้างธุรกิจ คุณอยากที่จะประหยัดทุกอย่างให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่การลงทุนเรื่องของคน เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะธุรกิจ เดินได้ด้วยคนนะคะ

สำหรับองค์กรใหม่ ๆ จริงอยู่ คนเก่งอาจจะมองไม่เห็น หรือไม่อยากมาทำ “การซื้อใจ” เป็นสิ่งที่จำเป็นมากนะคะ เราต้องใช้เสน่ห์ขององค์กรเล็ก มาซื้อใจ พวกเขาเหล่านั้น ให้คำสัญญาถึงการที่จะเติบโตไปด้วยกัน ให้พวกเขาได้แสดงความสามารถในสิ่งที่พวกเขาเชื่อ ทำให้พวกเขาภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรา และได้ร่วมสร้างองค์กรไปกับพวกเรา

4. อย่าใช้เงินในเรื่องไม่จำเป็น

ขอถ้าขอได้ ยืมหากยืมได้ ทำอย่างไรก็ได้ให้เงินออกจากกระเป๋าให้น้อยที่สุด (เฉพาะในสิ่งที่ไม่จำเป็นนะคะ) เราไม่ต้องการสิ่งของเลิศหรู เราแค่อยากได้สิ่งของที่ดูดี มี สไตล์ และอยู่ในราคาที่เหมาะสม ของเก่า ๆ บางชิ้น ก็ดูดีได้นะคะ เมื่อเราเริ่มต้นทำธุรกิจ อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัด แต่สำหรับเรื่องของลูกน้อง และลูกค้า อย่าขี้เหนียวกับพวกเขานะคะ

ยกตัวอย่างเช่น การ PR การทำโฆษณา เราก็สามารถที่จะทำได้ ลองดูว่าองค์กรที่มีงบมาก ๆ เขาทำกันอย่างไร แล้วลองทำเองได้นะคะ และอย่าดูถูกฝีมือของเด็กจบใหม่ เด็กฝึกงาน พวกเขาทำอะไรได้เยอะมาก ๆ โดยที่เราอาจจะนึกไม่ถึงเลยก็ได้

ดิฉันจำได้ว่า ตอนที่เริ่มงานใหม่ ๆ ในองค์กรใหญ่ ใช้เงินไม่เคยคิดเลย อยากได้ก็ซื้อ แต่พอมาทำธุรกิจของตัวเอง ไม่น่าเชื่อเลยว่า วิถีการใช้เงิน จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ดิฉันกลายเป็นคนที่คิดเยอะขึ้น เมื่อรู้ว่า เงินมันหายากขนาดไหน กลายเป็นว่า นิสัยซื้อของไม่คิด หายไปเลย แต่เรื่องของลูกน้อง และลูกค้า อย่าไปประหยัดนะคะ

5. รักษาชื่อเสียง ให้คนซื้อซ้ำ

ยิ่งองค์กรยิ่งเล็ก เรายิ่งต้อง ปกป้องชื่อเสียงของเรายิ่งชีวิต ขาดทุน ดีกว่าเสียชื่อนะคะ ทำให้คนพูดถึงในแง่ดี ว่าเรารับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ การแนะนำ นี่แหละหนทางแห่งการเติบใหญ่

มากไปกว่านั้น การทำให้ลูกค้าประทับใจ จากการให้มากกว่าที่ลูกค้าคาดหวังไว้ สร้างความพิเศษที่แตกต่างให้กับลูกค้า แถมบางอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของคุณที่ไม่ได้สร้างค่าใช้จ่ายเพิ่มให้กับคุณมากนัก สิ่งง่ายๆ เหล่านี้ อาจจะทำให้คุณชนะคู่แข่งใส ๆ เลยก็ได้ เช่นหากคุณทำอาหารญี่ปุ่น การเสริฟ์ ชาเขียวร้อนฟรีให้แก่ลูกค้าทุกท่านที่มาทานที่ร้าน ในขณะที่ร้านคู่แข่งของคุณ ต้องซื้อเพิ่ม จริงอยู่ การทำเช่นนี้ จะทำให้เสียรายได้ไปบ้าง แต่ก็อาจจะเป็นกลยุทธ์ชนะใจที่ทำให้คุณแตกต่างจากคู่แข่งได้

ที่มา : http://www.siaminfobiz.com/

Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *