เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ…เริ่มต้นที่ความคิดบวก

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ…เริ่มต้นที่ความคิดบวก
Post Today – คงไม่มีใครปฏิเสธความจริงที่ว่าความสำเร็จทุกอย่าง ล้วนเริ่มต้นมาจากความคิด เมื่อไม่นานมานี้ สำนักพิมพ์อมรินทร์ จึงได้จัดงานเปิดตัวหนังสือ The Secret ฉบับแปลภาษาไทย ซึ่งเป็นหนังสือแนวจิตวิทยาพัฒนาตัวเองที่จะทำให้รู้ว่าความคิดดีๆ ให้อะไรกับชีวิตมากกว่าที่เราคิด โดยผู้เขียน รอนดา เบิร์น ที่ได้รับเลือกจากนิตยสาร TIME ให้เป็น 1 ใน 100 ของผู้ทรงอิทธิพลของโลก พร้อมนำบุคคลจากหลายวงการที่ล้วนประสบความสำเร็จในชีวิตมาพูดคุยถึงเคล็ดลับความสำเร็จของพวกเขา …
ท่าน ว.วชิรเมธี เขียนไว้ในคำนิยมว่า ในหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงความลับในการเข้าถึงความสุขและความสำเร็จในรูปแบบต่างๆ กันนั้น มีเนื้อหาหลายส่วนสอดคล้องกับพุทธธรรมในพุทธศาสนา หากอ่านดูอย่างพินิจพิเคราะห์ก็จะพบว่า หลักการบางอย่างนั้นมีความเป็นสากลเช่นหลักการที่ว่า หากเราเปลี่ยนความคิดก็จะสามารถเปลี่ยนชีวิตได้ ชีวิตก็จะดำเนินเข้าสู่เส้นทางแห่งความสุขและความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย
กฎแห่งแรงดึงดูด…ความลับของ The Secret
“เป็นไปไม่ได้ที่ใครจะรู้สึกแย่ ขณะที่กำลังคิดเรื่องดีๆ” เป็นประโยคหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ The Secret ซึ่งบ่งบอกถึงแนวคิดสำคัญของผู้เขียนในหนังสือเล่มนี้ นั่นก็คือ กฎแห่งแรงดึงดูด (Law of Attraction) ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติเช่นเดียวกับกฎแห่งแรงโน้มถ่วง รอนดายืนยันว่า กฎแห่งแรงดึงดูดเป็นกฎที่ทรงอานุภาพที่สุดในจักรวาล ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกอย่างเพลโต เชกสเปียร์ นิวตัน หรือไอน์สไตน์ ก็ล้วนแต่รู้จักกฎข้อนี้
กฎแห่งแรงดึงดูด มีหลักการว่า ทุกสิ่งที่เป็นพลังงาน สิ่งที่เหมือนกัน จะดึงดูดเข้าหากัน ดังนั้นเมื่อเราคิดอะไรสักอย่าง ไม่ว่าดีหรือร้าย เรากำลังดึงดูดความคิดแบบเดียวกันเข้ามาหาตัวเรา เพราะความคิดเป็นตัวกำหนดคลื่นความถี่ที่เข้ามาในชีวิตคุณ เมื่อคุณมีมโนภาพเกี่ยวกับสิ่งใด คุณก็กำลังดึงดูดสิ่งนั้นเข้ามา เมื่อใดที่คุณกำลังรู้สึกแย่ คุณก็อยู่ในคลื่นความถี่ที่ดึงดูดสิ่งแย่ๆ เข้ามาเพิ่มขึ้น นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเมื่อคนกำลังมีความทุกข์ ตกอับ จึงมีเรื่องแย่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในทางตรงกันข้าม เมื่อใดที่คุณรู้สึกดี คุณก็มีพลังดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาหาตัวคุณมากยิ่งขึ้น
คิดดี…เริ่มจากการฝึกฝน
การคิดแต่สิ่งดีๆ ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องง่าย แต่การลงมือทำอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะการทำให้ได้จนเป็นนิสัย เพราะฉะนั้นเราต้องเริ่มต้นจากการฝึกฝน โดยเรามีตัวอย่างของผู้บริหารอารมณ์ดีหลายคนมาช่วยเล่าประสบการณ์ของแต่ละคนมาให้ฟังเพื่อเป็นตัวอย่างดีๆ ในการทำงานอย่างมีความสุขและเกิดประสิทธิภาพอย่างมากมายนั้นเขาทำกันได้อย่างไร เริ่มจาก
ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทุกอย่างอยู่ที่เราเป็นคนสร้าง บางเรื่องที่ฟังดูง่าย อาจจะทำยาก แต่ถ้าเรารู้วิธีทำ บางทีก็ไม่ใช่เรื่องยาก ผมเชื่อว่าทุกอย่างมาจากการฝึกฝน อย่างตัวผมเป็นคนไม่เคยโมโห เรียกว่าโมโหไม่เป็นเลย สมองส่วนโมโหคงฝ่อไปหมดแล้ว หรือเรื่องการทำงาน คนมักถามผมว่าทำงานเยอะขนาดนี้ ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ แต่ผมไม่เคยทำงานแล้วเหนื่อย เพราะฝึกให้คิดว่าการทำงานคือการพักผ่อนทำงานให้เป็นเรื่องสนุก”
คุณตัน บอกว่า สมองของเรามี 2 ด้าน คือ ด้านดีและด้านไม่ดี ด้านที่ดีต้องหมั่นทำอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่ด้านที่ไม่ดีนั้นเติบโตได้รวดเร็วกว่า ตันยกตัวอย่างว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยบอกกับลูกน้องว่า เมื่อไรที่โมโหหรือเจออะไรที่ไม่ถูกใจ ให้หยิบแก้วน้ำขึ้นมาขว้างทันที เขารับรองว่า 3 เดือนต่อมา เมื่อเจออะไรที่ไม่ถูกใจ คุณจะหยิบแก้วน้ำขึ้นมาขว้างทันทีโดยที่ไม่ต้องคิด ตรงนี้สะท้อนว่าทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝนทั้งนั้น
ฉะนั้นการคิดดีจึงต้องหมั่นฝึกฝนเป็นประจำ จึงจะสามารถทำได้โดยง่าย และก็จะเกิดผลดีตามมา คุณตันให้ความเห็นว่า หลายคนจึงมักสงสัยว่าทำไมคนที่ประสบความสำเร็จจึงยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้น เพราะเขามีความคิดที่ดี คนทั้งหลายจึงยิ่งหยิบยื่นความสำเร็จมาให้ ในขณะที่บางคนเมื่อเจอสิ่งที่แย่ แต่ไม่สามารถออกจากสิ่งแย่ๆ นั้นมาได้ เขาก็จะได้รับแต่สิ่งไม่ดี คนอื่นๆ ก็จะหยิบยื่นแต่สิ่งแย่ๆ มาซ้ำเติมเข้าไปอีก ดังนั้นเมื่อเรารู้ว่าเกิดสิ่งไม่ดีขึ้นในตัวเราหรือเกิดความคิดแย่ๆ ขึ้นในตัวเรา เราก็ต้องรีบแยกสิ่งไม่ดีนั้นออกไปให้เร็วที่สุด แล้วใส่สิ่งดีๆ ลงไปในความคิดของเราแทน
ปรับวิธีคิดมองหาด้านดี
ทุกๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตเราสามารถมองได้หลายแบบ หากเรามองในแง่มุมที่แตกต่างออกไป บางครั้งเรื่องนั้นอาจมีอะไรที่ต่างไปจากที่เราพบในตอนแรก และทำให้เรามองชีวิตได้อย่างเป็นสุขมากขึ้นก็ได้ ซึ่งนั่นก็จะนำไปสู่การคิดดีและนำสิ่งดีๆ มาสู่ชีวิตของเรา เรามีตัวอย่างของผู้หญิงที่เป็นที่รู้จักทั้งหน้าที่การงานและบุคลิกที่โดดเด่น
แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงมุมมองการคิดที่จะทำให้เรามองโลกได้อย่างมีความสุขว่า หากอยากจะมีชีวิตที่มีความสุข เราต้องตั้งต้นว่าคนเราทุกคนอยากมีความสุข และเราต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรให้มีความสุข ไม่มีความทุกข์ เมื่อใดก็ตามที่ต้องเผชิญกับปัญหา ให้เราลองใช้วิธีนี้ คือ หากมองตรงจุดนี้แล้ว เราเกิดความทุกข์ เราก็ต้องเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ วิธีคิดแบบนี้จะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ เมื่อไรก็ตามที่มีคนด่าหรือว่าเรา ก็ต้องมามองว่าเราจะคิดอย่างไรได้บ้าง อย่างแรกคือ ฝึกการคิดแบบ Positive Thinking หรือฝึกคิดในมุมบวก แต่ละปัญหาย่อมมีข้อดีซ่อนอยู่ เพียงแต่เราต้องหามุมดีให้เจอ อย่างที่ 2 คือ คิดแบบ Lateral Thinking หรือคิดในทางขวาง การคิดแบบนี้คือเราต้องคิดต่างไปจากที่คนทั่วไปมองอยู่ ซึ่งวิธีคิดแบบนี้อาจจะไม่ผิดก็ได้ อย่างสุดท้ายคือการคิดแบบ Holistic Thinking หรือคิดให้รอบ เราต้องมองเรื่องต่างๆ ให้ครบทุกมุมมอง เพื่อมองหามุมดีๆ ที่มีอยู่ ซึ่งสุดท้ายก็จะกลับมาที่การคิดบวก วิธีคิดทั้งหมดนี้จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น
ทางด้าน เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี นักแสดงสาว เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาว่า หลายคนมองว่าเธอมีชีวิตสวยหรู เป็นคุณหนู มีครอบครัวที่ดี มีคนคอยช่วยเหลือส่งเสริม ซึ่งเธอเองสมัยที่เรียนจบกลับจากต่างประเทศมาใหม่ๆ ก็มองชีวิตสวยหรูเช่นนั้นเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อเข้าทำงานบริษัทเป็นครั้งแรก จึงถูกคนคนหนึ่งสบประมาทว่า หน้าอย่างนี้คงทำอะไรไม่เป็น มาถึงตรงนี้ก็เพราะมีครอบครัวช่วยเหลือ แม้สิ่งที่ได้รับในวันนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่เจี๊ยบมีวิธีคิดที่ต่างออกไป แต่ใช้คำพูดนั้นมาเป็นแรงผลักดันในชีวิต ด้วยความเชื่อมั่นว่าได้รับการศึกษามาไม่น้อย ก็ต้องพยายามทำให้ได้ ตั้งแต่นั้นเจี๊ยบเล่าว่า เธอไม่เคยใช้เงินของแม่อีกเลย เมื่อมีคนมาชวนไปเล่นภาพยนตร์ เล่นละคร หรือทำธุรกิจ เธอก็ทำและทำอย่างตั้งใจ เพื่อพิสูจน์ว่าเธอทำได้และทำได้ดีด้วย
วิธีคิดสู่ความสำเร็จ
อีกผู้หนึ่งที่ใช้วิธีคิดจนประสบความสำเร็จได้ก็คือ ชาลอต โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด (มหาชน) แม้จะมีประสบการณ์ถึง 22 ปีในการเป็นผู้บริหารธนาคารกรุงศรีอยุธยา แต่การก้าวมารับตำแหน่งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด (มหาชน) ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้สามารถเดินทางมาถึงจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จได้นั้น เธอยืนยันว่าเป็นเรื่องของโอกาสและวิธีคิด
คุณชาลอตเล่าว่า “ที่ผ่านมาชีวิตเราทำงานเป็นลูกจ้าง เราไม่ใช่เจ้าของบริษัท เพราะฉะนั้นย่อมมีสิ่งที่เรียกว่า โอกาส เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อได้รับมอบหมายงานอะไร ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน เราไม่เคยปฏิเสธ เพราะเราเชื่อว่าเราสามารถสร้างคุณค่าให้งานนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ ดังนั้นเราต้องกล้าที่จะรับโอกาส สิ่งที่มาคู่กันคือการไม่ปฏิเสธโอกาส เพราะเมื่อเราปฏิเสธโอกาสนั้นก็จะหลุดลอยไป”
อีกสิ่งหนึ่งที่ ชาลอต กล่าวว่า ต้องมีประกอบกันไปด้วย คือ การมีความตั้งใจที่ดี โดยให้เราเอาประโยชน์ขององค์กรเป็นที่ตั้ง สิ่งไหนที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี หรือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อองค์กร ไม่ว่าโครงการนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหนก็ตาม แต่ผลที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีต่อองค์กร เราก็จะกล้าคิด กล้าเสนอ และกล้าทำสิ่งนั้นออกมา อีกทั้งยังทำให้เราสามารถคิดโครงการใหม่ๆ ออกมาให้องค์กรได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
นอกจากนั้น ชาลอต ยังกล่าวถึงการคิดในเชิงบวกอีกว่า “การคิดดีก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการคิดดีก็คือการคิดในเชิงบวก อย่างโดยส่วนตัวเมื่อเจ้านายสั่งงานอะไรมา สิ่งแรกที่ต้องคิดคือ คิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะยากลำบากแค่ไหน เราเชื่อว่าทุกอย่างต้องมีทางออก ชีวิตนี้ไม่เคยตัน ถึงแม้บางครั้งมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด 100% แต่ก็ต้องมีทางไป หรือบางครั้งเราอาจทำได้ 110 หรือ 120 ไปเลยก็ได้”
ชาลอต ยกตัวอย่างเรื่องของการรีแบรนด์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งขณะที่เป็นผู้บริหารอยู่นั้นมีพนักงานอยู่ถึง 8,000-9,000 คน แต่ภายในเวลาเพียงแค่ 2 ปีก็สามารถรีแบรนด์ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งหากไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ก็จะไม่มีการเริ่มต้นและไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน หรือแม้แต่การเปลี่ยนอาชีพจากสายธนาคารมาสู่สายธุรกิจบันเทิง เธอออกปากว่าจากคนที่เก๋าในวงการมาสู่น้องใหม่ของวงการ พร้อมกับการถูกจับตามองจากคนรอบข้าง ย่อมเป็นการทำงานที่ยาก แต่เธอเชื่อว่าทุกอย่างเรียนรู้กันได้
เมื่อเกิดความคิดว่าเป็นไปได้แล้ว การจะทำให้เป็นจริงขึ้นมานั้น ชาลอต กล่าวว่า “เมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ เราต้องลงมือทำ เราต้องสานต่อความคิดของเรา การจะประสบความสำเร็จไม่ใช่เพียงแค่คิด แต่เราต้องลงมือทำ เรื่องพรสวรรค์เราอาจจะมีน้อย แต่เราสามารถมีพรแสวงได้ อย่างที่บอกว่าทุกอย่างเรียนรู้กันได้ เราก็หาข้อมูล หาคนดีๆ มาร่วมทีม อ่านหนังสือในเรื่องราวที่เราต้องทำ”
สุดท้ายชาลอตกล่าวถึงการประสบความสำเร็จอย่างมีความสุขว่า ยังคงอยู่ที่การคิดดี เพราะถ้าเราต้องห้ำหั่นฟาดฟันเพื่อให้ได้ความสำเร็จ เราอาจจะพอใจในความสำเร็จนั้น แต่เราอาจจะมีความสุขหรือไม่มีความสุขก็ได้ แต่ถ้าเรายึดหลักของการทำสิ่งที่ดีและคิดแต่สิ่งที่ดี ย่อมเป็นไปตามกฎแห่งแรงดึงดูดในหนังสือ The Secret ที่ความคิดดีๆ จะดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาหาเรา เราก็จะสามารถพบกับความสำเร็จที่มีความสุขได้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *