'เครือข่ายองค์ความรู้' สู่การพัฒนา 'กำลังคน'

“เครือข่ายองค์ความรู้” สู่การพัฒนา “กำลังคน”

ภายหลังปี พ.ศ.2563 หรืออีก 13 ปีนับจากนี้ ประเทศไทยจะต้องพบกับปัญหาใหญ่ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็น “วิกฤติ” ที่จะเกิดขึ้นกับ “แรงงาน” โดยเฉพาะ “กำลังคน”

ภาคเอกชนและข้าราชการกำลังจะประสบกับสภาวะ “การขาดแคลนแรงงาน” ทั้งนี้เนื่องจากในปี พ.ศ.2506-2526 ประเทศไทยมีจำนวนประชากรที่เกิดใหม่ต่อปีมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งเรียกกันว่า “ประชากรรุ่นเกินล้าน” ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีอายุระหว่าง 24-44 ปี อยู่ในวัยเรียนและวัยทำงาน ซึ่งจะเข้าสู่วัยสูงอายุในอีก 15-20 ปีข้างหน้า เพราะในปี พ.ศ.2526 รัฐบาลได้นำมาตรการการคุมกำเนิดประชากรออกมาใช้ ซึ่งส่งผลให้ประชากรในวัยทำงานจะเริ่มลดลงตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 เป็นต้นไป

ในขณะเดียวกันภาครัฐได้มีนโยบายกำหนดขนาดของ “กำลังคน” ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภาระงบประมาณของประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 เป็นต้นมา ทำให้ลดการบรรจุคนเข้าทำงานได้ในระดับหนึ่ง
แต่นโยบายนี้กลับส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอายุของกำลังคนในระบบราชการที่จะเริ่มเกษียณอายุในอีก 5-10 ปีข้างหน้าเป็นจำนวนมาก บางกระทรวงมีผู้เกษียณอายุเกือบครึ่งหนึ่งของข้าราชการทั้งกระทรวง
จุดนี้เองที่ถือว่าเป็น “วิกฤติ…ของกำลังคน” ในอนาคต และเป็น “วิกฤติ…ของโครงสร้างอายุราชการ” ด้วยเช่นกัน

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยกลุ่มยุทธศาสตร์กำลังคนภาครัฐ ซึ่งรับผิดชอบในการวางแผนกำลังคนภาครัฐ จึงได้เร่งศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลโครงสร้างอายุข้าราชการ เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาที่คาดว่าจะเกิดผลกระทบกับการบริหารทรัพยากรบุคคลในระบบราชการไทย

“นายปรีชา วัชราภัย” เลขาธิการ ก.พ. กล่าวถึงปัญหากำลังคนในระบบราชการว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีข้าราชการเกษียณอายุถึงร้อยละ18 หรือประมาณ 65,890 คน จากจำนวนทั้งหมด 360,000 คน ซึ่งผลการศึกษาพบกว่ามีข้าราชการที่มีอายุเฉลี่ยมากกว่า 55 ปี มากกว่าร้อยละ 15 ของข้าราชการในสายงานนั้น 6 สายงานด้วยกันคือ นายตรวจศุลกากรร้อยละ 28.4 นักวิชาการป่าไม้ร้อยละ 19.0 นักวิชาการเกษตรร้อยละ 17.9 นักวิชาการศึกษาร้อยละ 17.9 นักพัฒนาสังคมร้อยละ 17.2 และเจ้าหน้าที่การทูตร้อยละ 15.3

“กระทรวงที่มีข้าราชการอายุ 50 ปีขึ้นไปสูงมากกว่าร้อยละ 30 ได้แก่กระทรวงการต่างประเทศร้อยละ 30.5 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร้อยละ 31.0 กระทรวงศึกษาธิการร้อยละ 31.1 กระทรวงอุตสาหกรรมร้อยละ 31.5 กระทรวงพาณิชย์ร้อยละ 32.1 กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร้อยละ 35.4 และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร้อยละ 35.8 ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักและเตรียมการเพื่อรับมือ” นายปรีชากล่าว
ตัวเลขเหล่าทำให้มองเห็นภาพของปัญหาในเรื่องกำลังคนภาครัฐที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าได้อย่างชัดเจน ซึ่งทางสำนักงาน ก.พ. ได้ศึกษา วิเคราะห์ กลั่นกรอง และเสนอแนะวิธีการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้กับหน่วยงานต่างๆ หลายแนวทางไม่ว่าจะเป็นการสรรหาข้าราชการรุ่นใหม่ด้วยระบบใหม่, การพัฒนากำลังเพื่อรองรับภารกิจของหน่วยงาน, การบริหารกำลังคนโดยคำนึกถึงความแตกต่างของวัย, การโอนงานให้องค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น, พัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการฯลฯ

ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องทำการแก้ไข ปรับปรุง และหาแนวทางที่จะดึงดูดกำลังคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้เข้าสู่ระบบราชการเพื่อทดแทนกำลังคนที่กำลังจะเกษียณอายุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เงินเดือน ค่าตอบแทน และความก้าวหน้าในการรับราชการ

สอดคล้องกับ “โครงการพัฒนาเครือข่ายองค์ความรู้สาธารณะ ด้านการจัดการทุนมนุษย์ สำนักงาน ก.พ.” ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาด้วยการสร้างระบบการจัดการความรู้ด้านการบริหารและการทรัพยากรบุคคล เพื่อส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากกำลังคนรุ่นเก่าสู่กำลังคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงองค์กรต่างๆ เป็นการสร้าง “เครือข่ายหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำความรู้ด้านการพัฒนา “ทุนมนุษย์” ที่ได้รับกลับไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบุคลากรของแต่ละองค์กร

ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้จะส่งผลโดยตรงให้สังคมไทยมี “คน” ที่มี “ทุน” ที่เหมาะสม มีขีดความสามารถที่จะแข่งขัน นำพา สังคม องค์กร และประเทศชาติไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

การเกิด “วิกฤติ” ของโครงสร้างอายุราชการ อาจกล่าวได้ว่านี่คือปัญหาการขาดแคลนแรงงานของระบบราชการในอนาคต แต่ในขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็น “โอกาส” ที่หน่วยงานต่างๆของภาครัฐจะได้ปรับปรุงแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีความทันสมัย ทันโลก ทันเหตุการณ์ รวมทั้งการ “พัฒนา” องค์ความรู้ในการทำงาน ให้มีการถ่ายทอดจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ อันจะก่อให้เกิดการต่อยอดทางความคิด เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

ที่มา : www.thaihrhub.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *