อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
อยู่ในเขตอำเภอแหลมสิงห์ บนเทือกเขาสระบาป มีเนื้อที่ทั้งหมด ๘๔,๐๖๓ ไร่ พันธุ์ไม้ต่าง ๆ ที่พบ เช่น ขนุนป่า กระท้อนป่า พิมเสนขึ้นอยู่ทั่วไป และยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อีกมากมาย ที่เห็นได้บ่อย คือ หมูป่า เลียงผา พังพอน กระแต หมีควาย ชะนี ลิง ฯลฯ และยังเป็นที่อยู่ของปลานานาชนิด เช่น ปลาพลวง ปลาดุก ปลาฉาก

สถานที่น่าสนใจในบริเวณอุทยานฯ ได้แก่
น้ำตกคลองนารายณ์ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “น้ำตกเขาสระบาป” อยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ ๘ กิโลเมตร บนเส้นทางสายจันทบุรี-แหลมสิงห์ น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ต้องเดินลัดเลาะผ่านป่าซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์และความงดงามตามธรรมชาติ สายน้ำตกสูง ๒๕ เมตร บรรยากาศเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแรมท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบอย่างแท้จริง
น้ำตกพลิ้ว ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง ๒๐๐ เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีต้นกำเนิดมาจากลำธารน้ำใต้ดินที่ผุดขึ้นตรงซอกหินบนหน้าผาแล้วไหลลงสู่แอ่งน้ำด้านล่าง น้ำใสเหมาะกับการลงเล่นน้ำ ก่อนถึงตัวน้ำตกจะมีแอ่งน้ำธรรมชาติซึ่งเป็นที่อาศัยของปลาพลวง และจะพบเฉพาะตามลำธารน้ำตกบางภาคเท่านั้น และในบริเวณน้ำตกพลิ้วยังมีโบราณสถานที่สำคัญอยู่สองแห่ง ได้แก่
อลงกรณ์เจดีย์ สร้างด้วยศิลาแลง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๙ โดยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จประพาสน้ำตกพลิ้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๗ ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยในน้ำตกพลิ้วมาก จึงโปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและพระราชทานนามเจดีย์นี้ว่า “อลงกรณ์เจดีย์”
ปิรามิดพระนางเรือล่ม เป็นสถูปทรงปิรามิดสร้างด้วยหินแกรนิต เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๔ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความรักที่พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีต่อพระนางเจ้าสุนันทาฯ หลังจากที่พระองค์เสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระประเทียบล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในปิรามิดบรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งของพระองค์ไว้ด้วย

• น้ำตกตรอกนอง อยู่ทางทิศตะวันตกของน้ำตกพลิ้ว ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๒๖ กิโลเมตร ไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางจันทบุรี-ขลุง เมื่อถึงสี่แยกอำเภอขลุง เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางสายอำเภอขลุง-อำเภอมะขาม ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านตรอกนอง ทางแยกเข้าน้ำตกอยู่ทางซ้ายมือ เข้าไปอีก ๒ กิโลเมตร จะถึงที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯน้ำตกพลิ้วที่ ๑ (น้ำตกตรอกนอง)
น้ำตกตรองนองมี ๓ ชั้น ชั้นแรก ชื่อ “น้ำตกไม้ซี้” (ไม้ซี้ แปลว่า ต้นไผ่) อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เพียง ๕๐๐ เมตร การเดินทางไปน้ำตกชั้นนี้ต้องเดินทางผ่านอุโมงค์ป่าไผ่ มีความยาว ๕๐ เมตร ชั้นที่สอง ชื่อ “น้ำตกกลาง” ห่างจากชั้นที่ ๑ ประมาณ ๑ กิโลเมตร สภาพโดยรอบเป็นธรรมชาติอันสวยงามของพันธุ์ไม้ ดอกไม้ป่านานาชนิด และ ชั้นที่สาม คือ “น้ำตกตรอกนอง” ห่างจากชั้นที่ ๒ ประมาณ ๑ กิโลเมตร มีลักษณะเป็นลำธารที่ไหลตกมาจากหน้าผาสูงประมาณ ๒๐ เมตร การเดินทางไปยังน้ำตกต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญในการนำทาง นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชั้นบนสุดนี้ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก่อน และสำหรับผู้ที่ต้องการพักแรมท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ สามารถนำเต็นท์มาตั้งแคมป์พักแรมได้ โดยทางอุทยานฯ น้ำตกพลิ้ว มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ ๒ คน ราคา ๒๗๐ บาท/คืน

อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท
สถานที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน ๔ หลัง พักได้ ๖ คน ราคา ๑,๘๐๐ บาท ค่ายพักแรม พักได้ ๓๐ คน ราคา ๓,๐๐๐ บาท มีเต็นท์ให้เช่าพักแรม พักได้ ๒ คน ราคา ๒๗๐ บาท และในกรณีที่นักท่องเที่ยว นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ ราคา ๓๐ บาท/คน/คืน สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว โทร. ๐ ๓๙๔๓ ๔๕๒๘ หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th
การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี ๑๔ กิโลเมตร ไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางจันทบุรี-ขลุง กิโลเมตรที่ ๓๔๖ มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกพลิ้ว ๒ กิโลเมตร หรือใช้บริการรถสองแถวจันทบุรี-น้ำตกพลิ้ว ค่าโดยสาร ๓๐ บาท

คุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ใกล้ตึกแดง ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ก่อนถึงท่าเทียบเรือ ๑ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ (ร.ศ. ๑๑๒) เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ายึดจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ระหว่างนั้นกองทหารฝรั่งเศสประมาณ ๖๐๐ คน แยกกันอยู่สองแห่ง แห่งแรกตั้งอยู่ที่เมืองจันทบุรี บริเวณที่เป็นค่ายทหารในปัจจุบัน อีกแห่งอยู่ที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละประมาณ ๔.๔๐ เมตร สูงประมาณ ๗ เมตร มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่าเป็นคุกที่ทรมานมาก เพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลราดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลา
การเดินทาง คุกขี้ไก่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓ เส้นจันทบุรี-ตราด เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๙ ก่อนถึงอำเภอแหลมสิงห์ตั้งอยู่ทางด้านขวามือ

หาดแหลมสิงห์ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมือง ๓๐ กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางไปจังหวัดตราด ถึงกิโลเมตร ๓๔๗ มีทางแยกขวาไปหาดแหลมสิงห์อีก ๑๖ กิโลเมตร เป็นชายหาดปากอ่าวที่แม่น้ำจันทบุรีไหลมาออกอ่าวไทย ร่มรื่นด้วยทิวสนยาวไปตามแนวของชายหาด มีที่นั่งพักผ่อนพร้อมทั้งร้านจำหน่ายอาหารตั้งเรียงรายอยู่ริมหาด มีบริการด้านที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว จากบริเวณหาดมองออกไปจะเห็นเกาะจุฬา และเขาแหลมสิงห์อยู่เบื้องหน้า และในบริเวณหาดแหลมสิงห์มีเรือให้เช่าไปดำน้ำเที่ยวเกาะจุฬา เกาะนมสาว ราคาประมาณ ๑,๕๐๐ บาท

อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น หรือ น้ำตกน้ำเป็น ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนซ่อง มีพื้นที่ ๗๕,๐๐๐ ไร่ (ยังไม่ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ) มีสถานที่น่าสนใจได้แก่ น้ำตกสะบ้า น้ำตกอีเกก และที่สำคัญ คือ น้ำตกเขาสิบห้าชั้น เป็นน้ำตก ๑๕ ชั้น ที่มีความสวยงาม มีน้ำตลอดทั้งปี การเดินทางต้องไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ บางครั้งต้องลัดเลาะไปตามลำธาร หรือปีนหน้าผาน้ำตก สามารถกางเต็นท์ได้ที่ชั้นที่ ๖ และชั้นที่ ๑๓ เป็นชั้นที่สูงที่สุด มีความสูงประมาณ ๓๕ เมตร สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ ลิง ชะนี ช้าง กระทิง วัวแดง
นอกจากนั้นทางอุทยานฯ มีสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์มาเอง จุดแรก คือ คลองมะเดื่อ จุดที่สอง คือ บริเวณน้ำตกอีเกก สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น โทร. ๐ ๙๕๕๐ ๓๖๓๙
การเดินทาง สามารถนั่งรถประจำทางจากกรุงเทพฯ นั่งรถมาลงที่อำเภอนายายอาม แล้วมาต่อรถสองแถวที่ตลาดมาลงที่หน้าอุทยานฯ ค่ารถคนละ ๔๐ บาท หรือจะเหมารถสองแถวที่ตลาดอำเภอนายายอาม ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน

ล่องแก่งโป่งน้ำร้อน อยู่ห่างจากอำเภอโป่งน้ำร้อน ๑๘ กิโลเมตร เป็นแนวล่องแก่งธรรมชาติที่สวยงาม ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ใช้เวลาล่องแก่ง ๒-๓ ชั่วโมง ไปตามแนวคลองโป่งน้ำร้อน ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาเครือหวาย ลำคลอง มีสภาพเป็นเกาะแก่ง โขดหินธรรมชาติ ไหลคดเคี้ยวไปตามร่องเนินเขาผ่านหมู่บ้านในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อนลงสู่ราชอาณาจักรกัมพูชา แนวคลองทั้งสองฝั่งร่มรื่นเขียวขจีไปด้วยสวนผลไม้และไม้นานาพันธุ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและเริ่มต้นฝึกการล่องแก่ง ความยากของแก่งอยู่ในระดับ ๒-๓ (ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำในแต่ละปี) เส้นทางที่ล่องแก่งโป่งน้ำร้อนมีความยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ใช้เวลาล่องแก่งประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง จุดเริ่มต้นของการล่องแก่งอยู่ที่หมู่บ้านเครือหวายและคลองโป่งน้ำร้อน แก่งแรกที่ผ่านมีลักษณะเป็นหินราบเรียบ สามารถมองเห็นเทือกเขาสอยดาว แก่งชะอม แก่งยาว วังน้ำอุ่น สะพานวัดใจ เป็นสะพานแขวนสลิงเล็ก ๆ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปกระโดดน้ำวัดใจได้ที่สะพานแห่งนี้ บริเวณฝายทดน้ำ และจุดสุดท้ายของการล่องแก่งคือวัดคลองใหญ่ ช่วงที่เหมาะสำหรับการล่องแก่งคือ ฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน)
นักท่องเที่ยวที่ต้องการล่องแก่งสามารถติดต่อได้ที่ วังขอน ชาเล่ต์ ๓/๘ หมู่ ๘ อำเภอโป่งน้ำร้อน โทร. ๐ ๓๙๓๑ ๗๐๒๔, ๐ ๑๖๓๙ ๔๖๒๙ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๘๘๕ ๕๓๕๕ เรือล่องแก่ง นั่งได้ ๘ คน ราคา ๒,๕๐๐-๓,๙๐๐ บาท เรือแคนู นั่งได้ ๒ คน ราคา ๑,๐๐๐-๑,๕๐๐ บาท และ บริษัท ฟูจิ ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๔๐ ๒๙๗๑-๒, ๐ ๒๙๑๘ ๖๐๖๗-๘ เรือล่องแก่ง นั่งได้ ๘ คน ราคา ๓,๐๐๐ บาท เรือแคนู นั่งได้ ๑-๒ คน ราคา ๒๐๐ บาท/ชั่วโมง

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *