ออกกำลังกาย = สมองดี

ออกกำลังกาย = สมองดี
สมองของคนเรามีน้ำหนักแค่ 2-3 % ของน้ำหนักตัว เซลล์สมองของเรามีกว่าแสนล้านล้านเซลล์ แต่ละเซลล์จำเป็นต้องใช้พลังงานมาก เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไร ทำงาน คิด จดจำ หรือแม้กระทั่งนอนหลับ สมองยังต้องใช้พลังงานอยู่เสมอ และยังต้องใช้ออกซิเจนถึง 40-50 % ของออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไป ออกซิเจนที่มีอยู่ในกระแสเลือดเหล่านี้ เมื่อเราออกกำลังกายจะทำให้เลือดสูบฉีด ช่วยนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย รวมถึงไปเลี้ยงสมองได้ดีด้วยนั่นเอง
เมื่อได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ สมองก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ชะลอการเสื่อมของเซลล์สมองให้ช้าลงได้ กระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท ส่งเสริมการเรียนรู้และความจำให้ดีขึ้น และยิ่งถ้าออกกำลังกายเป็นประจำ เสมือนเป็นการฝึกให้สมองอดทนต่อความเครียดไปในตัว ช่วยลดภาวะความซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเด็กจะช่วยให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ ได้รวดเร็ว

ออกกำลังกาย = เสริมศักยภาพสมอง
“วิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ เต้นแอโรบิก ฯลฯ” การออกกำลังกายมีมากมายหลายประเภท ซึ่งความจริงแล้ว การออกกำลังกายทุกประเภทช่วยเสริมศักยภาพสมองได้ในรูปแบบแตกต่างกันไปค่ะ
ฝึกทักษะใหม่ๆ
การออกกำลังกายที่ดีต่อสมองนั้นควรออกกำลังกายให้หลากหลาย เพื่อเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ของสมองจากการได้ฝึกฝนทักษะใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือเต้นแอโรบิก เป็นต้น
ปฎิสัมพันธ์กับผู้คน ลดอาการซึมเศร้า
การออกกำลังกายประเภทกลุ่มหรือเป็นทีม เช่น ฟุตบอล วิ่งเล่นในสนาม วิ่งเปรี้ยว จะช่วยให้เราได้พบปะผู้คนและมีปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมที่หลากหลาย ช่วยผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดและลดภาวะซึมเศร้าได้
ความจำดี คิดได้เร็ว
การออกกำลังกายทุกประเภททำให้การเชื่อมต่อปลายประสาทระหว่างเซลล์ประสาทเรียกว่า Synapses ดีขึ้น ป้องกันการสูญเสียหรือเสื่อมถอย การออกกำลังกายจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ความจำดีและยังสามารถป้องกันความจำเสื่อมได้
สมรรถนะร่างกายดีขึ้น
การออกกำลังกายทุกประเภททำให้สมรรถภาพของร่างกายดีขึ้น ร่างกายสมบูรณ์ เลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย ทำให้สมองได้รับสารอาหารเต็มที่ ส่งผลให้กระฉับกระเฉง มีความจำดี
ใช้สมองสองซีก
มนุษย์เราควรใช้สมองสองซีกเท่าๆ กัน แต่คนทั่วไปมักจะใช้สมองเพียงด้านเดียว การฝึกให้ลูกใช้สมองสองซีกทำได้ง่ายๆ คือลองให้ลูกบริหารร่างกายและสมอง โดย Brain gym ซึ่งคิดค้นโดย ดร. พอล เดนนิสัน แห่ง Educational Kinesiology Foundation ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อช่วยให้สมองทั้งด้านซ้ายและสมองด้านขวาทำงานประสานกันได้ดี ที่สำคัญคือ บุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ คือคนที่ใช้ข้อมูลจากสมองทั้งสองด้านได้ดีนั่นเองค่ะ

เด็กๆ กับการออกกำลังกาย
เด็กๆ ควรได้รับการปลูกฝังให้ได้ออกกำลังกายอยู่เสมอตามความเหมาะสมกับช่วงของวัยของเขา และการได้มีโอกาสออกกำลังกายร่วมกัน หรือมีกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันระหว่างพ่อ-แม่-ลูกก็ยังช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้น ช่วยเสริมประสิทธิภาพที่ดีให้กับสมองลูกเป็นสองเท่าเลยทีเดียวค่ะ

ทำความรู้จัก Brain gym
สมองของคนเราแบ่งได้เป็น 2 ซีก คือ ซีกซ้ายและซีกขวา โดยมีกลุ่มไฟเบอร์เชื่อมสมองทั้ง 2 ซีกเข้าด้วยกัน ถ้าหากเราเหนื่อยหรือเครียด สมองจะทำงานได้เพียงข้างเดียวเท่านั้น ความสามารถในการใช้สมาธิก็ลดลง และ เราก็จะไม่สามารถ รวบรวมความคิด หรือคิดในเชิงสร้างสรรค์ได้ การบริหารสมอง จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย

สมอง 2 ด้านทำงานอย่างไร ???
สมองแบ่งเป็นซีกซ้ายและซีกขวา
สมองซีกซ้าย ทำหน้าที่ เรียนรู้และมีความสามารถในการวิเคราะห์ และแยกเป็นส่วนๆ การใช้คำพูด การจัดลำดับก่อน – หลัง ควบคุมพฤติกรรม รู้เวลาและสถานที่ การเรียนรู้ด้านภาษา
คณิตศาสตร์ ใช้เหตุผลตามหลักการทฤษฏี การตัดสินใจ
สมองซีกขวา ทำหน้าที่ เรียนรู้ในลักษณะของภาพรวม คิดแบบบูรณาการ จินตนาการ มองลักษณะท่าทางโดยรวม ภาษาที่ใช้ การคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทัศนคติ เรียนรู้จากการที่ได้ฝึกหรือปฏิบัติ
โดยสมองทั้งสองด้านจะมีไฟเบอร์บางๆ เป็นตัวเชื่อมประสาน ผู้ที่สามารถใช้สมองด้านได้ดีมักจะมีความคิดสร้างสรรค์สูงค่ะ ที่เรารู้จักกันดีคือลีโอดาโน ดาวินชี อัจฉริยะคนหนึ่งของโลกที่เชี่ยวชาญทั้งด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์ ผลงานเด่นของเขามีตั้งแต่ภาพวาดโมนาลิซ่าจนถึงการวาดกายภาพมนุษย์ ผู้ออกแบบเครื่องร่อนคนแรกๆ ของโลก ฯลฯ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *