องค์กร-ครอบครัว ขุมพลัง ชนะชัย ลีนะบรรจง

องค์กร-ครอบครัว ขุมพลัง ชนะชัย ลีนะบรรจง
ครอบครัวคือ “ที่สุดในชีวิต” สำหรับ ชนะชัย ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอีเอ็มซี ที่ต้องรัก ดูแลใส่ใจทุกเวลา

แต่ในนิยามของเขาคนในครอบครัวยังรวมถึงพนักงานในองค์กรที่จะต้องดูแลเอาใจใส่ในทำนองเดียวกัน

“ผมเป็นลูกชายคนโต ถูกสอนมาตลอดให้ดูแลคนในครอบครัวให้ดี ให้มีความสุข และครอบครัวในนิยามของผม ไม่ได้มีแค่ผม ภรรยา และลูกๆ ยังรวมไปถึงพ่อแม่และครอบครัวพี่น้องของผมรวม 30 คน กระทั่งครอบครัวของภรรยา และกว้างไปถึงพนักงานในองค์กรที่มีอยู่ 480 คนด้วย”

การดูแลครอบครัวให้มีความสุขนั้น ชนะชัย ขยายความให้ฟังว่า ต้องใช้ ‘ใจ’ เป็นแกนหลัก ในการให้ความรัก ความเข้าใจ ดูแลเอาใจใส่ และต้องพร้อมรับฟังความคิดเห็น ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นฐานเดียวกันกับหลักบริหารจัดการองค์กรธุรกิจ

ไม่ว่าองค์กรจะใหญ่ และมีคนมากขนาดไหน ทั้งหมดก็ไม่ใช่ปัญหา…

“จริงๆ แล้ว ผมเป็นคนทำงานที่ทำธุรกิจหลายอย่าง ทั้งก่อสร้าง เป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มีเวลาน้อย แต่เมื่อมีเวลาก็พยายามบริหารจัดการให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้”

การบริหารจัดการที่ว่า ชนะชัย แบ่งชีวิตของตัวเองออกเป็น 4 ภาค ประกอบด้วย Working Life ภาคของการทำงานช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ซึ่งเขาจะทุ่มเทอย่างหนัก เพราะซึมซับวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรญี่ปุ่นที่เคยร่วมงานเป็นเวลานาน 20-30 ปี ตั้งแต่สมัยเรียนจบใหม่ๆ

ถัดมา Social Life ภาคชีวิตสังคม Private Life ภาคชีวิตส่วนตัว และ Family Life การใช้ชีวิตกับครอบครัวที่กำหนดไว้ในทุกวันอาทิตย์

ทว่าช่วง 5 วันตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ ต้องผ่านการทำงานมาอย่างหนัก มีเรื่องต้องคิดและวางแผน การจะละทิ้งความเครียดตรงนั้นและมาใช้ชีวิตกับครอบครัวด้วยใจที่เป็นสุขในทันที จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนัก

ดังนั้น ก่อนจะใช้ชีวิตในภาค Family life จำเป็นต้องหาสิ่งที่มาลดหรือ delete ความเครียด ด้วยการกำหนดให้วันเสาร์ เป็นวัน Boy day ย้อนสู่วัยรุ่น ทำในสิ่งที่อยากทำ

“วัยรุ่นเป็นวัยมีพลังและพร้อมทำทุกสิ่งทุกอย่าง ช่วงนั้นผมเตะบอล กินโค้ก คุยเล่น ส่วนกิจกรรมในวัยผู้ใหญ่ก็จะไปเฮฮากับกลุ่มเพื่อน เช่น ตีกอล์ฟ ร้องคาราโอเกะ พูดคุยเรื่องขำขัน หรือเรื่องราวในอดีต เหมือนกับเพลงเสก โลโซ ที่ร้องว่า 14 อีกครั้ง”

หลังจากล้างและปลดปล่อยความเครียดในวัน Boy day มาถึงวันสำหรับครอบครัวในวันอาทิตย์ ชนะชัยก็พร้อมที่จะทุ่มทั้งตัวและจิตใจทำกิจกรรมร่วมกัน

ทั้งมีกฎที่ถือเป็นหลักปฏิบัติมานาน 15-16 ปีว่า ทุกคนในครอบครัวกว่า 30 ชีวิตต้องมีทริปที่ไปด้วยกันทั้งหมด แบบที่เรียกว่า Family trip ไม่ว่าจะเป็นในหรือต่างประเทศ

“ยอมรับว่า เหนื่อยช่วงที่เตรียมตัวเดินทาง แต่ช่วงที่ทุกคนรวมตัวอยู่ด้วยกันให้ความรู้สึกที่ดี อย่างทริปหนึ่งไปเที่ยวออสเตรเลีย พ่อได้เห็นลูกหลานอยู่ด้วยกัน รักใคร่กลมเกลียว ซึ้งใจจนตาแดง พี่น้องคนอื่นของผมที่เป็นผู้เข้มแข็งในยุทธจักรธุรกิจก็พลอยตาแดงไปด้วย เป็นภาพที่ซาบซึ้งมาก”

สำหรับการทำกิจกรรมร่วมกับพนักงานในองค์กร จะตั้งโปรแกรมไว้ชัดเจนเช่นเดียวกัน เช่น การพาไปท่องเที่ยวหรือสังสรรค์ การจัดกิจกรรมสปอร์ต เดย์ และกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ เช่น เก็บขยะ สร้างโรงเรียนให้เด็ก ฯลฯ

เป้าหมายเพื่อให้ทุกคนได้มีเวลาอยู่ร่วมกัน เพื่อสร้างสัมพันธ์และความผูกพัน ที่สำคัญเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้พูดคุย รับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้อยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน หรือระหว่างพนักงานกับพนักงานด้วยกัน

“เราไม่สามารถเจอและพูดคุยกับทุกคนได้เหมือนกับคนในครอบครัว เพราะบริษัทมีคน 480 คน ต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น อีเมล มาเป็นเครื่องมือสื่อสาร รวมถึงมีสารจากซีอีโอที่จะออกมาอย่างต่อเนื่อง และผ่านระดับหัวหน้าหรือผู้จัดการที่จะมีการประชุมกันทุกอาทิตย์ หรือหากมีเวลาก็พยายามเดินไปแวะทักทายพนักงานทุกชั้น”

หลายคนอาจพูดว่า มากคน มากความ แต่สำหรับ ชนะชัย มากคน ยิ่งมากวาสนา เพราะแต่ละคนมีความคิด และมุมมองที่แตกต่างกัน

การรับฟังความคิดเห็นจากพวกเขา จะได้แง่คิดอะไรหลายอย่าง หรือบางครั้งเมื่อคนในองค์กรมีความคิดที่ผิด จะได้ใช้เวลาที่อยู่ร่วมกันแนะนำให้พวกเขาเหล่านั้นมีความคิดเห็นที่ถูกต้อง

พร้อมเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรเดินไปตามเป้าหมายและนำความสำเร็จมาให้

โดย : ณัฐสุดา เพ็งผล

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *