หาได้ ใช้เป็น (1)

หาได้ ใช้เป็น (1)
Money Pro : วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2550
หัวเรื่องวันนี้ขอยืมมาจากโครงการประกวดเรื่องสั้นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดิฉันเขียนเรื่องออมเงิน และลงทุนมามาก มีแฟนคอลัมน์อยากอ่านเรื่องการใช้เงินบ้าง จริงๆ แล้วเรื่องการใช้เงินดิฉันไม่ค่อยจะเขียนเป็นบทความ ส่วนใหญ่จะให้สัมภาษณ์แก่นักเขียนหรือสื่อโทรทัศน์มากกว่าค่ะ แต่สองสัปดาห์นี้ขอเขียนเรื่องการใช้เงินเอาใจแฟนคอลัมน์หน่อยนะคะ
หลักการใช้เงิน คือ ต้องใช้น้อยกว่าที่หาได้ ซึ่งหมายความว่า หากเงินที่หามาได้ไม่พอใช้ ก็มีอยู่สองทางเลือก คือ พยายามประหยัด ใช้น้อยลง หรือต้องหารายได้พิเศษเสริม ดิฉันหารายได้พิเศษเสริมด้วยการสอนพิเศษ ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาอยู่เลยค่ะ เพราะดิฉันใช้เงินเก่ง ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ก็หารายได้เสริมจากการรับศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (แต่ต้องแน่ใจว่าลูกค้าจะไม่นำมายื่นขอสินเชื่อ กับธนาคารที่ดิฉันทำงานอยู่ เพราะจะเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์) แต่งานเสริมที่ถูกใจจนกลายมาเป็นงานหลักในปัจจุบัน คือการลงทุนค่ะ
บางคนอาจจะมองว่าการลงทุนเป็นสิ่งที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ไม่จริงเลยค่ะ ยิ่งในปัจจุบันด้วยแล้ว ท่านสามารถลงทุนในกองทุนรวมโดยตัดบัญชีรายเดือน หรือรายสองเดือน หรือรายไตรมาสได้ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 500 บาท เท่านั้น หรือหากจะลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็สามารถลงทุนซื้อได้ด้วยจำนวนขั้นต่ำ 100 หุ้น ซึ่งอาจจะเป็นเงินหลักร้อยบาท พันบาท หรือหลักหมื่นบาท
จัดแบ่งงบประมาณ ไม่ว่าจะมีเงินใช้มากหรือน้อย ควรต้องจัดแบ่งงบประมาณเสมอ สำหรับการใช้เงินส่วนตัวนี้ ยิ่งมีเงินน้อยก็ยิ่งต้องจัดแบ่งงบประมาณ เพื่อจะได้มีเงินพอใช้ และใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง เมื่อมีเงินมากๆ การจัดงบประมาณก็อาจจะไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก เพราะอย่างไรก็มีใช้
การจัดงบประมาณนั้น หมายรวมถึงการจัดงบประมาณเพื่อเก็บออมด้วย สำหรับค่าใช้จ่ายนั้น คนส่วนใหญ่จะแบ่งใช้เป็นค่าที่อยู่อาศัย ค่าสาธารณูปโภค ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายบันเทิง พักผ่อน ท่องเที่ยว และอาจมีค่าใช้จ่ายบางอย่างที่ต้องเก็บออมไว้เพื่อใช้ในวันหน้า เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร หรือเงินเก็บเผื่อฉุกเฉิน เป็นต้น
แยกแยะความจำเป็นกับความต้องการ หลายรายการที่เราซื้อหรือใช้จ่ายไป เป็นเพียงความต้องการของเราเท่านั้น ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่หากมีก็จะทำให้สุขใจมากขึ้น ชอบใจมากขึ้น ถ้ามีเหลือกินเหลือใช้ จะซื้อหาของที่ต้องการตามใจตัวเองเท่าไร ก็ไม่มีใครว่า แต่หากยังไม่ถึงขั้นนั้น ควรจะเลือกซื้อหรือใช้เฉพาะที่จำเป็น เรียกว่าอยู่อย่างพอเพียง ข้อนี้วัยรุ่นส่วนใหญ่ทำไม่ได้ บางทีเห็นเพื่อนมี อยากมีบ้าง บางทีต้องซื้อให้ได้ระดับหนึ่งเพื่อคงสถานะความเป็นลูกค้าพิเศษไว้ ถ้าจะให้แนะนำ ดิฉันคิดว่า สถานะของลูกค้าคนพิเศษ ควรจะได้มาจากการที่เราใช้สินค้าหรือบริการของเขาในระดับนั้นจริงๆ เพราะหากไม่ใช่ เราก็จะไม่สามารถคงสถานะไว้ได้นานค่ะ
ซื้อของในช่วงลดราคา ผู้ขายส่วนใหญ่จะมีเทศกาลลดราคา อย่างน้อยก็ปีละหนึ่งถึงสองครั้ง สินค้าบางอย่างหากสามารถรอซื้อตอนลดราคาได้ก็ควรจะรอค่ะ เช่นเดียวกับการลงทุน หากราคาหลักทรัพย์ตกต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน ดิฉันถือเป็นโอกาสซื้อ เหมือนได้ซื้อของลดราคา
อย่าห่วงของแถมมากเกินไป จริงๆ แล้วดิฉันเป็นแฟนตัวยงของแถมทุกประเภท เพราะของแถมมักจะมีลักษณะพิเศษ หาซื้อไม่ได้ในตลาดทั่วไป แต่ ที่ไม่เคยแนะนำให้ผู้ลงทุนรอซื้อเพื่อรับของแถมเลย คือ การซื้อกองทุนเพื่อการลงทุนค่ะ การลงทุนต้องดูจังหวะที่ดีในการลงทุน ไม่ใช่ลงทุนเฉพาะในช่วงที่มีของแถมแจก เพราะผลตอบแทนที่ได้รับเพิ่มหากลงทุนถูกจังหวะ ส่วนใหญ่จะมากกว่าราคาของแถมที่ได้รับมา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ผู้ลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวกองหนึ่งที่เปิดขายในเดือนมิ.ย. 2550 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการออกเสนอขาย กองทุนประเภทนี้ หากลงทุน 100,000 บาท ในปัจจุบันมูลค่าเพิ่มขึ้นมาเป็น 120,000 บาท หรือขึ้นมาถึง 20% เงินกำไร 20,000 บาทนี้ นำไปซื้อของได้มากมาย ในขณะที่ผู้ลงทุนกลุ่มหนึ่งจะรอจนถึงปลายปี ซึ่ง บลจ. อาจมีการแถมของที่ระลึกให้เล็กๆ น้อยๆ มูลค่า 300-400 บาท เป็นต้น
อย่าให้เวลามาเป็นตัวเร่งรัดการตัดสินใจ โดยเฉพาะการตัดสินใจซื้อของที่มีราคาสูง ก่อนที่จะตัดสินใจควรจะมีการหาข้อมูล มีการเปรียบเทียบ และเมื่อแน่ใจแล้วจึงตัดสินใจซื้อ ผู้ขายส่วนใหญ่จะเร่งรัดให้ลูกค้าตัดสินใจโดยเร็ว เพราะหากมีเวลาคิดนานอาจจะเปลี่ยนใจ การตัดสินใจซื้อในขณะที่อยู่ในสถานการณ์นั้นๆ จะเป็นการซื้อตามแรงกระตุ้น ซึ่งเราควรจะพยายามหลีกเลี่ยงค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของหรือการลงทุนก็ตาม ในทางตรงกันข้าม ถ้าท่านเป็นผู้ขาย ท่านต้องพยายามขาย ณ จุดที่ลูกค้ากำลังปลื้มหรือดื่มด่ำกับบรรยากาศ เช่น สินค้าประเภทของที่ระลึก หรือสินค้าพื้นเมือง ก็จะขายดี ณ จุดท่องเที่ยว ท่านอาจจะเคยพบว่า หลังจากกลับมาจากการท่องเที่ยวแล้ว ท่านมีของที่ระลึกจากเมืองนั้นมากเกินไป แจกคนอื่นไปแล้วก็ยังไม่หมด
เหมาโหลถูกกว่า ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงต้องซื้อยกโหล แต่การรวมกันซื้อของแบบเดียวกัน หรือการซื้อของหลายอย่างจากร้านเดียวกัน ย่อมทำให้สามารถต่อรองราคาได้
ต้องขอนำไปเขียนต่อในสัปดาห์หน้าค่ะ หากท่านผู้อ่านมีแนวคิดดีๆ ในการใช้เงินที่อยากเผยแพร่ก็ขอเรียนเชิญส่งมาได้นะคะ
________________________________________

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *