สุขภาพ : หัวใจคุณทำด้วยอะไร…….. (ตอนที่ 1)

สุขภาพ : หัวใจคุณทำด้วยอะไร…….. (ตอนที่ 1)

เช่นเคยครับ หัวข้อบทความสุขภาพมักจะหวานแหวว แต่เนื้อเรื่องจะเข้มข้นเสมอ และเกี่ยวพันกับชีวิต ความเจ็บป่วย ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาที่ญาติพี่น้อง คุณพ่อ คุณแม่ คนในครอบครัวต้องรับภาระ ซึ่งในภาระนั้น มีอยู่หลายส่วนที่เกิดจากการได้รับยา หรือได้รับการรักษาเกินจริง ถึงกับต้องกู้หนี้ ยืมสิน ดังที่เคยมีการสำรวจในประเทศไทยว่า เงินทองที่หาได้ทั้งชีวิตจะสูญสิ้นไปในช่วง 6 เดือนสุดท้ายที่มีการเจ็บป่วย

การทำงานของหมอทั่วไป ไม่ได้มีแต่เพียงตรวจคนไข้โดยตรง แต่บ่อยครั้งที่ญาติของผู้ป่วยต้องการปรึกษาความเห็น คำแนะนำ โดยส่วนมากจะมีสรุปการรักษาของคุณหมอเจ้าของไข้ รวมผลการตรวจ ฟิล์มเอกซ์เรย์ต่างๆ และบ่อยครั้งที่หมอได้เจอก็เป็นเช่นกรณีของคุณเพ็ญ (นามสมมุติ) ได้มาขอปรึกษาเรื่องสามีซึ่งขณะนั้นเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อแห่งหนึ่งด้วยอาการไตวาย และต่อมามีอาการของอัมพฤกษ์ โดยมี แขน-ขาอ่อนแรงด้านซ้าย หลังจากที่ได้เล่าข้อมูลเบื้องต้นเสร็จ คุณเพ็ญร้องให้ และขอให้หมอช่วยเนื่องจากไม่ทราบจะทำอย่างไรต่อ ครอบครัวหมดเงินไป 3-4 ล้านบาท โดยที่โรงพยาบาลแนะนำให้ใช้เซลล์ต้นกำเนิดสเตมเซลล์ (stem cell) ของผู้ป่วย ซึ่งได้จากการเจาะไขกระดูก และนำมาเข้ากระบวนการ จนในที่สุดฉีดกลับเข้าตัวผู้ป่วย โดยอ้างว่าเป็นการฟื้นฟูไตวายให้มีเนื้อไตขึ้นใหม่ หลังจากได้เซลล์ดังกล่าวไป 3 ครั้ง ผู้ป่วยเกิดภาวะอัมพฤกษ์ เส้นเลือดในสมองตีบ หลังจากนั้นยังได้สเตมเซลล์อีก โดยอ้างว่าเซลล์ที่ให้สามารถ “งอก” ใหม่ เกิดเป็นเนื้อไตและเนื้อสมองใหม่ได้ จากแฟ้มข้อมูลที่ถ่ายสำเนาไม่ปรากฏว่ามีการบันทึกการรักษาด้วยสเตมเซลล์ใดๆปรากฏเป็นหลักฐาน

การรักษาด้วยสเตมเซลล์ และอื่นๆที่มีอีกมากมาย จัดเป็นการประพฤติปฏิบัติที่ไร้ศีลธรรม ไม่มีจริยธรรม ซึ่งหมอได้บรรยายในงานประจำปีของสำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ วันที่ 24 มีนาคม และการประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ณ วันที่ 10 กันยายน 2551(www.cueid.org E-learning-PowerPoint presentation เทคโนโลยีสมัยใหม่กับผลกระทบด้านจริยธรรม

กฎหมายและสังคม 28 เมษายน และ 14 กันยายน 2551) จริงอยู่ที่สเตมเซลล์เป็นความหวังในอนาคตสำหรับการกลับฟื้นขึ้นมาใหม่ของอวัยวะต่างๆที่เสียหาย (restorative therapy) แต่ ในปัจจุบันยังไม่มีการพัฒนาถึงระดับมาตรฐานที่มีการใช้ทั่วไปในมนุษย์ โดยยังไม่มีรูปแบบของการเตรียมเซลล์ วิธีการฉีด การติดตามประสิทธิภาพ ผลข้างเคียง ผลแทรกซ้อนที่ชัดเจน โดยที่ยังต้องคำนึงถึงสารที่ฉีดร่วมกับเซลล์ และการที่มีการเพาะลี้ยงเซลล์ ทำให้มีโอกาสปนเปื้อนกับสารต่างๆจากสัตว์ที่เป็นส่วนประกอบของน้ำยาเพาะเลี้ยงการเพาะเลี้ยงเป็นเวลานาน ยังอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมคล้ายเนื้องอกได้ บางครั้งเซลล์ที่ฉีดเข้าหัวใจกลายเป็นเซลล์ที่ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ (ผศ.นพ.ดร.นิพัญจน์ อิศรเสนา ณ อยุธยา หน่วยวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดและเซลล์บำบัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) การศึกษาในมนุษย์ที่ผ่านมาเป็นการทดลองเท่านั้น โดยมีการควบคุมใกล้ชิดจากองค์กรรัฐหรือสถาบันสุขภาพ เช่น ในสหรัฐ โดยพบว่าเซลล์ต้นกำเนิดที่นำมาใช้ทดลองรักษาโรคหัวใจขาดเลือด ไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อยมากจนไม่เกิดคุณค่าต่อผู้ป่วย การกล่าวอ้างถึงความสำเร็จเป็นรายๆในประเทศไทยที่ว่าได้ผลดี ไม่ใช่เป็นกระบวนการที่ชี้ชัดถึงประสิทธิภาพ เนื่องจากการพิสูจน์ดังกล่าวต้องทำการทดสอบทั้งในกลุ่มควบคุม (ซึ่งไม่ได้เซลล์จริง) และกลุ่มรักษา โดยมีการพิสูจน์ชัดว่าถ้าดีเกิดจากการงอกใหม่ของเซลล์หรือเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เป็นต้น ผลของการโหมโฆษณาทั้งในนิตยสาร โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และมีเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเอกชน ตลอดจนมีแพทย์เองเป็นพรีเซ็นเตอร์ ทำให้มีผู้ป่วยหลงผิดเป็นจำนวนมาก และเป็นที่รับรู้ในวงวิชาการทั่วไปจนประเทศไทยถูกประณาม แม้กระทั่งมีการประจานโดยการแสดงเว็บไซต์โฆษณาของ รพ.เอกชนของประเทศไทยในการประชุมประจำปีของ International Society for Stem cell Research (มิถุนายน 2551, Philadelphia) ซึ่งเป็นสมาคมเกี่ยวกับสเตมเซลล์ที่ใหญ่ และได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก

หลังจากได้เล่าให้คุณเพ็ญฟังโดยสังเขป ถึงความเป็นมาของการใช้เสตมเซลล์ว่าไม่จำเป็นต้องลงทุนไปรักษาอีกแล้ว และระยะของโรคไต และสมองขณะนี้เป็นการรักษาเรื้อรังประคับประคองและป้องกันไม่ให้เลวลง ซึ่งในเมื่อถึงระยะที่ต้องล้างไต ก็อาจสามารถกระทำได้ โดยการล้างผ่านช่องท้องหรือการฟอกเลือด ซึ่งสามารถติดต่อที่โรงพยาบาลรัฐได้ทุกแห่ง ส่วนอาการทางสมองนั้น ใช้กายภาพบำบัดช่วย ซึ่งสามารถทำเองที่บ้านได้ โดยมีการแนะนำจากแพทย์ทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็นระยะๆ ซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากและต้องหลีกเลี่ยง “ยาผีบอก” เหล่านี้ เพราะนอกจากจะไม่หาย เสียเงิน เสียทอง ยังอาจทำให้โรคทรุดหนักลงอีกและนี่เป็นคนไข้รายหนึ่งในหลายๆ รายที่ตกเป็นเหยื่อของการรักษาที่เกินจริงหรือใช้ยาผีบอก หมอและท่านผู้อ่านหลายๆคน คงต้องคิดหนักว่า คนที่รักษาสามีคุณเพ็ญ และผู้บริหารโรงพยาบาล มีหัวใจทำด้วยอะไรกันแน่ และรับรองว่ายังมีอีกหลายตอนครับ สำหรับเรื่องหัวใจคุณทำด้วยอะไร

ที่มา: ศาสตราจารย์นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *