หัวหน้างานที่เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะขับเคลื่อนงานและองค์กร

หัวหน้างานที่เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะขับเคลื่อนงานและองค์กร
ในฐานะที่ตัวผมเองเคยเป็น ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือลูกน้อง มาก่อน ถึงปัจจุบันจะต้องมาบริหารจัดการงานซึ่งต้องมีทีมงาน หรือบรรดาลูกน้อง มากน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน แต่ในพื้นฐานการบริหารคน ผมไม่เคยลืมภาพของผู้บังคับบัญชา หรือลูกพี่ ที่มีบทบาทผ่านเข้ามาในชีวิตของผมในแต่ยุคแต่ละสมัย ที่มีความแตกต่างกันในการบริหารจัดการลูกน้อง แน่นอนย่อมมีทั้งที่ดีมาก และดีน้อย ตัวผมเองมีความตั้งใจมั่นอยู่เสมอว่าหากได้มีโอกาสเป็นหัวหน้าคน จะต้องเป็นหัวหน้างานที่มีสมรรถนะสูง เป็นที่รักเคารพของลูกน้อง โดยได้พยายามนำรูปแบบของหัวหน้างานที่ผมคิดว่าดีอยู่ในหลาย ๆ ท่าน มาปรับใช้ในการบริหารคนของตนเอง ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมาในการการบริหารจัดการลูกน้อง พบว่ายังเต็มไปด้วยความยาก ต้องอดทนไม่เป็นอย่างที่คิดเสมอไปเนื่องจาก “ คน ” ย่อมแตกต่างกันในความคิด หรือความรู้สึก ปัญหาหนึ่งที่หัวหน้างาน จะพบได้บ่อย คือการไม่ได้รับความร่วมมือจากลูกน้อง เมื่อคุณมอบหมายงานในลูกน้องทำสักเรื่อง แล้วถูกลูกน้องปฏิเสธ หรือรับไปด้วยอาการไม่พอใจ และแสดงออกมาโดยท่าที หรือสีหน้า ทำให้งานล่าช้าไม่สำเร็จตามกำหนด นั่นเป็นสัญญาณบอกเหตุความไร้สมรรถนะ ( Non – Competence ) ของหัวหน้างาน หรือผู้บังคับบัญชาอย่างคุณ
หัวหน้างานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและมีพลังในการขับเคลื่อนงานขององค์กร ต้องรู้จักตนเอง ว่าควรวางตัวในตำแหน่งทางการทำงาน และสังคมอย่างไร และต้องมีวิธีการจูงใจที่ถูกต้อง ซึ่ง จะทำให้ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มใจของลูกน้องเพื่อให้ได้งานที่ดีกว่า เกิดความสามัคคี และบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์อย่างได้ประสิทธิผล ทุกท่านครับตามผมมาดูกันว่าอะไรบ้างที่เป็นตัวตรวจสอบประเมินเพื่อแสดงถึงการมีวิธีการจูงใจที่ดีแล้วหรือยังไม่ดีพอสำหรับหัวหน้างาน ดังต่อไปนี้
(…) 1. ยอมรับฝีมือของลูกน้องที่มีผลงงานดี ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือทำเป็นตัวหนังสือก็ตาม
(…) 2. ย้ำความปลอดภัยในฐานะหัวหน้างาน คุณต้องเป็นตัวแทนองค์กรที่ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงานต้องมาเป็นอันดับแรก
(…) 3. ยอมรับความคิดเห็นที่ดีจากลูกน้องเสมอ แต่ติดตามความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด เพื่อการทำงานที่ดีดีกว่า
(…) 4. สร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดี มีการจัดระเบียบสถานที่ทำงานให้สะอาดเหมาะสม เรียบร้อยเสมอ
(…) 5. มีการประชุมปรึกษา เรื่องการมอบหมายงานอย่างสม่ำเสมอ โดยลูกน้องต้องสามารถมีส่วนร่วมได้ในการรับมอบหมายงานที่เกี่ยวข้องในงานของตนได้
(…) 6. เมื่อลูกน้องมีคำร้องทุกข์มาถึง อย่านิ่งนอนใจหรือเลื่อนเวลาในการพิจารณาออกไปเพราะจะทำให้ลูกน้องเสียกำลังใจ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในงานจะลดลงให้ดำเนินการพิจารณาและหาทางแก้ไขในทันที
(…) 7. ปฏิบัติกับลูกน้องทุกคนอย่างยุติธรรม การที่คุณโปรดปราณลูกน้องคนหนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดเป็นพิเศษ จะเป็นการทำลายเครือข่ายพลังในหมู่ของลูกน้อง และจะนำไปสู่ความล้มเหลวและเสียหายของงานได้
(…) 8. วางตนเป็นตัวอย่างในทุกเรื่องที่คุณทำ คุณต้องระลึกอยู่เสมอว่า ลูกน้องสามารถนำการกระทำของคุณไปนินทาได้เสมอ และในทุกรูปแบบ การปฏิบัติตนที่เหมาะสมเท่าใดของคุณก็จะมีอิทธิพลต่อลูกน้องมากขึ้นด้วย
(…) 9. จดบันทึก “ สิ่งที่คุณต้องทำในวันนี้ ” อย่างเป็นระบบ และพยายามจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังให้เหมาะสม ปฏิบัติได้จริง หากไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ต้องทบทวน และมีคำตอบในวันรุ่งขึ้น
(…) 10. ทิ้งศักดินาก้าวเข้าหาลูกน้อง ทักทาย คุณในฐานะหัวหน้างานควรเริ่มต้นในการทักทายก่อนอย่างมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
(…) 11. สิ่งใดที่ลูกน้องของคุณทำได้ คุณต้องพร้อมที่จะร่วมทำ หรือทำได้อย่างเทียบเท่าหรือให้ดีกว่าทุกเรื่อง
(…) 12. สร้างสรรค์ให้เกิดทัศนะคติในทางบวก โดยการที่คุณชื่นชมในผลงานของคุณ ทั้งองค์กร และลูกน้อง
เท่าที่ผมได้นำเสนอกับทุกท่านในข้างต้น จะพบว่า หัวหน้างานที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะนั้น “ ต้องเก่งงาน และเก่งคน ” นั่นคือต้องมีความรอบรู้ในงาน มีสติ เป็นมิตร ยุติธรรม และทันคน โดยต้องหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่จริงใจจากลูกน้อง เช่น “ ใช่ครับพี่ ดีครับท่าน ทันครับผม เหมาะสมครับเจ้านาย “ ถามตัวคุณเองว่ายังอยากได้ยินคำพูดอย่างนี้จากลูกน้องของคุณอีกหรือเปล่า?
ในตอนท้ายนี้ผมขอฝากกลอนเตือนใจหัวหน้างานที่ได้มาจากการ Forward E-Mail มาน่าสนใจมาก ดังนี้
“ เร็วก็หาว่าล้ำหน้า ช้าก็ว่าอืดอาด
โง่ก็ถูกตวาด พอฉลาดก็ถูกระแวง
ทำก่อนบอกไม่ได้สั่ง
ครั้นทำที่หลังบอกไม่รู้จักคิด “

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *