หลักกฎหมายเรื่องประกันภัยค้ำจุน (4)

หลักกฎหมายเรื่องประกันภัยค้ำจุน (4)

5. ผู้รับประกันภัยค้ำจุนต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้เสียหายถึงแม้ว่าผู้เอาประกันซึ่งเป็นคู่สัญญาปฏิบัติผิดเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย ผู้รับประกันภัยก็จะยกเหตุนี้ขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิดต่อบุคคลภายนอกหาได้ไม่
คำพิพากษาฎีกาที่1182/2526 โจทก์เป็นบุคคลภายนอกซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนซึ่งทำขึ้นระหว่างจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยกับจำเลยที่ 3 ผู้รับประกัน หากจำเลยที่ 2 มิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย เป็นเหตุให้จำเลยที่ 3 ได้รับความเสียหายประการใด ก็ชอบที่จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยจะว่ากล่าวเอาแก่จำเลยที่ 2 ผู้เป็นคู่สัญญาจะอ้างมาเป็นเหตุปฏิเสธความรับผิดต่อโจทก์หาได้ไม่

ข้อสังเกต บางกรณีการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย ผู้รับประกันภัยไม่มีสิทธิปฏิเสธความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยได้ แต่ในกรณีที่ผู้รับประกันภัยมีสิทธิปฏิเสธความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว บุคคลภายนอกย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ หากสัญญาประกันภัยค้ำจุนมีข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามกรมธรรม์ ข้อยกเว้นนั้นย่อมใช้กับบุคคลภายนอกด้วย เว้นแต่ข้อยกเว้นนั้นจะขัดต่อกฎหมาย
ฎีกาที่ 168/2532 โจทก์ฟ้องจำเลยที่3 ให้รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมกับจำเลยที่1 และจำเลยที่ 2 โดยอาศัยมูลหนี้ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ความรับผิดของจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยที่มีแก่โจทก์ จึงต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญาดังกล่าว ฉะนั้น จำเลยที่ 3 ย่อมยกข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามสัญญาขึ้นต่อสู้กับโจทก์ได้ เว้นแต่ข้อยกเว้นนั้นจะขัดต่อกฎหมาย
ข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามกรมธรรม์ กำหนดว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดกรณีการใช้รถยนต์ตามที่ระบุ คือห้ามรับจ้างหรือให้เช่าเท่านั้น ไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะเป็นเพียงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อไม่ให้จำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไปรับจ้างหรือให้เช่า ซึ่งเป็นการใช้มากกว่าการใช้บรรทุกส่วนบุคคล อันจะทำให้จำเลยที่ 3 ต้องเสี่ยงภัยมากขึ้น ข้อยกเว้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอกดังกล่าวจึงใช้บังคับได้

6. เกี่ยวกับการรับช่วงสิทธิ ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะอ้างมาตรา 880 มาใช้เพื่อไล่เบี้ยเอากับผู้เอาประกันภัยได้หรือไม่ ตอบได้ว่า ไม่ได้ เพราะมาตรา 880 เป็นเรื่องความผิดเกิดขึ้นโดยบุคคลภายนอกแต่ประกันภัยค้ำจุนเป็นเรื่องผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นบุคคลในสัญญา มิใช่บุคคลภายนอกกระทำความผิด ฉะนั้นโดยหลักเบื้องต้นแล้ว รับช่วงสิทธิไม่ได้
แต่ผู้รับประกันภัยค้ำจุนอาจรับสิทธิได้ในบางกรณี เช่น ลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยไปก่อละเมิดต่อบุคคลภายนอกเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดด้วย ดังนี้ ดังนี้เมื่อผู้รับประกันภัยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับบุคคลภายนอกแล้วก็อาจรับช่วงสิทธิตาม มาตรา 880 ไปไล่เบี้ยเอากับลูกจ้างได้ ทั้งนี้เพราะเป็นความผิดที่เกิดโดยลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยซึ่งถือว่าเป็นบุคคลภายนอกสัญญา
– มีปัญหาว่า ถ้าบุคคลภายนอกผู้เสียหายได้เอาประกันวินาศภัยธรรมดาทรัพย์สินที่เสียหายนั้นไว้ด้วย เมื่อผู้รับประกันภัยค้ำจุนใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับบุคคลภายนอกแล้ว ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะเข้ารับช่วงสิทธิของบุคคลภายนอกไปฟ้องเรียกร้องเอาจากผู้รับประกันภัยทรัพย์สินของบุคคลภายนอกไว้โดยอ้างหลักการรับช่วงสิทธิตามมาตรา 227 จะได้หรือไม่ เห็นว่าผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะรับช่วงสิทธิเช่นนั้นไม่ได้ เพราะมาตรา 227 เป็นเรื่องลูกหนี้เมื่อได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าหนี้แล้วจึงรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ไปเรียกร้องเอากับบุคคลที่สาม แต่กรณีประกันภัยค้ำจุนผู้รับประกันภัยค้ำจุนมิใช่ลูกหนี้ของผู้เสียหาย การที่ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายเป็นการกระทำแทนผู้เอาประกันภัยมิใช่กระทำในฐานะลูกหนี้ อีกทั้งสัญญาประกันภัยค้ำจุนมิใช่สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกอันจะทำให้บุคคลภายนอกเป็นเจ้าหนี้ผู้รับประกันภัยได้ ดังนั้นผู้รับประกันจึงไม่อาจรับช่วงสิทธิโดยอาศัยมาตรา 227 ได้
ตัวอย่าง ดำได้ทำสัญญาประกันภัยค้ำจุนอันเกิดจากรถยนต์ของตนไว้กับบริษัท A แดงได้ทำสัญญาประกันวินาศภัยธรรมดาในความเสียหายอันเกิดขึ้นกับรถยนต์ของตนไว้กับบริษัท B ต่อมาดำขับรถโดยประมาทเลินเล่อชนรถของแดงเสียหาย ดังนี้แดงจะเรียกค่าเสียหายจากใครได้บ้าง
ตอบ แดงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากดำในฐานะละเมิด หรือเรียกค่าเสียหายจาก A ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุน ตามมาตรา 887 หรือเรียกค่าเสียหายจาก B ในฐานะผู้รับประกันวินาศภัยตาม มาตรา 877 แต่แดงก็มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนไม่เกินที่เสียหายจริง

– สมมุติว่า แดงใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายจาก B ตามมาตรา 877 เมื่อ B จ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว ก็สามารถเข้ารับช่วงสิทธิของแดงไปเรียกเอาจากดำได้ตามมาตรา 880 แต่ดำได้เอาประกันภัยค้ำจุนไว้กับ A ดังนั้น B จึงรับช่วงสิทธิของแดงฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก A โดยตรงตามมาตรา 887
– สมมุติว่า แดงใช้สิทธิเรียกค่าเสียหายจาก A โดยตรงตามมาตรา 877 เมื่อ A จ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว A จะอ้างมาตรา 227 เพื่อเข้ารับช่วงสิทธิของแดงไปเรียกค่าเสียหายจาก B ไม่ได้ เพราะ A ไม่ใช่ลูกหนี้แดง แต่ A ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แดงในฐานะเป็นผู้จ่ายในนามของของดำต่างหาก อีกทั้งสัญญาระหว่าง A กับดำ ก็มิใช่สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกอันจะทำให้แดงเป็นเจ้าหนี้ A ได้ ดังนั้น จึงไม่อาจรับช่วงสิทธิของแดงไปไล่เบี้ยเอากับ B ได้
A มีทางเดียวคือเข้ารับช่วงสิทธิของดำไปไล่เบี้ยเอากับลูกจ้างของดำ หากกรณีตามตัวอย่างข้างต้นเป็นเรื่องลูกจ้างของดำไปทำละเมิดต่อแดง

7. การประกันภัยต่อ (Re-Insurance) ซึ่งผู้รับประกันวินาศภัยธรรมดา หรือประกันภัยค้ำจุนก็ตาม หลังจากที่ได้รับประกันภัยลูกค้าเอาไว้แล้ว อาจเอาความรับผิดตามสัญญาที่ตนได้ทำไว้แล้วนั้นไปเอาประกันภัยกับผู้รับประกันภัยรายอื่นอีกได้ กรณีดังกล่าวนี้เรียกได้ว่าเป็นการประกันภัยต่อ ( Re-Insurance ) ซึ่งถือว่าเป็นการประกันภัยค้ำจุนเหมือนกัน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *