หยุด…วิกฤติเด็กใช้ความรุนแรง ขับเคลื่อนสร้างไอคิว-อีคิวฉลาดทางอารมณ์

หยุด…วิกฤติเด็กใช้ความรุนแรง ขับเคลื่อนสร้างไอคิว-อีคิวฉลาดทางอารมณ์

“เด็ก และเยาวชน” ปัจจุบันมีโอกาส “ตกเป็นเหยื่อของวัตถุนิยม” ได้ง่าย เพราะมีชีวิตที่รายล้อมไปด้วยการแก่งแย่ง และแข่งขันเพื่อมุ่งเอาแต่ชัยชนะ แม้การเรียนหนังสือ ยังต้องมีการสอบแข่งกัน เพื่อให้ได้เข้าไปเรียนในสถาบันที่ดี ยกย่องแต่คนเก่ง โดยไม่มองถึงการทำความดี

หลายคนจึงขา[คำไม่พึงประสงค์]าวุธทางสติปัญญา…โดยเฉพาะในเรื่องความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ซึ่งหมายถึง ความสามารถทางอารมณ์ เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข

จากการการสำรวจของโครงการติดตามสภาวการณ์ไอคิว และอีคิวของเด็กไทย หรือ (IQ/EQ Watch) ปี 2550 โดย สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ร่วมกับสถาบันรามจิตติ โดยใช้นักจิตวิทยาในการเก็บข้อมูลจากเด็กทั่วประเทศ 7,391 คน พบว่า ในด้านความฉลาดทางอารมณ์ สำรวจกับเด็กวัย 3-5 ขวบ ในปี 2545 พบอยู่ในเกณฑ์ปกติที่ 139-202 คะแนน แต่เมื่อสำรวจครั้งล่าสุดในปี 2550 ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติแต่อยู่ในภาวะลดลงที่ 125-198 คะแนน ในด้านของความคิด การปรับตัวต่อปัญหา และความกระตือรือร้น สำรวจจากเด็กวัย 6-11 ขวบ ผลสำรวจในปี 2545 พบอยู่ในเกณฑ์ปกติเช่นกันที่ 148-222 คะแนน แต่กับการสำรวจครั้งล่าสุดในปี 2550 กลับอยู่ในเกณฑ์ปกติที่อยู่ในภาวะลดลงที่ 129-218 คะแนน

แต่จะเห็นว่าในตัวเลขที่ลดลงจากกรสำรวจในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่ลงมือทำอะไรเชื่อได้ว่าในอนาคตเกณฑ์เหล่านี้จะยิ่งลดลง และอาจจะส่งผลให้การพัฒนาการทั้งสองด้านของเด็กเสื่อมลง และยิ่งในปัจจุบันสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง และสับสนอย่างมากก็จะเป็นตัวที่ทำให้วุฒิภาวะของเด็กลดลงตามมา

ทูบีนัมเบอร์วัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการฯ มีความกังวล และเป็นห่วงในเรื่องนี้ จึงมีการส่งเสริมจัดกิจกรรมในโครงการมากมาย นอกจากจะมีการรณรงค์ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นยุทธศาสตร์หลักแล้ว ยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ช่วยในการพัฒนาความฉลาดทางด้านอารมณ์ด้วย คือ กิจกรรม To Be Number One Teen Aerobic and Dancercise Thailand Championship Camp 2009 เป็นกิจกรรมการเข้าค่ายที่รวบรวมเยาวชน วัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ผ่านการคัดเลือกในระดับภูมิภาคจากการแข่งขันการเต้นเข้าจังหวะดนตรี มีการประยุกต์ท่าทางด้วยความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการเพื่อมาปฎิบัติภารกิจท้าแรงใจสู่ไฟฝัน เพื่อร่วมสานฝัน และสร้างมิตรภาพ ร่วมกัน ซึ่งกิจกรรมในค่ายจะประกอบไปด้วยกิจกรรมทักษะการให้คำปรึกษาทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม กิจกรรมพัฒนาภาวะความฉลาดทางอารมณ์ กิจกรรมพัฒนาบุคลิกภาพสำหรับวัยรุ่นและกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น ดนตรี ศิลปะ และภาษา เน้นการเรียนรู้อย่างมีความสุขโดยกลุ่มเยาวชนได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้และฝึกทักษะต่างๆ ที่จะช่วยเสริมสร้าง และพัฒนาให้มีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น กล้าคิดกล้าทำและกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

ม.ล.ยุพดี ศิริวรรณ ที่ปรึกษาโครงการทูบีนัมเบอร์วัน กล่าวว่า เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองจะเน้นให้ลูกเรียนเก่ง สอบเข้าเรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยดี จนบางครั้งหลงลืมในเรื่องของการปลูกฝังความเป็นคนดี มีแต่การแข่งขันแก่งแย่ง เด็กจึงมุ่งแต่ที่จะเอาชนะกันเพียงอย่างเดียว อย่างกรณีที่เห็นจากความรุนแรงของเด็ก และวัยรุ่นตามสื่อต่างๆ เหตุเกิดเพราะยอมกันไม่ได้เรื่องมันจึงรุกลามจนมีการใช้ความรุนแรง การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหวังที่จะให้เด็กมาแข่งขันแย่งชิงกันเพื่อให้เป็นที่หนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ทางโครงการทูบีนัมเบอร์วัน อยากให้เด็กได้เข้าค่ายเพื่อที่จะได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์ฉันเพื่อน พี่ และน้อง เพื่อให้บรรยากาศของการแข่งขันเป็นไปอย่างมิตรภาพ ไม่ใช่การแข่งขันแล้วมาเป็นศัตรูกันหรือชิงดีชิงเด่นกัน

“เราเชื่อว่าบรรยากาศในการแข่งขันจะมีแต่ความเป็น เพื่อน พี่ น้อง และรักกันมากขึ้น ไม่ว่าทีมไหนจะชนะอีกทีมก็ร่วมแสดงความยินดี ไม่มองคนอื่นในแง่ร้าย และรู้จักที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง นั่นก็คือวัตถุประสงค์ที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายในค่ายนี้ ทางโครงการฯ จึงพยายามที่จะให้ค่ายเป็นตัวละลายพฤติกรรมของเด็กๆ และอยากให้สมาชิกทูบีนัมเบอร์วันทั่วประเทศมีการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว…” มล.ยุพดี ศิริวรรณ กล่าว

ด.ช.อนุชิต หรือน้องเปา บุตรสาระ วัย 13 ปี ชั้น ม.1 ร.ร.พะตงวิทยามูลนิธิ จ.สงขลา เล่าว่า จากการได้เข้าร่วมโครงการ To Be Number One Teen Aerobic and Dancercise ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยให้ได้เรียนรู้ประสบการณ์จากเพื่อนๆทั่วประเทศ โดยก่อนหน้านี้ตนเองได้รับประสบการณ์ภายในโรงเรียนจากศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น ทำให้มีการพัฒนาตนเองทางด้านการแสดงออกที่ถูกต้อง จนได้รับรางวัลเด็กดีศรีเขต 2 ของ จ.สงขลา และได้รับทุนเรียนดี จากการสอบได้ที่ 1 ทุกปี ทำให้สามารถแบ่งเบาภาระค่าเล่าเรียนของทางบ้านได้ เพราะบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ ก็มีปัญหาเรื่องการเงิน ถือได้ว่าตนเองได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ และอีกส่วนหนึ่งคือการเป็นเด็กดี

“น้องเปา” บอกอีกว่า ประสบการณ์จากการเข้าร่วมการแข่งขันการเต้น ทำให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้ที่แปลกใหม่จากเพื่อนๆ พี่ๆ เวลา 3 วัน 2 คืนจากการเข้าเก็บตัวที่ค่ายในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นเวลาแห่งความสุขและความกลมเกลียวของเด็กและเยาวชนจากทั่วประเทศ รวมถึงพี่ๆ จากโครงการทูบีนัมเบอร์วันที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลพวกเรา ตลอดเวลาไม่ว่าจะเรื่องการเป็นอยู่หลับนอน รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากที่รุ่นพี่ให้ความรักและเอาใจใส่พวกเราเหมือนเป็นลูก หลาน ญาติพี่น้อง เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

“นอกจากนี้บางคนที่คิดมากหรือกลุ้มใจคิดถึงบ้านเพราะมาไกล เช่นตัวผมมาจากสงขลา หรือจะเกิดปัญหาต่างๆ ก็ยังมีเพื่อนๆ ที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือกันตลอด หรืออย่างปัญหาการเต้นของหลายๆคนที่พึ่งได้มาเรียนรู้และได้เห็นการเต้นในแบบแปลกๆใหม่ๆบวกกับไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านการเต้น จึงทำให้ไม่เข้าใจ จนรู้สึกท้อ แต่ก็ยังมีเพื่อนๆ และพี่ๆ ที่คอยให้กำลังใจคอยสอนเราจนเรามีความมั่นใจและลุกขึ้นมาสู้ได้และทำได้ครับ” น้องเปา กล่าว

เช่นเดียวกับ ด.ญ.ปราณี หรือน้องเหมียว บุญไธสง ตัวแทนจากทีม S.Y. ซองเต้ จันทบุรี เล่าว่า การมาเข้าค่ายในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะได้เห็นความร่วมมือของผู้ปกครองที่ต้องมารับลูกหลานตอนมืดเห็นการสนับสนุนเงินทุน เพื่อการเข้าร่วมกิจกรรม เห็นความอดทนของครูทุกคนในโรงเรียนที่คอยสอน และสนับสนุนทีมมาโดยตลอด ก่อนการมาค่ายเคยมีความรู้สึกว่าแต่ละทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันต้องเป็นคู่แข่งเราหมด เจอหน้ากันก็ไม่คุยไม่ทักกัน ถึงขนาดมองหน้ากันเขม่นกันก็มี จนบางครั้งเรารู้สึกว่านี่เราไม่ได้มาแข่งเต้นหรือมาแสดงความสามารถ แต่กลับเป็นการแข่งกันเด่น มีการชิงดีชิงเด่นกัน ยิ่งถ้าทีมเราแพ้เราก็มานั่งโทษตัวเอง

เมื่อได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในค่ายได้ทำกิจกรรมหลายๆอย่างร่วมกัน และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน และเริ่มเข้าใจกันมากขึ้นทัศนคติก็เปลี่ยนไป จากคนที่ไม่รู้จักกันก็ได้มาร่วมกันออกความคิด ได้มาระดมสมองช่วยกันซึ่งในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเราก็สามารถทำได้ เพราะการช่วยเหลือกันและกันซึ่งต้องมีความอดทนในบางเวลาที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด

แนวทางของการเพาะบ่มต้นกล้าให้สามารถเอาชนะใจตนเอง เพื่อออกห่างจากสิ่งไม่ดี และมีความสุขสนุกกับสิ่งที่ตนเองได้ทำ เพราะในความหมายของชีวิตการจะเป็นคนเก่งเพียงอย่างเดียวคงยังไม่เพียงพอ แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นคนดีด้วยพลัง EQ เพื่อเป็นการสร้างคุณค่าให้กับตนเองได้อย่างแท้จริง

ที่มา แนวหน้า

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *