หยุดคิด! แบบฉันถูก…เธอผิด

หยุดคิด! แบบฉันถูก…เธอผิด
จาก Bangkok Bizzweek “Business School” โดยอาจารย์รัศมี ธันยธร ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ rasmee@creativitycenter.co.th
หยุดคิด! แบบฉันถูก…เธอผิด
จาก Bangkok Bizzweek “Business School” 19-05-2006 โดยอาจารย์รัศมี ธันยธร
ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ rasmee@creativitycenter.co.th
หลายคนรู้สึกแจ่มใสและมีแรงใจมากขึ้นเมื่อทราบว่า “ความคิดสร้างสรรค์เรียนกันได้” ผู้บริหารตื่นตัวเรียนกันอย่างถ้วนหน้า
ถ้าเรานำความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) และการคิดทางบวก (Positive Thinking) มาใช้คิดร่วมกับการคิดแบบตรรกะ หรือโลจิก (Logical Thinking) ซึ่งติดตัวเรามาจากระบบการศึกษา การคิดและวิจารณญาณในการคิด การแก้ปัญหา การตัดสินใจ และการบริหารงานของเขาจะมีประสิทธิภาพครบถ้วน ทำให้มีความสุขกับการทำงานและไม่เหนื่อยใจ ลูกน้องและลูกค้ารู้สึกดีและชื่นชอบเขามากขึ้น ธุรกิจก็เดินหน้าไปด้วยดี จิตใจของเขาก็เข้มแข็งมั่นคงและหนักแน่นยิ่งขึ้น
มีผู้บริหารท่านหนึ่งอยากจะรู้ว่าการคิดสร้างสรรค์เกี่ยวอะไรกับผู้บริหาร เขาบอกว่า เรียนหนักด้านโลจิก ทำงานก็โลจิก คนในบริษัทก็เป็นนักโลจิกทั้งนั้น
เมื่อมาเรียนการคิดสร้างสรรค์ทางบวก การคิดนอกกรอบ และการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นส่วนผสมผสานการคิดทุกด้าน เทคนิคเหล่านี้เปรียบเสมือนการคิดที่เติมจากเดิมให้ครบหมดจนมองภาพได้ชัดเจน มีความมั่นใจในการคิด และมีความเห็นว่า โลกนี้มีการคิด 2 อย่าง คือ คิดแบบโลจิก (Logical Thinking) กับคิดแบบสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
ถ้าคนคิดสองอย่างนี้ได้ทำงานอะไรก็สำเร็จอย่างดี และถ้าจะให้เกิดความสำเร็จและมีความสุขด้วยก็ต้องมีการคิดทางบวก (Positive Thinking) เป็นอีกด้วย
การคิดแบบสร้างสรรค์เป็นการคิดที่มองหาความคิดใหม่ๆ ได้หลายๆ ความคิด ซึ่งจะทำให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน เช่น ไปที่จุดหมายเดียวกัน แต่มีวิธีไปได้หลายวิธี มองเห็นหลายเส้นทาง เพื่อเป็นทางเลือกให้พิจารณาตัดสินใจ หรือวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ ซึ่งอาจผสมเส้นทางที่คิดได้ตอนแรกออกมาเป็นเส้นทางใหม่ในตอนพิจารณาก็อาจเป็นได้
การคิดแบบสร้างสรรค์ทำให้ผู้คิดสบายใจ เพราะคิดทางเลือกได้หลากหลาย และเลือกได้ตามความเหมาะสม และน่าแปลกใจยิ่งขึ้นคือ การคิดแบบสร้างสรรค์เป็นแนวตรงข้ามกับการคิดที่ระบบการศึกษาที่ทุกคนได้มา
ระบบการศึกษาของโลก เริ่มมาจากนักปราชญ์ชาวกรีก 3 ท่าน คือ โซเครติส เพลโต และอริสโตเติล ซึ่งเราได้รับการถ่ายทอดวิธีของทั้ง3 ท่าน มากับการศึกษา คือ
การคิดแบบวิเคราะห์วิจารณ์โต้แย้งตัดสินประเมิน การชอบแย้ง เป็นผลพวงจากแนวคิดของโซเครติส
วันนี้มาคุยกันเรื่องของเพลโต ซึ่งเป็นลูกศิษย์และผู้ช่วยของโซเครติส นอกจากโซเครติสแล้ว เพลโตยังชอบพิธากอรัส ซึ่งเป็นบิดาแห่งวิชาคณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว เขาเชื่อว่าความจริงและความถูกต้องล้วนมีเพียงคำตอบเดียวเช่นกัน ถ้าเพื่อนสองคนคิดไม่เหมือนกัน คงต้องมีความคิดของใครคนหนึ่งถูก และความคิดของอีกคนหนึ่งผิด
การที่จะบอกว่าความคิดของเราถูก ความคิดของเขาผิดนั้นจำเป็นต้องใช้การคิดแบบวิเคราะห์มาสนับสนุนด้วยเหตุด้วยผลว่าความคิดของเราถูก และมีเหตุผลไปแย้งอีกฝ่ายว่าความคิดของเขาผิด
ทุกอย่างดำเนินไปโดยผ่านกระบวนการถกกัน (Argument) ซึ่งเข้าใจง่ายๆ คือ การเถียงกันไปมา ใครเถียงไม่ขึ้นถือว่าเป็นฝ่ายผิด ใครเถียงชนะถือว่าเป็นฝ่ายถูก
ผลพวงของระบบการศึกษาซึ่งหล่อหลอมมาจากข้อสอบถูก-ผิดทั้งหลาย ทำให้คนติดวิธีคิดแบบฉันถูก-เธอผิด (I am right – You are wrong) มากันโดยถ้วนหน้า แม้จบการศึกษาแล้วเข้าสู่ชีวิตการทำงาน คนทั้งหลายยังคงคิดแบบฉันถูก เธอผิดกันอยู่เสมอ บางครั้งบางทีก็เถียงกันอย่างจะเอาเป็นเอาตายเพียงเพราะคิดแตกต่างกันก็มี
การคิดแบบฉันถูก-เธอผิด ซึ่งเกิดจากหลักการวิชาคณิตศาสตร์ที่ว่า คำตอบที่ถูกต้องมีเพียงคำตอบเดียวนั้นค่อยๆ ก่อให้เกิดผลกระทบแก่ผู้คิดเช่นนี้โดยตรง เช่น
1. เขาจะเป็นคนชอบเถียงกับคนอื่น และคนรอบข้างในทำนองที่บอกว่าคนอื่นคิดผิด ที่ถูกคือ ต้องคิดอย่างเขา ถ้าทำมากจนชินจะทำให้เขาไม่ค่อยสนใจแคร์ความรู้สึกของคนอื่น ทักษะด้านคน (Human Skill) จะน้อยลง สนใจแต่จะเถียงเอาชนะคนอื่นเป็นหลัก คนอื่นจึงไม่ค่อยอยากร่วมงานด้วย เพราะเบื่อ
2. นานๆ ไป เขาจะคิดว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นดีที่สุดเพียงคำตอบเดียวหรือความคิดเดียว อันนี้เริ่มทำให้เกิดผลเสียมากขึ้น คือ เมื่อเขาคิดว่าความคิดของเขาถูกที่สุด ดีที่สุด เขาจะไม่เห็นความจำเป็นต้องฟังความคิดเห็นของใคร เพราะอย่างไรเสีย ความคิดของคนอื่นก็สู้ความคิดของเขาไม่ได้ ทำให้เขาปิดใจ ไม่อยากฟังความคิดเห็นของคนอื่น ซึ่งเกิดผลเสียคือ ทำให้ข้อมูลชีวิตของเขาไม่เพิ่มพูนขณะที่เวลาก็เปลี่ยนไป มุมมองของเขาจะแคบลงไปด้วย
ผลพวง คือ วิจารณญาณและการตัดสินใจของเขาจะเริ่มไม่ค่อยเหมาะสมกับสถานการณ์ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลก็ลดลงๆ
3. ความที่คิดว่าตนคิดได้ดีที่สุด ทำให้เขารู้สึกว่าตนเหนือกว่าใคร แน่กว่าใคร ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า Superior ทำให้เขาเกิดอาการทะนงตน ยโส จองหอง และอวดดี ซึ่งเป็นผลเสียต่อตัวเขาอย่างมาก เพราะคนหยิ่งทะนง ไม่ค่อยมีคนนิยม ยินดี อยากคบหา หรือร่วมงานด้วย เพราะมักมีอาการข่มคนอื่นบ้าง ดูถูกดูแคลนคนอื่นบ้าง คนทำงานด้วยจะไม่ค่อยมีความสุข เพราะทัศนคติที่ว่า “ข้าแน่” และความทะนงตน ทำให้งานไม่ราบรื่นไปตามธรรมชาติและมักไม่ได้รับความร่วมมือจากคนอื่นเท่าที่ควร
4. คนที่คิดว่าฉันถูกเสมอ ฉันเหนือใคร ฉันแน่ มักไม่เปิดใจรับฟังคำแนะนำดีๆ จากคนอื่นไม่ว่าคนนั้นจะอาวุโสมากกว่าหรือน้อยกว่า หรือเพื่อนรุ่นเดียวกัน ใครจะบอกอะไรดีๆ ซึ่งเป็นประโยชน์และจำเป็นสำหรับเขา เขาก็สามารถยกเหตุผลมายันกลับได้ทุกครั้งทุกประการ สรุปว่า “ไม่รับ ไม่เชื่อ และไม่คิดจะทำตาม” ทำจนเคยชิน ปิดใจ แบบไม่รับมาไตร่ตรอง ผลร้ายนี้จะกระทบทั้งการงานและชีวิตส่วนตัว เหมือนคนตาดีแต่เดินหลับตา ทำให้เห็นอะไรไม่ถ้วนทั่ว เหมือนหูดีแต่เอาสำลีอุดหูทั้งสองข้าง คนสอนแนะสิ่งดีก็ไม่ได้ยิน ปิดทางสว่างให้กับตัวเองแท้ๆ
5. เขาจะคิดสร้างสรรค์ไม่ค่อยได้ คิดไม่ค่อยคล่อง คิดค่อนข้างฝืด ถ้าคิดออกหนึ่งความคิดก็จะปักใจอยู่กับความคิดของตนเท่านั้น และไปสนุกกับการแย้งความคิดของคนอื่นว่าไม่ได้เรื่องตรงไหน มีจุดอ่อน มีข้อบกพร่องอย่างไร สะใจกับการเบรกคนอื่นให้เสียหน้า คนที่ติดการคิดแบบฉันถูก-เธอผิด จะไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์ในที่สุด
เราทุกคนคิดแบบ “ฉันถูก-เธอผิด” กันทั้งนั้น แต่เราเปลี่ยนให้มาคิดแนวสร้างสรรค์ได้กันทุกคน
ก่อนอื่นเราสามารถเริ่มด้วยการตั้งใจมั่นที่จะไม่คิดว่าเราคิดถูกที่สุด ดีที่สุดคนเดียว แล้วหมั่นฟังความคิดเห็นของคนรอบข้างเสมอ และฟังมากขึ้นแบบไม่คิดโต้แย้งใดๆ ฟังไว้เป็นข้อมูลชีวิตว่ามีคนคิดแบบที่แตกต่างจากเราแล้วเราก็หมั่นคิดหาวิธีหลายๆ วิธีที่จะให้ได้เป้าหมายเดียวกัน
และที่สำคัญที่สุดคือ ทุกความคิดต้องไม่ผิดศีล ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร และต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม สร้างความชื่นใจให้กับคนรอบข้างฝึกไปเรื่อยๆ ท่านจะมีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เกิดประโยชน์แก่การงานและชีวิตแบบน้ำซึมบ่อทรายกินเท่าไหร่ก็ไม่หมด
ผลพวงของระบบการศึกษาซึ่งหล่อหลอมมาจากข้อสอบถูก-ผิดทั้งหลาย ทำให้คนติดวิธีคิดแบบฉันถูก-เธอผิด (I am right – You are wrong) มากันโดยถ้วนหน้า แม้จบการศึกษาแล้วเข้าสู่ชีวิตการทำงานคนทั้งหลายยังคงคิดแบบฉันถูก เธอผิด กันอยู่เสมอ
อ.รัศมี ธันยธร ผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์คนแรกของประเทศไทย ทำงานเผยแพร่วิธีคิดสร้างสรรค์อย่างครบวงจร จบปริญญาโทด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ
ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการ บริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ จำกัด

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *