หม้อแปลงพันธุ์ไทยลดโลกร้อน ดึงเทคโนโลยีใหม่ขายทั่วโลก

หม้อแปลงพันธุ์ไทยลดโลกร้อน ดึงเทคโนโลยีใหม่ขายทั่วโลก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2551 10:12 น.

รูปแบบหม้อแปลงออกแบบโดยคิว.ที.ซี

หม้อแปลงไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์หนึ่งในการช่วยให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ผู้บริโภคเป็นไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งการจ่ายกระแสไฟฟ้าตามบ้านที่เป็นครัวเรือนทั่วไป ทางการไฟฟ้าจะเป็นผู้ติดตั้ง แต่ในส่วนของสำนักงาน อาคาร และตึกสูง คอนโดมิเนียม ฯ ทางเจ้าของตึกจะต้องทำการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าเอง ซึ่งหม้อแปลงไฟฟ้าเหล่านี้ หลายคนคงคิดว่าต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ไม่ใช่เลยเพราะเรามีวิศวกรผู้ผลิตที่เป็นคนไทย ซึ่งมีประมาณ 10 รายในประเทศไทย โดยมีตลาดหลัก 2 ตลาด คือผลิตขายทั่วไป และผลิตป้อนให้กับการไฟฟ้าในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

นายนิพนธ์ จัยสิน

สำหรับบริษัท คิว.ที.ซี. ทรานสฟอร์เมอร์ หนึ่งในผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าที่ต้องการจะนำเสนอในครั้งนี้ มีจุดเด่นที่น่าสนใจแตกต่างไปจากผู้ผลิตรายอื่นๆ เพราะทางบริษัทให้ความใส่ใจกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยทางบริษัทยอมลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และมีคุณภาพ ประกอบกับเลือกใช้วัตถุดิบที่จะมีผลต่อทำให้อัตราการสูญเสีย ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ซึ่งเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

โดยบริษัทดังกล่าวอยู่ภายใต้การบริหารงานของนายนิพนธ์ จัยสิน เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจากการที่อาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เข้ามาเปิดดำเนินกิจการของตัวเอง เพราะเขาเริ่มต้นจากเรียนจบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า โดยมีประสบการณ์จากการทำงานให้กับบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับไฟฟ้ามามากกว่า 4 ถึง 5 บริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก่อนตัดสินใจมาเปิดกิจการของตัวเอง จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 20 ปี

หม้อแปลงขนาดเล็กติดอยู่บนเสาไฟฟ้า

ทั้งนี้ เริ่มต้นจากธุรกิจเล็กและค่อยขยายกิจการจนปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ของประเทศไทยแห่งหนึ่งที่พร้อมกับก้าวเข้าสู่ความเป็นมหาชนในอนาคตอันใกล้นี้ และความสำเร็จที่ทางคิว.ที.ซี.ภาคภูมิใจอีกอย่างหนึ่ง คือ การได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จนสามารถเทียบชั้นกับบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ในต่างประเทศ ซึ่งได้มีการส่งหม้อแปลงไฟฟ้าที่ทางบริษัทผลิตไปตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานในระดับนานาชาติมาแล้ว ที่ประเทศอิตาลี จนเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของคนไทยที่ทั่วโลกให้การยอมรับ และเป็นใบเบิกทางให้ทางบริษัทได้มีการขยายตลาดส่งออกไปขายต่างประเทศ

นายนิพนธ์ เล่าว่า บริษัทได้ทำการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อขายให้กับการไฟฟ้าส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งส่งขายให้กับภาคเอกชน และผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โดยประเทศที่มีการส่งออกไปจำหน่ายจะเป็นประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในหลายประเทศ อาทิ ประเทศมาเลเซีย และประเทศในแถบยุโรป อย่างออสเตรเลีย เป็นต้น ส่วนช่องทางการขายในประเทศ จะแบ่งออกเป็น 2 ตลาดหลัก คือ ตลาดของอาคาร สำนักงาน ตึก คอนโดมิเนียม ฯลฯ และการประมูลขายให้กับการไฟฟ้า

พนักงานขณะกำลังทำงานอยู่ภายในโรงงาน

“ในส่วนของตลาดที่ประมูลขายการไฟฟ้าจะต้องทำราคาให้ต่ำที่สุด ทำให้เราไม่สามารถพัฒนาคุณภาพของสินค้าได้เต็มที่ ในขณะที่การขายปลีกทั่วไป ราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล เป็นโอกาสที่ทำให้เราสามารถพัฒนาคุณภาพของสินค้าได้เต็มที่ ซึ่งปัจจุบัน การแข่งขันในตลาดของหม้อแปลงไฟฟ้า นอกจากแข่งกันที่คุณภาพของสินค้า ปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง คือ รูปแบบและดีไซน์ของหม้อแปลง ปัจจุบันผู้ผลิตทั้งหลายต่างให้ความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาด้านคุณภาพ”

นอกจากนี้ จุดขายที่โดดเด่นของหม้อแปลงคิว.ที.ซี.ที่อาจจะแตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นๆ คือ การให้ความสำคัญกับเรื่องบริการหลังการขาย ซึ่งบริษัทได้เปิดให้บริการหลังการขายแบบ 24 ชั่วโมง เพราะเชื่อว่า เรื่องของไฟฟ้าเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาลูกค้าคงไม่สามารถที่จะซ่อมเองได้ หรือรอการเข้ามารับบริการที่นานหลายชั่วโมงได้ เราจึงมีบริการดังกล่าว เพื่อว่าลูกค้ามีปัญหาเวลาไหนเราสามารถเข้าไปให้บริการได้ทันที

เครื่องจักรที่ใช้ในโรงงาน

ในส่วนการผลิตใช้โรงงานผลิตที่จังหวัดระยอง กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 5,000 หน่วยต่อปี ซึ่งการผลิตสินค้าจะผลิตต่อเมื่อมีออร์เดอร์เข้ามา จะไม่มีการผลิตสต็อกสินค้าเอาไว้จำนวนมาก เพราะต้นทุนค่อนข้างสูง จากภาวะเศรษฐกิจค่าครองชีพ และต้นทุนที่สูงขึ้น จากราคาวัตถุดิบอย่างเหล็ก และน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทางบริษัทมีวิธีการรับมือด้วยการพยายามหาพลังงานทดแทน และลดการเสียวัตถุดิบในช่วงการผลิตให้น้อยที่สุด รวมถึงการบริหารจัดการภายในโรงงาน เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด แทนการปรับราคาสินค้า

ทั้งนี้ ทางบริษัทยังได้มีโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในระหว่างการศึกษาและจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนใช้ในโรงงานหรือส่งขายให้กับบริษัทพลังงาน อาทิ การผลิตไบโอแก๊ส และพลังงานลม ซึ่งไบโอแก๊ส จะเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ โดยการนำซาก เศษจากพืชผลการเกษตรทุกอย่างมาหมักบ่มจนได้เป็นแก๊สธรรมชาติ และจัดสร้างเป็นโรงงานไฟฟ้า โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัย คาดหวังว่าจะได้จำนวนการผลิตที่ผู้บริโภคคนไทยจะได้ใช้ทดแทนน้ำมันในปัจจุบัน และโครงการดังกล่าวนอกจากจะได้พลังงานทดแทนแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการรณรงค์และลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *