หญิงไทยเสี่ยงโรคกระดูกเพิ่มขึ้น 6.3 ล้านคน

หญิงไทยเสี่ยงโรคกระดูกเพิ่มขึ้น 6.3 ล้านคน
• คุณภาพชีวิต
แพทย์เผย! ออกกำลังกาย-งดบุหรี่ช่วยได้

รศ.นพ.สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์ ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์โรคกระดูกพรุนกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ในพ.ศ.2593 มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 6.3 ล้านคน ประเทศไทยกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่งผู้ป่วยเสียค่าใช้จ่ายต่อการรักษาสูงถึง 3 แสนบาทต่อคนต่อปี

โดยธรรมชาติความหนาแน่นของกระดูกในมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยมีกระบวนการย่อยสลายกระดูกเก่าและสร้างเนื้อกระดูกใหม่ขึ้นมาทดแทน เพื่อให้กระดูกมีความแข็งแรงและหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ถึงช่วงกระดูกมีความหนาแน่นมากที่สุด ได้แก่อายุประมาณ 30-34 ปี หลังจากนั้นการหนาแน่นของกระดูกเริ่มลดลง

โรคกระดูกพรุนเกิดจากหลายสาเหตุ สังเกตได้หลังจากอายุ 30 ปี ขึ้นไปจนถึงวัยหมดประจำเดือนเป็นกลุ่มเสี่ยงจะเป็นโรคกระดูกพรุน เนื่องจาก มวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วทำให้ผู้หญิงมีอัตราการสูญเสียเนื้อกระดูกมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า

เมื่อกระดูกเริ่มบาง ไม่สามารถสังเกตได้ เนื่องจากมีอาการแค่ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย หากไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอกระดูกสลายเรื่อยๆ และแต่ละช่วงวัยมีการสูญเสียมวลกระดูกไม่เท่ากัน ผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือนจะมีการสูญเสียมวลกระดูกสันหลังอัตราร้อยละ 1 ต่อปี และเพิ่มเป็นร้อยละ 3 ต่อปี หลังหมดประจำเดือน

หากไม่ได้รับฮอร์โมนเสริมจะมีการสูญเสียถึงร้อยละ 20 ของปริมาณรวมที่จะต้องสูญเสียตลอดชีวิตหลังหมดประจำเดือน 5-7 ปี และก่อนอายุ 80 ปี ความหนาแน่นของกระดูกจะลดลงมากกว่าร้อยละ 47 ของมวลกระดูกทั้งหมด

ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนฯ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า มีสาเหตุหลายด้านที่ส่งให้เกิดโรคกระดูกพรุน อาทิ ภาวะหมดประจำเดือน รับประทานอาหารไม่ถูกสัดส่วนและมีรสชาติเค็มจัด ดื่มกาแฟมากกว่า 4 แก้วต่อวัน สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย ทานยาสเตอรอยด์บางชนิดนานเกินไป ขาดแคลเซียมเป็นเวลานาน

หากต้องการหลีกเลี่ยงหรือชะลอการเกิดโรคกระดูกพรุน ควรเริ่มจากการดูแลร่างกายทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่สามารถควบคุมได้ การอกกำลังกาย ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กระดูก การรับประทานอาหาร ที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ประกอบด้วยนมและผลิตภัณฑ์นม ปลาตัวเล็ก ถ่วเหลือง ผักใบเขียว โดยเฉพาะนมควรเริ่มดื่มตั้งแต่เด็กๆ เพื่อเสริมสร้างกระดูกให้มีความแข็งแรง

พิมลวรรณ หุ่นทองคำ พิธีกรรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง เปิดเผยว่า ปกติเป็นคนใส่ใจต่อการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ พยายามดูแลทั้งเรื่องการออกกำลังกาย รับประทานอาหาร แต่บังเอิญรู้สึกว่ามีความผิดปกติในร่างกายเกี่ยวกับกระดูกที่เรียกว่าสะบัก

เราไม่นิ่งนอนใจไปพบแพทย์ปรากฎว่ากระดูกที่เจ็บบริเวณนั้นมีอายุมากกว่าอายุของตัวเอง ซึ่งคุณหมอบอกว่าคนไข้อายุประมาณ 30 ปีกว่าๆ แต่กระดูกเป็นของคนอายุ 40 ปี จึงเกิดอาการดังกล่าว สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจาก ช่วงที่ตั้งท้องลูกต้องการแคลเซียมดึงสารอาหารไปจากคุณแม่

ประจวบเหมาะว่าระยะที่ตั้งครรภ์ตนเองไม่สามารถดื่มนมได้ เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง เราไม่มีแคลเซียมเข้าไปทดแทน หลังจากที่เด็กดูดซึมแร่ธาตุชนิดนี้ ทำให้กระดูกเสื่อมเร็วกว่าปกติ ดังนั้นคุณหมอจึงแนะนำให้ออกกำลังกายที่ไม่หักโหม

ช่วงที่ร่างกายไม่เจ็บปวดออกกำลังกายโดยการเดินและยกเวทควบคู่กัน หลังจากนั้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร การออกกำลังกายเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้กระดูกได้รับการกระทบกระเทือนมากกว่านี้ จึงเปลี่ยนจากการเดินเร็ว มาออกกำลังกายโดยการเล่นโยคะ พร้อมระมัดระวังเรื่องการนอน การสวมใส่รองเท้าส้นสูงนานๆ ส่งผลถึงกระดูกสันหลังเกิดการอาการปวด

นอกจากนี้การรับประทานอาหารเป็นอีกสิ่งที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ ทั้งนี้ตนเองไม่ชอบทานอาหารที่รสชาติเค็ม มีความเชื่อว่าจะทำให้ตัวบวม แต่เพื่อให้ร่างกายได้แคลเซียมจากสารอาหารจากแหล่งอื่นๆ ต้องพยายามทานปลาตัวเล็กตัวน้อย

สำหรับผู้หญิงหลายคนที่อยู่ช่วงอายุ 30 ปี ถือเป็นอายุร่างกายปรับเปลี่ยนหลายด้าน ทุกคนควรหมั่นสังเกตตัวเอง หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายไม่มีใครทราบนอกจากตัวเองเท่านั้น จึงพยายามใส่ใจกับสุขภาพ ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย หรืออาการเจ็บป่วยอย่ามองสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด อาจเป็นสัญญาณที่ร่างกายบอกให้รู้ว่าคุณรู้ว่าใช้ร่างกายหนักเกินไป

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ นักแสดง กล่าวถึงเคล็ดลับการดูแลร่างกายว่า ส่วนใหญ่คุณแม่เป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกิน ช่วงใดรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ เพราะ ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ไม่มีเวลาออกกำลังกาย คุณแม่ทานวิตามินเสริม

ส่วนการรับประทานอาหารนอกจากเน้นผัก ผลไม้แล้ว พยายามดื่มนม แต่ไม่สามารถทานนมพร่องมันเนยได้มีความรู้สึกมีกลิ่นคาว จึงดื่มนมรสชาติอื่นแทนตามที่คุณหมอแนะนำ ทั้งนี้นมเป็นแหล่งแคลเซียม เจนี่อายุไม่ถึง 30 ปี ต้องสะสมแคลเซียมให้ร่างกาย

หลังจากอายุเริ่มเข้าสู่ 30 ปี ฮอร์โมนทำงานเปลี่ยนส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะกระดูกเริ่มเสื่อม ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดน้อยลงทำให้เกิดอาการปวด เจ็บหรือหักได้ง่าย ตนเองจึงต้องใช้ช่วงอายุตั้งแต่เด็กจนถึงระยะนี้สะสมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไว้ให้มากที่สุด

โดยคุณแม่เน้นให้ทานผลิตภัณฑ์จากนม ผัก ปลาตัวเล็ก ถั่วเหลือง เพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้งวิตามิน โปรตีนและแคลเซี่ยม ซึ่งสารอาหารประเภทอื่นมีความสำคัญเหมือนกัน จึงดูแลร่างกายให้แข็งแรงควบคู่กับการลดการเสื่อมของกระดูก

เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นักแสดง เปิดเผยว่า หลังจากอายุ 30 ปีแล้วตนเองเริ่มเข้าสู่กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน เนื่องจากสาเหตุหลายด้านทั้ง ตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ระบุถึงการเป็นโรคกระดูกพรุน

ตนเองดูแลร่างกาย เพราะทำงานอยู่ในวงการบันเทิงมาตลอดเกือบค่อนชีวิต ใช้ร่างกายหนัก ควรเริ่มใส่ใจตั้งแต่เนิ่นๆ มิฉะนั้นอาจโทรมเร็ว ยิ่งอายุมากขึ้นภาวะความเสี่ยงเพิ่มตาม ตนเองเน้นการรับประทานอาหารหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล นอกจากไม่ทำให้อ้วนแล้วลดการเกิดโรคอีกมากมาย

อย่างไรก็ตามเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับร่างกายอาทิตย์ประมาณ 2-3 วัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ น้นผักผลไม้ เป็นหลักการแบบง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้และควรเริ่มตั้งแต่อายุน้อยๆ รวมถึงตนเองไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่หรือเที่ยวดึก พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าการทำงานอย่างหักโหม หรือมีความผิดปกติกับร่างกายควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังจะอยู่ในวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนปรับสมดุลให้ท่ากับการทำงานของร่างกาย อาจส่งผลต่ออวัยวะและกระดูกควรดูแลเป็นพิเศษ

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *