สไตล์การนำแบบให้เสรีภาพ

สไตล์การนำแบบให้เสรีภาพ
 
วันที่ : 24 กรกฎาคม 2550 นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ : หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์
 
          “การแหวกม่านประเพณี” หรือการคิดนอกกรอบความเคยชินหรือวิธีการเดิม ๆ นับเป็นองค์ประกอบสำคัญของการคิดสร้างสรรค์ เพราะจะทำให้เราค้นพบเส้นทางใหม่ที่แตกต่างออกไปจากเดิมและใช้การได้ดีกว่า
          ปัจจุบันนี้ องค์กรการทำงานไม่น้อยส่งเสริมให้พนักงานคิดสร้างสรรค์ ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม การไม่ติดยึดกับกฎระเบียบหยุมหยิม เช่น การเข้าออกงาน การแต่งกาย ฯลฯ การกำหนดลักษณะและรูปแบบการทำงานที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการกำหนดตัว “หัวหน้างาน” ที่เหมาะสม

          ผู้นำที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของคนในองค์กรมากที่สุด คือ ผู้นำที่มีสไตล์การนำแบบให้อิสระ หรือผู้นำแบบยอมตามใจ (Permissive style of leadership) ชอบที่จะอนุญาตให้คนทำงานคิดและดำเนินงานของตนได้ ภายใต้เป้าหมายขององค์กรที่ยอมรับร่วมกัน โดยไม่ได้ออกคำสั่ง หรือบอกว่าแต่ละคนควรทำอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร

          ผู้นำที่มีลักษณะเช่นนี้จะเหมาะสมอย่างยิ่งในการสนับสนุนทีมงานที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง ที่สามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดีกับสภาพแวดล้อมที่ปล่อยให้เป็นอิสระ ในขณะที่เขาสามารถรับผิดชอบตนเอง รับผิดชอบทีมงาน และรับผิดชอบงานที่ทำอยู่ให้สำเร็จตามเป้าหมายได้

          ผู้นำประเภทนี้จะพยายามผลักดันผู้ร่วมงานให้ยอมรับว่า ตัวเขานั้นจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะต้องการให้อิสระอย่างเต็มที่ ด้วยการหลีกเลี่ยงที่จะให้ทิศทางและคำแนะนำแก่ผู้ร่วมงาน แต่ทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้ชื่นชมผลงาน” ของทีมงานที่ทำงานได้อย่างประสบความสำเร็จเท่านั้น     

          อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ผู้ร่วมงานจะชอบผู้นำประเภทนี้ ในส่วนที่ให้เสรีภาพในการทำงาน ความเป็นกันเอง การไม่ใช้อำนาจสั่งการ การรู้สึกว่าตนเองไม่ถูกควบคุมด้วยกฎระเบียบใด ๆ แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาจะมองว่า ผู้นำแบบนี้เป็นผู้นำที่อ่อนแอ ไร้ความเข้มแข็ง ไร้ความสามารถ เพราะไม่ได้แสดงบทบาทที่สำคัญของผู้นำ นั่นคือ การนำ

          ผู้นำที่มีลักษณะการนำเช่นนี้ มักเป็นแบบ “สุดโต่ง” จนเกินไป โดยละเลยการทำหน้าที่อีกด้านหนึ่งในฐานะผู้นำ อาทิ การสื่อสารเป้าหมายของงานและขององค์ การสร้างภาระใจและแรงบันดาลใจให้ทีมงานเห็นคุณค่าการทำงาน การให้คำแนะนำ การให้คำปรึกษา และการชี้ทิศทางว่าควรจะไปทางใด จนกลายเป็นเหมือนการปล่อยปละละเลย ให้ความรับผิดชอบหลุดจากตัวเองไปสู่ทีมงาน ไม่ได้ทำหน้าที่ที่ผู้นำควรกระทำ

          ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำลักษณะนี้จึงไม่เหมาะสมสำหรับ พนักงานที่รู้สึกว่าต้องการมีคนนำ ไม่ชอบที่จะคิดและทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง แต่ต้องการผู้นำที่จะคอยให้ทิศทาง คอยให้คำแนะนำ สนับสนุนช่วยเหลือ ดังนั้น เมื่อต้องอยู่ภายใต้ผู้นำที่มีลักษณะเช่นนี้จะเกิดความเครียด พวกเขาจะเกิดความรู้สึกว่าถูกละเลย ไม่สนใจ และจะเกิดความรู้สึกไม่พอใจ เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือและการช่วยเหลือจากหัวหน้างาน
          สิ่งสำคัญที่เราควรเรียนรู้ในเส้นทางการพัฒนาภาวะผู้นำ นั่นคือ การให้เสรีภาพทีมงานเป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กร แต่ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารวิสัยทัศน์ การชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายที่จะไปให้ถึง การให้คำแนะนำ ปรึกษา ช่วยเหลือ สนับสนุน ที่สำคัญต้องให้ทีมงานทุกคนสัมผัสได้ว่า เราในฐานะหัวหน้านั้น ได้อยู่ร่วมหัวจมท้าย ร่วมแก้ปัญหาและตัดสินใจในเวลาคับขันได้ ไม่ได้ทิ้งพวกเขาให้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง

          เหมือนที่อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell) กล่าวไว้ว่า

          อย่าเอาแต่เดินตามทางที่คนอื่นเดินตลอดไป ลองออกนอกลู่นอกทางบ้าง คุณจะพบกับสิ่งที่ไม่เคยพบมาก่อน มันจะนำคุณไปสู่สิ่งอื่น ๆ ต่อเนื่องไป เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การคิดคำนึงถึง การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ล้วนมาจากความคิดทั้งสิ้น”
 

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *