สแกนเนีย สยาม เลือก SSI SCHAEFER

สแกนเนีย สยาม เลือก SSI SCHAEFER
Source: Logistics Digest

ตอบโจทย์การจัดเก็บอะไหล่ยานยนต์ในพื้นที่จำกัด
สแกนเนีย สยาม ผู้ผลิตและจำหน่ายรถพาณิชย์ขนาดใหญ่จากประเทศสวีเดน วางใจเลือก SSI SCHAEFER ออกแบบและสร้างระบบการจัดเก็บอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ในพื้นที่จำกัด มั่นใจเป็นซัพพลายเออร์คุณภาพ
แม้อุตสาหกรรมยานยนต์จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยขณะนี้ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถบรรทุกหัวลากและรถบัสขนาดใหญ่ ยังคงเดินหน้าสู้ศึก ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 20% ทุ่มงบประมาณ 240 ล้านเปิดสำนักงานแห่งใหม่ย่านบางนา เน้นตลาดการบริการหลังการขายอย่างครบวงจร
Mr Rene’ Abrahams, Regional Project Manager จาก สแกนเนีย สยาม กล่าวว่า “ธุรกิจยานยนต์เป็นเรื่องของการขนส่งซึ่งต้องดำเนินการได้ 24 ชั่วโมง นอกจากเรื่องตัวคุณภาพของยานยนตร์แล้ว การบริการหลังการขายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างความพีงพอใจให้กับลูกค้า ลูกค้าอาจจะไม่ได้คาดว่าจะต้องมีการซ่อมแซม แต่เมื่อมีการซ่อมแซมเกิดขึ้น สแกนเนียจะต้องให้บริการอะไหล่รถยนต์และซ่อมแซมให้เสร็จภายในเวลาที่สัญญาไว้”
เมื่อธุรกิจชูประเด่นเรื่องการบริการหลังการขายให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า สแกนเนีย สยามได้จัดสร้างศูนย์บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจรในพื้นที่ประมาณ 16 ไร่ การจัดเก็บชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์จึงเป็นตัวช่วยสำคัญเพื่ออำนวยความสะดวกในการซ่อมแซมและบำรุงรักษา
SSI SCHAEFER มืออาชีพจัดเก็บสินค้าในพื้นที่จำกัด
สแกนเนีย สยาม มีบริษัทแม่จากประเทศสวีเดน ซึ่งจะมีรายชื่อซัพลายเออร์ที่ได้มาตรฐาน และ SSI SCHAEFER เป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์ที่สแกนเนียทั่วโลกเลือกใช้ สแกนเนีย สยามจึงตัดสินใจเลือกใช้บริการระบบการจัดเก็บคลังสินค้าจาก SSI SCHAEFER เพื่อตอบโจทย์การจัดเก็บอะไหล่รถยนต์ในพื้นที่จำกัด
“สำหรับการบริการหลังการขาย อู่ซ่อมรถเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดและต้องกว้างขวางพอที่จะรองรับการซ่อมแซมรถจำนวนมากได้ ดังนั้นการจัดเก็บอะไหล่ชิ้นส่วนยานยนต์จะต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด เพราะถ้าใช้พื้นที่มากเกินไปจะทำให้สูญเสียพื้นที่ การบริหารพื้นที่ต้องอาศัยมืออาชีพ SSI SCHAEFER สามารถออกแบบและวางระบบเพื่อรองรับการจัดเก็บชิ้นส่วนอะไหล่จำนวน 10,000 รายการ ในพื้นที่ 400 ตารางเมตรได้ ทำให้เราสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในพื้นที่ที่มีจำกัด” คุณกษิณ หาญชาญเลิศ ผู้จัดการแผนกอะไหล่ กล่าว

SSI SCHAEFER ร่วมทำงานพร้อมกับสแกนเนีย สยาม เมื่อดำเนินการสร้างสำนักงานแห่งใหม่ที่บางนา ขั้นแรกเจ้าหน้าที่จะเข้ามาสัมภาษณ์ถึงความต้องการและวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ รวมถึงไปสำรวจพื้นที่หน้างาน แล้วจึงออกแบบอุปกรณ์การจัดเก็บสินค้าให้เหมาะสม โดย SSI SCHAEFER ได้นำเสนอระบบ Multi-tier Regal 3000 Modular Shelving and Interlock Selective Racking เพื่อรองรับกับโครงสร้างอาคารที่มีอยู่จำกัด ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น คือ ประหยัดพื้นที่ โดยสามารถต่อเติมชั้นลอยเพิ่มได้ในอนาคต และพนักงานเบิกสินค้าสามารถเข้าไปหยิบหรือเบิกอะไหล่ได้100% ในทุกๆLocation

“เราจัดเก็บอะไหล่รถยนต์โดยแบ่งตามกลุ่มประเภทการซ่อม และระบบการจัดเก็บของ SSI SCHAEFER สามารถรองรับความต้องการของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นสกรู นอตหรืออะไหล่ที่มีขนาดเล็ก ก็จะมี ตู้ SSI SCHAEFER Cabinet มารองรับสินค้าอะไหล่ประเภทนี้ โดยเก็บชิ้นส่วนลงในถาดลิ้นชัก ที่มีระบบล็อคในตัวเพื่อความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน สำหรับชิ้นส่วนอะไหล่ Slow moving เรามีพื้นที่จัดเก็บตามกลุ่มเช่นกัน การจัดเก็บสินค้าตามกลุ่มเป็นมาตรฐานที่สแกนเนียใช้กันทั่วโลก” คุณกษิณกล่าว
บริการพึงพอใจทั้งในวันนี้และอนาคต
การให้บริการอุปกรณ์จัดเก็บสินค้าไม่ได้เสร็จสิ้นอยู่ที่การติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเท่านั้น การบริการหลังการขายยังเป็นเรื่องสำคัญที่ทางสแกนเนีย สยามพิจารณาSSI SCHAEFER สามารถตอบสนองหรือให้บริการหลังการขายได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีที่ระบบจัดเก็บขัดข้องในระหว่างปฏิบัติงาน SSI SCHAFEER สามารถส่งช่างมาตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในเวลาที่ต้องการ

“เราเลือกใช้บริการจาก SSI SCHAEFER เพราะสามารถทำให้ธุรกิจเราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราวางแผนในอนาคตว่าจะเพิ่มรายการสินค้าอีก 3,000 รายการ และ SSI SCHAEFER ก็สามารถจัดการติดตั้งให้เราได้ทันตามเวลาที่กำหนด สำหรับระบบชั้นวางยังช่วยให้การจัดการในคลังง่ายขึ้น โดยที่ยังคงรักษาคุณภาพของอะไหล่ให้คงสภาพพร้อมใช้งาน และยังช่วยในการตรวจเช็คสต๊อกสินค้าให้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การบริการหลังการขาย เขาก็สามารถบริการเราได้ทันที” คุณกษิณกล่าว

คุณกษิณ กล่าวแนะนำให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังติดตั้งพื้นที่คลังสินค้าว่าสิ่งที่จะต้องพิจารณาคือเรื่องการออกแบบ พื้นที่ในการจัดเก็บ พื้นที่ในการสร้างและซ่อมบำรุงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อออกแบบได้แล้ว จึงเลือกซัพพลายเออร์ที่สามารถสนับสนุนงานออกแบบ และต้องเป็นซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐานสากลและเชื่อถือได้

“เรามั่นใจในระบบโครงสร้างของซัพพลายเออร์รายนี้อยู่แล้ว ระบบโครงสร้างได้มาตรฐานตามที่เรากำหนด การติดตั้งระบบชั้น เขาสามารถทำได้เรียบร้อยดี แต่ยังต้องคำนึงถึงเรื่องการบริการหลังการขายด้วย และนั่นเป็นสิ่งที่ผมพอใจ สำหรับในส่วนภูมิภาคนี้ เราเลือกใช้ SSI SCHAEFER ในประเทศมาเลเซีย สิงค์โปร์ และประเทศไทย” Mr Rene’ กล่าวเสริม
ตะลุยศึกเศรษฐกิจ ตั้งเป้ายอดขายโต 20%
การตั้งเป้ายอดขายโต 20% เป็นเรื่องน่าท้าทายสำหรับสแกนเนีย สยาม ปีนี้ บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์การขายเซ็นสัญญาบริการ (Contract Sales) โดยจะดึงลูกค้าให้กลับเข้ามาใช้บริการในส่วนของการซ่อมแซมและบำรุงรักษาในลักษณะ Contract Customer มากขึ้น

ปัจจุบัน บริษัทมีลูกค้าประเภทรถบรรทุกขนส่งที่ทำสัญญาประเภทนี้ เช่น Eternity ผู้ประกอบการขนส่งให้กับโลตัส SC Carrier ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันให้กับปตท. และ Good Team ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันใหกับเอสโซ่และเชลล์ สำหรับการขายรถบัสโดยสาร ถึงแม้ขณะนี้จะขายดีไม่เท่ารถบรรทุก แต่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอนาคต
สแกนเนีย สยาม เน้นเรื่องการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งมอบสินค้า (Lead Time) การซ่อมแซม ทักษะงานเทคนิค และระบบงานเครือข่าย บริษัทฯ มีนโยบายที่จะบริการให้รถของลูกค้าสามารถอยู่บนถนนได้ตลอดเวลา (Uptime) ดังนั้นชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ต้องถึงมือลูกค้าโดยทันที (short lead time / punctual delivery time) ทีมงานและอะไหล่จึงต้องพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงใน 365 วัน
ท่ามกลางข่าวไม่สู้ดีในอุตสาหกรรมยานยนต์ สแกนเนีย สยามใช้กลยุทธ์การบริการหลังการขายเสริมทัพ และฝึกกำลังคนเพิ่มขึ้น “เราไม่มีนโยบายปลดคนงาน แต่จะมีการฝึกอบรมเพิ่มเติม เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น พนักงานก็จะมีความรู้ความเชี่ยวชาญดีขึ้น และสามารถช่วยกันสร้างความเจริญเติบโตให้กับธุรกิจได้ต่อไป” Mr Rene’ กล่าวสรุป

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *