สูตรพัฒนาคน เคทีซี ยึดการบริหารแบบลงลึกระดับล่าง

สูตรพัฒนาคน เคทีซี ยึดการบริหารแบบลงลึกระดับล่าง
“การจะเป็นผู้นำ ที่ประสบความสำเร็จในยุค 2008 จะต้องมีวิสัยทัศน์ที่เหมาะกับองค์กร และสถานการณ์แวดล้อม เพื่อใช้ทรัพยากรต่างๆโดยเฉพาะทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากการกระตุ้นและสนับสนุนให้พนักงานทุ่มเทในการทำงานอย่างสุดความสามารถ”

ข้างต้นเป็นคำกล่าวของ ” นายนิวัตต์ จิตตาลาน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ) บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) (บมจ.) หรือ เคทีซี ที่นำแนวคิดนี้มาปรับใช้กับกระบวนการทำงาน ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่ ปี 2539 หรือเมื่อ 11 6 ปีก่อน ถึงวันนี้เขาสามารถนำเคทีซี ขึ้นแท่น ผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจให้บริการสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค(Consumer Finance) อย่างครบวงจร ตัวเลขสิ้นปี 2550 เคทีซีมีฐานสมาชิก 1.94 ล้านรายและรายได้รวม 10,701 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 521 ล้านบาท

ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากประสบการณ์ทำงานมายาวนาน เริ่มจากผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ที่บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส(ไทย) จำกัด นาน 9 ปี หลังจากนั้นย้ายมาเป็นผู้อำนวยการ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ ซิตี้แบงก์ หลังจากนั้นก็ถูกทาบทามจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้เข้ามาบริหารกิจการฝ่ายบัตรเครดิตที่แยกตัวออกมาตั้งเป็น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด ในปี 2539 ที่ขณะนั้นกำลังมีปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) จำนวนมาก ซึ่งเขาสามารถแก้ปัญหาหนี้เสียได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี และขยายธุรกิจเติบโตจนสามารถเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นบริษัทมหาชนได้ในปี 2545

****ชู Fat Organization

นิวัตต์เล่าว่า “ที่ เคทีซี เราเน้นการบริหารงานแบบแนวกว้าง (Fat Organization) คือ ผู้บริหารจะลงไปบริหารงานถึงระดับล่าง ทำให้พนักงานได้รับการสื่อสารจากปากของผู้ที่รับผิดชอบแต่ละด้านโดยตรง ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในแนวนโยบายการทำงานได้รวดเร็ว”

และหากมองในแง่ จุดแข็งของเคทีซีที่แตกต่างกับคู่แข่งขันในตลาด อยู่ที่คุณสมบัติสำคัญสองส่วนคือ

เคทีซีเป็นองค์กรที่มีคนรุ่นใหม่ทำงานอยู่จำนวนมาก และใช้หลักการทำงานแบบ Mission Oriented ซึ่งหมายถึง นอกจากการทำงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องทำเป็นประจำแล้ว เมื่อเกิดปัญหาหรือโครงการเฉพาะกิจขึ้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะทำงานร่วมกันเป็นทีมหรือทำเป็นหมู่คณะได้ เช่น งานการตลาด งานสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ และงานแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังใช้ระบบการทำงานที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ไม่ปิดกั้นแนวคิดใหม่ๆ ขณะที่องค์กรส่วนใหญ่จะใช้การสั่งงานลงมาเป็นลำดับชั้น

บ่อยครั้งที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพีอาร์ ฝ่ายมาร์เก็ตติ้ง ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ฝ่ายบัญชี และฝ่ายวิเคราะห์ ต้องทำงานร่วมกันประมาณ 4-5 คน เพื่อให้ได้ข้อสรุปหรือชิ้นงานออกมา โดยไม่ต้องรอให้แต่ละแผนก ที่เกี่ยวข้องปรู๊ฟงาน ก่อนส่งผ่านไปยังแผนกต่างๆที่เกี่ยวข้อง

“แต่ทั้งนี้ทั้งนี้ การจะปฏิบัติและทำให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ได้ คนในองค์กรจะต้องทราบว่า ตัวเองมีหน้าที่ทำอะไร รับผิดชอบด้านไหน ที่สำคัญเขามีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรอย่างไร ”

สิ่งเหล่านี้จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่วิธีการคัดคนเข้าทำงาน ซึ่งเคทีซีจะใช้วิธีรับคนโดยไม่ได้เน้นที่ประสบการณ์ แต่จะดูจากบุคลิกภาพและทักษะที่ต้องมีทัศนคติที่ดี และมีจินตนาการ เพราะเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเป็นทีม โดยคุณสมบัติเบื้องต้นเหล่านี้จะทำให้เกิดการพัฒนาและเรียนรู้ระบบงานในองค์กรได้รวดเร็ว

นอกจากนี้เคทีซียังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเข้ามาใช้ สนับสนุนการทำงานให้เดินไปได้อย่างรวดเร็ว เช่น การฝึกอบรมพนักงาน จะเน้นให้เกิดความชำนาญในการใช้งานเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนมากกว่าการฝึกอบรมทักษะพื้นฐานทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่พนักงานจะเลือกหาตามความสนใจของตัวเองมากกว่าที่จะให้องค์กรเป็นผู้จัดสรรให้ “องค์กรของเราไม่ใช่ซื้อเทคโนโลยีมาแล้วไปตั้งไว้เฉยๆ แต่จะเน้นให้คนในองค์กรได้เข้าไปใช้ไปประโยชน์ด้วย”

*****สร้างความทันสมัย + ไดนามิค

ซึ่งรวมไปถึงระบบเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร เช่น การลาป่วย ลากิจ ของพนักงานจะทำผ่านเว็บไซต์ขององค์กร ครอบคลุมไปถึงระบบการทำงานในฝ่ายต่างๆ เช่น การจัดซื้อ และการขออนุมัติงบประมาณก็ทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น

ในขณะเดียวกัน นิวัตต์ยังให้ความสำคัญในการการสร้างแบรนด์ผ่านกิจกรรมที่อยู่ในรูปของ CSR หรือ การความรับผิดชอบต่อสังคมของเคทีซี ที่ก่อประโยชน์ให้เกิดกับสังคมแล้วยังช่วยสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงาน ตัวอย่างเช่น โครงการสนับสนุนด้านการศึกษา ที่เปิดให้นักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยเข้ามาทำงานเพื่อหารายได้พิเศษ ซึ่งปัจจุบันนักศึกษาเหล่านี้มีสัดส่วนถึง 400 คน หรือประมาณ 25% ของพนักงานทั้งหมด 10,000 คน

นิวัตต์ ยอมรับว่า กิจกรรมนี้เป็นความตั้งใจของตัวเองส่วนหนึ่ง เนื่องจากเป็นงานที่ไม่ยาก และเป็นสิ่งทำกันอยู่ทั่วไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ตัวเขาเองและผู้บริหารระดับสูงในองค์กรหลายคน ก็ใช้วิธีคืนประโยชน์ให้กับสังคมในรูปแบบของการเป็นวิทยากรรับเชิญ จากสถาบันการศึกษา และองค์กรต่างๆ และยังใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำความรู้ในการทำงานไปถ่ายทอด เป็นต้น

แนวคิดในการบริหารเคทีซี ก้าวมาถึงวันนี้ นิวัตต์ ไม่ปฏิเสธว่า มีเป้าหมายให้เคทีซีเป็นองค์กรที่ทันสมัยและ ไดนามิค ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และเปิดกว้างให้พนักงานหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มีส่วนแสดงความคิดเห็นอย่างเตาที่ “ผมคิดว่า ที่เคทีซียืนอยู่และนำคนอื่นในธุรกิจบัตรเครดิตได้วันนี้ ไม่ใช่เรื่องของการทำโฆษณา แต่ทุกอย่างที่เราทำ เริ่มตั้งแต่การคิดว่าจะทำอะไร แล้วลงมือทำอย่างมืออาชีพมากกว่า ที่สะท้อนกลับมาให้แบรนด์และตัวองค์กรที่อยู่คู่กัน ซึ่งสิ่งนี้เชื่อว่าจะส่งผลให้เกิดความสำเร็จในระยะยาวต่อไปได้”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *