สูตรบริหารก้นครัว วิพุธ หวั่งหลี

สูตรบริหารก้นครัว วิพุธ หวั่งหลี
เชื่อหรือไม่ว่าการทำอาหารกับการบริหารธุรกิจ หลักปฏิบัติ “ไม่ต่างกัน” เพราะหัวใจอยู่ที่การปรับเปลี่ยนให้ตรงกับ “ความชอบ” ของคนกินและลูกค้า

“วิพุธ หวั่งหลี” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารงานขายและการตลาด บริษัท ชัยทิพย์ จำกัด ทายาทหนุ่มเจ้าของธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวพนมรุ้งเชื่อเช่นนั้น

เพราะคุณย่ามีสูตรอาหาร ที่เรียกได้ว่า เด็ดไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน บวกกับไม่ว่าเดินทางไปที่ไหน จะพยายามเสาะหาร้านอาหารอร่อย เพื่อไปทดลองชิมเป็นประจำ ทำให้ครอบครัวหวั่งหลี ตั้งแต่รุ่นปู่ไล่ลงมาถึงรุ่นปัจจุบัน มีกิจกรรมร่วมกันเรื่องการรับประทานเป็นพิเศษ

จากความชื่นชอบนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้บริหารหนุ่มคนนี้สนใจการทำอาหาร และเลือกเป็นกิจกรรมยามว่าง โดยเขามักจะโชว์ฝีมือให้คนในครอบครัวและเพื่อนฝูงได้ทดลองชิมเป็นประจำ

ไม่ว่าจะเป็นอาหารจากสูตรเด็ดของครอบครัว หรือเมนูที่ได้เรียนรู้ด้วยวิธีครูพักลักจำจากร้านอาหารต่างๆ

“ผมชอบทานอาหารทุกประเภททั้ง ไทย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น หรืออาหารฝรั่ง ทำให้สนใจทำอาหารด้วย ซึ่งเรื่องนี้หลายคนกลัวที่จะทำ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ จริงๆ อยากบอกว่า ไม่ต้องไปกลัว อย่างผมพอทำเป็น แต่ก็ไม่ใช่มืออาชีพ”

ความสุขที่ได้รับจากการทำอาหาร วิพุธ บอกว่า คือ ประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างการทำ ทั้งการได้ลองผิดลองถูก ได้การเรียนรู้ที่จะทำให้เสร็จออกมาแล้วอาหารสามารถรับประทานได้ หรือทำอย่างไรให้รสชาติออกมาอร่อย และถูกปากคนกิน

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่สนุกและสร้างความสุขให้กับเขา เมื่อได้สวมบทบาทของ “พ่อครัว”

นอกจากนี้ การได้ลงมือทำเอง ชิมเอง ยังทำให้เข้าใจถึงหัวใจของการทำอาหาร นั่นคือ แม้จะมีตำราไม่ว่าจะเป็นสูตรเด็ดรุ่นคุณย่า หรือสูตรทั่วๆ ไป แต่สุดท้ายเมื่อลงมือทำจริง ก็ต้องปรับเปลี่ยน เพื่อให้รสชาติอาหารออกมาถูกปาก ถูกใจ

“ตำราบางเล่มรสชาติออกมาจืดไป หวานไป หากเราชอบรสจัดก็ต้องปรับ หรือสูตรอาหารต่างประเทศ เครื่องปรุงบางอย่างในไทยหายาก เราก็ต้องหาสิ่งที่ทดแทนได้ ถ้าไม่อร่อย รสชาติไม่ถูกใจ ก็ทำใหม่ ปรับไปเรื่อย ๆ”

วิพุธ เปรียบสิ่งนี้เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ แม้ผู้บริหารจะมีการศึกษาสูง เรียนมาหลากหลายสาขาวิชา และผ่านการเทรนนิ่งมาอย่างโชกโชน แต่เมื่อต้องมาทำงานในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน หรือย้ายจากองค์กรหนึ่งมาอีกองค์กรหนึ่งที่มีสภาพของอุตสาหกรรมไม่เหมือนกัน

..ทุกครั้งในการบริหาร วางแผน และตัดสินใจ ไม่สามารถนำตำราและความรู้ที่มีอยู่เดิมมาใช้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

แม้แต่ตัวเขาเอง ก่อนที่จะมานั่งในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารงานขายและการตลาด บริษัท ชัยทิพย์ จำกัด ก็เคยทำงานในบริษัทคอนซูเมอร์ โปรดักท์ ข้ามชาติรายหนึ่งที่มีรูปแบบการทำงานต่างจากทุกวันนี้มาก

ตอนนั้นสิ่งที่เขาต้องเน้นเป็นพิเศษ คือ งานด้านบริหารงาน การวางกลยุทธ์ ผลกำไร การใช้งบด้านต่างๆ ขณะที่ทุกวันนี้เขาต้องเรียนรู้เรื่องการตลาด รู้จักเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคเป้าหมาย

“เราต้องปรับเปลี่ยนกลวิธีต่างๆ ให้เข้ากับองค์กรของตนเองและสภาพตลาดที่องค์กรอยู่เป็นสำคัญ ไม่ได้หมายความว่า จะทิ้งสิ่งที่เรียนรู้จากตำราทั้งหมด เพราะพื้นฐานการคิดส่วนใหญ่จะเป็นแนวทางที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ปรับในรายละเอียด เช่นเดียวกับการทำอาหาร”

นี่คือประสบการณ์จากการทำอาหารที่เขาได้นำมาปรับใช้

ทว่าการลองผิดลองถูกในธุรกิจอาจให้ผลที่ต่างกัน และอาจไม่มีโอกาสให้แก้มือมากนัก

สุดท้าย เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น แล้วนำมาเป็นบทเรียน เพื่อปรับใช้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทั้งในการทำอาหารและทำธุรกิจ

“การทำอาหาร เราต้องรู้ว่า ชอบรสชาติแบบไหน แล้วพยายามปรับรสชาติให้ออกมาตามต้องการ ถ้าไม่อร่อยก็ทำใหม่ เหมือนการบริหารธุรกิจ เราต้องดูว่า ตัวเราเป็นอย่างไร ตลาดที่อยู่เป็นแบบไหน และทำอย่างไรจึงเหมาะสมกับเรา ถ้าไม่ได้ก็ต้องปรับอีก คือ คนทุกคนต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา”

ที่มา : ณัฐสุดา เพ็งผล

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *