สุดยอดแฟรนไชส์ (สไตล์มะกัน)

สุดยอดแฟรนไชส์ (สไตล์มะกัน)

(จิระ ห้องสำเริง www.SmeMedia.Com )

ดูจะเป็นธรรมเนียมไปแล้วนะครับ ว่า ทุกๆ ต้นปี ต้องมีการจัดอันดับกันในแทบจะทุกเรื่อง มีทั้งอันดับข่าวดัง อันดับบุคคลเด่น อันดับยานยนตร์ชั้นยอด และอีกหลายต่อหลายการจัดอันดับ

ในเรื่องของแฟรนไชส์ ก็เช่นกัน เขามีการจัดอันดับกัน ทุกปี แต่เป็นที่สหรัฐอเมริกานะครับ ในประเทศไทย คงต้องคอยกันอีกสักพัก(ใหญ่) เพราะระบบฐานข้อมูลเรายังต้องรวบรวมกันและพัฒนากันอีกมาก

การจัดอันดับแฟรนไชส์ประจำปี 2005 ที่เมืองลุงแซมนี้ ผมเอามาจาก เวบไซต์ www.entrepreneur.com ซึ่งผมชอบเขาไปเยี่ยมชมประจำ เพราะมีข้อมูลดีๆ สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้ดู โดยไม่หวงข้อมูล (หมายถึงไม่คิดตังค์ น่ะครับ) เวบไซต์นี้ มีหนังสือ entrepreneur ขายด้วยนะครับ สั่งซื้อมาจากเมืองนอก ปีละ ไม่ถึง 15 เหรียญ หรือประมาณ 600 บาทเองครับ

ก่อนเริ่มการจัดอันดับ เรามาดูภาวะการเติบโต ของธุรกิจแฟรนไชส์ ที่อเมริกา ซึ่งเป็นแบบฉบับ หรือ ต้นกำเนิดของธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เพิ่งมาเริ่มฮิตในเมืองไทยกันก่อนครับ

นิตยสาร entrepreneur เขา บอกว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ ในปี 2005 เติบโตค่อนข้างดี อัตราการเติบโตสูงถึง 11 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ และยังสูงกว่าอัตราการเติบโต ในปี 2004 ที่โตเพียง 4 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับปี 2003

ด้วย เขาระบุด้วยนะครับว่า เป็นการเติบโตอย่างน่าประหลาดใจ หรือ “amazing growth”ทีเดียว

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ เขาเปิดเผยถึงตัวเลขมูลค่ารวมของการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ที่นั่นว่า เฉพาะ ธุรกิจแฟรนไชส์ 500 อันดับที่เขาจัดอันดับ มียอดขายรวมกันถึง 134.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นค่าเงินบาทถึง 5.3 ล้านล้านบาท สูงกว่า เงินงบประมาณของประเทศไทย ทั้งปี มหาศาลเลยนะครับ

เขาบอกด้วยนะครับว่า การที่ธุรกิจแฟรนไชส์ ของเขาเติบโตมากเช่นนี้ เป็นเพราะ แฟรนไชส์ เป็นสิ่งที่สร้างฝันของคนอเมริกันให้เป็นจริง สำหรับการสร้างเนื้อสร้างตัว ทำธุรกิจ ด้วยการเป็นเจ้านายตัวเอง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ประสบความสำเร็จ ต่างก็ใช้ รูปแบบของธุรกิจแฟรนไชส์ ต่อยอดขยายความสำเร็จ ของพวกเขาให้สูงยิ่งๆขึ้นไปอีก

คราวนี้เรามาดูกันว่า ธุรกิจแฟรนไชส์แบบใด จะเป็นธุรกิจยอดฮิตในปี 2006 หรือที่คนไทย เรียกกันว่า ปีหมาดุ กันนะครับ อันดับแรก เรียกว่า ธุรกิจ Do-It-Yourself Meal Preparation ผมเข้าใจว่า เป็นแฟรนไชส์แนวใหม่ ที่สอดคล้องกันวิถีของอเมริกันชน ที่ไม่ค่อยมีเวลาที่จะเขาครัวปรุงอาหารเป็นเรื่องเป็นราว แต่ความเป็นครอบครัว ก็จะสมบูรณ์ขึ้น เมื่อสมาชิกในครอบครัวได้มีโอกาสร่วมโต๊ะ รับประทานอาหารกันเป็นประจำ

เขายกตัวอย่างแฟรนไชส์ ที่ชื่อว่า Dinner By Design ( ท่านผู้อ่าน เขาไปดูรายละเอียดได้ที่ เวบไซต์ www.dinnerbydesignkitchen.com น่าสนใจมากครับ เขาทำเหมือนกันเป็นครัวรวมที่ บรรดาแม่บ้าน ไปใช้บริการปรุงอาหาร สำหรับสมาชิกในครอบครัว โดยไม่ต้องเสียเวลา จ่ายตลาด หรือ เสียเวลา เตรียมทำอาหารเลย โทรไปสั่งเมนูไว้ แล้วเดินเข้าไปปรุงอาหาร ที่ถูกปากคนในครอบครัวได้ทันที เพราะเขาจะเตรียมไว้ให้ทุกอย่าง จากนั้น ก็บรรจุหีบห่ออย่างดี ไปแช่ตู้เย็นไว้ที่บ้าน ถึงเวลาจะท่านก็เอามาใส่ ไมโครเวฟ หรือ เตาไฟ ทานกันได้ทันที ไม่ทราบว่า เมนูของไทยเรา จะเหมาะทำแฟรนไชส์ อย่างนี้ได้หรือเปล่านะครับ

แฟรนไชส์ ยอดฮิต อันดับสอง คือ eBay Consignment Stores เป็นธุรกิจ การส่งของ ที่เติบโตพร้อมกัน ธุรกิจประมูลซื้อขายของบบเวบไซต์ของ อีเบย์ ซึ่งมีสมาชิกทั่วโลกถึง 168 ล้านคน และมีการซื้อขายของทุกประเภท ปีละ นับแสนล้านบาท แน่นอนว่า เมื่อมีการตกลงซื้อขายกันแล้ว การส่งมอบของถึงมือผู้ซื้อก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของ eBay Consignment Stores พลอยโตตามไปด้วย

แฟรนไชส์ยอดฮิตอันดับ 3 ก็คือแฟรนไชส์ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งผมเชื่อว่า ในอนาคตอันใกล้ ก็จะมีโอกาสบูมมากในเมืองไทยเช่นกัน ที่สหรัฐอเมริกา ปี 2005 ที่ผ่านมา คนอเมริกันใช้เงิน ถึงเกือบ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.6 ล้านล้านบาท เพื่อการดูแลสัตว์เลี้ยงของพวกเขา

อันดับ 4 ของแฟรนไชส์สุดฮิต ของอเมริกา ก็คือ แฟรนไชส์ ธุรกิจการศึกษา ที่หากินกับเด็กๆ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเรื่อง ของ สุขภาพ การออกกำลังการ การเรียนศิลปะ กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ หรือกิจกรรม เฉพาะสำหรับเด็กในด้านอื่นๆ (แต่ไม่ยักกะมี แฟรนไชส์กวดวิชา แบบบ้านเรานะครับ)

แฟรนไชส์สุดฮิตอันดับต่อมา คือ Fitness and Weight Loss แฟรนชส์ ฟิตเนส และการลดน้ำหนัก ก็เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่า ปัญหาเรื่องของโรคอ้วน เป็นปัญหาใหญ่ของคนอเมริกัน เพราะทุกวันนี้ คนอเมริกันที่เป็นสมาชิกของ เฮลท์คลับ มีถึงกว่า 41 ล้านคน (จากประชากรทั้งประเทศ 295 ล้านคน)

แฟรนไชส์ อันดับ 6 Business Services เป็นแฟรนไชส์ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งในเมืองไทยเรา ผมยังไม่เห็นแฟรนไขส์ประเภทนี้เลยนะครับ เลยยังมองไม่ค่อย ชัดเจนนักว่า เขาจะให้บริการแฟรนไชส์แบบบนี้กันได้อย่างไร

อันดับต่อ มาเป็นแฟรนไชส์ที่เกี่ยวข้องกับการตกแต่ง ต่อเดิม และดูแลที่อยู่อาศัย Home Improvement ตามด้วยแฟรนไชส์ ภัตตาคาร จานด่วน Quick-Service Restaurants แฟรนไชส์แบบนี้ น่าจะเหมาะกับเมืองไทย ที่คนชอบทานอาหารนอกบ้าน และก็ชอบเปิดธุรกิจร้านอาหารกันจนแทบจะเป็นแฟชั่นนะครับ เพราะธุรกิจนี้ เกิดง่าย ตายง่าย ถ้าฝีมือไม่แน่จริง ก็อยู๋ยาก แต่ก็มีคนอยากจะเปิดร้านอาหารกันตลอดเวลา ถ้าได้แฟรนไชส์ดีๆ เป็นพื้นฐานให้ต่อยอคความสำเร็จ ก็คงสานฝันผู้ประกอบการมือใหม่ได้อีกมาก

ทั้งหมดนั้นก็เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจแฟรนไชส์ในอเมริกา ซึ่งแม้จะอยู่ไกลจากเมืองไทยมาก แต่วิถีชีวิต และรสนิยมของคนไทย ก็ซึมซามเอาแนวคิดและวัฒนธรรมของเขา เข้ามาอยู่ในการดำรงชีวิต และการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อย คนที่คิดทำแฟรนไชส์ ลองศึกษาและ ดัดแปลงมาใช้ในเมืองไทย อาจประสบกับความสำเร็จงดงามอย่างในอเมริการปี 2005-2006 บ้างก็ได้นะครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *