สื่อลามกบนอินเตอร์เน็ทกับกฎหมายระหว่างประเทศ (8)

สื่อลามกบนอินเตอร์เน็ทกับกฎหมายระหว่างประเทศ (8)

มาตรฐานของความไม่ถูกต้องเหมาะสมจะมีทางเกิดขึ้นได้หรือไม่ ?
อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น อินเตอร์เน็ต เป็นปฏิปักษ์ทำให้เนื้อหากฎหมายในระดับชาติมีผลในเชิงแคบ ทั้งที่ตัวอินเตอร์เน็ตเองก็มีความต้องการกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ จึงกลายมาเป็นปัญหาเพราะว่าความคิดว่าอะไรเป็นสิ่งที่ไม่สมควรหรือไม่นั้น มีความแตกต่างในแต่ละประเทศ โดยที่ความเป็นลามกอนาจารได้ถูกนิยามโดยพจนานุกรมมากมายหลายเล่ม ในฐานะที่เป็นที่น่ารังเกียจ หยาบคายหรือน่าตกใจ ซึ่งมักจะมีความหมายในเชิงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเพศหรือการแสดงทางเพศ ส่วนภาพลามกอนาจารนั้นถูกนิยามในฐานะที่เป็นหนังสือ แมกกาซีน ภาพยนตร์และอื่น ๆ ซึ่งเป็นการอธิบายหรือแสดงออกทางเพศ รวมถึง การเปลือยของบุคคลในทางที่มุ่งหมายเพื่อเร้าอารมณ์ทางเพศ แต่คำนิยามดังกล่าวก็อาจจะถูกพิจารณาว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าสบายใจหรือน่ารังเกียจของคนส่วนใหญ่ได้ อีกนัยหนึ่ง ความสำคัญจึงขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละบุคคล ซึ่งหมายความว่า อะไรที่น่าตกใจหรือถูกพิจารณาว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าสบายใจหรือน่ารังเกียจในประเทศหนึ่งอาจไม่ใช่ในอีกประเทศหนึ่งก็ได้
เพื่อที่จะเป็นผลสำเร็จในการคว่ำบาตรผลงานเกี่ยวกับภาพลามกอนาจารบนอินเตอร์เน็ตนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างมาตรฐานหนึ่งซึ่งมีความเหมาะสมเป็นตัวกำหนดความไม่ถูกต้องเหมาะสมครอบคลุมอินเตอร์เน็ต อันจะถือเป็นแบบมาตรฐานเดียวกันสำหรับความไม่ถูกต้องเหมาะสมมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับทัศนคติทางศีลธรรมของประชาชน ด้วยจุดนี้เอง จึงทำให้กฎหมายของตะวันตกเกิดความไม่ราบเรียบ เนื่องจากประชาชนไม่มีความคิดเห็นเดียวกันของความไม่สมควรหรือศีลธรรมที่ดี ในขณะที่กฎหมายมีความจำเป็นในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ในส่วนสิทธิเสรีภาพในการพูดและสิทธิส่วนตัว ซึ่งสิทธิเสรีภาพทั้งสองนั้น ต้องสามารถถูกนำมาใช้ในการคุ้มครองและต่อต้านผลงานเกี่ยวกับภาพลามกอนาจาร จึงมีข้อจำกัดของความชอบตามกฎหมายในเรื่องสิทธิส่วนบุคคลเพื่อที่จะปกป้องสิทธิของบุคคลอื่น อันดำรงไว้ซึ่งความถูกต้องของศีลธรรม
อีกนัยหนึ่ง ปัญหาในการหยับยั้งผลงานเกี่ยวกับภาพลามกอนาจารสามารถถูกนำมาพิจารณาจากสองแนวทางที่แตกต่างกัน ทางแรก ตั้งอยู่บนฐานการเฝ้าดูแลความอิสระของประชาชนที่ไม่ดูสิ่งลามกอนาจาร ซึ่งเป็นการง่ายกว่าที่จะบรรลุผล โดยปราศจากการกำหนดมาตรฐานสสิ่งลามก ซึ่งทุกผลงานอันเกี่ยวกับภาพลามกอนาจารจะกำจัดรูปภาพทั้งหมดซึ่งอาจปรากฏความไม่สมควรต่อผู้ชมไปจากหน้าแรก ซึ่งหน้าแรกนั้นก็ถูกเรียกร้องให้มีการเตือนเกี่ยวกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ถึงการห้ามการโผล่มาทันทีหรืออีเมล์โฆษณาอันเกี่ยวกับสิ่งลามกอนาจารในปัจจุบันกฎหมายในเรื่องการต่อต้านขยะอินเตอร์เน็ตก็สะท้อนถึงความคิดนี้เช่นกัน ส่วนทางที่สอง มีความยากมากกว่าเพราะถูกเรียกร้องถึงการชี้เฉพาะเจาะจงว่าอะไรถือเป็นสิ่งลามก โดยเหตุที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่ในการปกป้องศีลธรรมอันดี ดังนั้นมาตรฐานของความไม่สมควรจึงจำเป็นต้องปรากฏ ซึ่งในการบังคับใช้ของกฎหมายตะวันตกก็ไม่สามารถปรากฏมาตรฐานใด ๆ เกิดผลได้จริงแต่อย่างใด
โดยนักมานุษยวิทยาสามารถให้นัยสำคัญเกี่ยวกับงานการค้นคว้าถึงความเป็นหนึ่งร่วมกันระหว่างประเทศถึงการประกอบขึ้นของความไม่สมควรหรือความไม่ถูกต้อง ซึ่งจากงานของนาย เลวี สเตาว์ ที่ทำการวิจัยเนื้อหาวีถีประชาของคนไทย ซึ่งเป็นตัวสนับสนุนความคิดนี้ โดยปรากฎ็ความเป็นแบบเดียวกันระหว่างหลักการพื้นฐานเชิงศีลธรรมในนิทานเรื่องเล่าไทยซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธและหลักการที่พบในเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระคัมภีร์ของคริสต์ศาสนาซึ่งมีความสำคัญในการกำหนดอารยธรรมตะวันตก
ดังนั้น จึงถือว่ามีหลักการศีลธรรมร่วมกันระหว่างผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และศาลมีหน้าที่ต้องระบุถึงหลักการดังกล่าว ซึ่งการจะระบุถึงหลักการได้นั้น ต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างกันประกอบกับความร่วมมือระหว่างทนายความ นักมานุษยวิทยา ผู้นำศาสนาและอื่น ๆ ซึ่งหลักการนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ในการสร้างมาตรฐานร่วมกันของสิ่งลามกซึ่งจะครอบคลุมทุกการแสดงออกอันมีความคล้ายคลึงกฎหมายอเมริกา รวมถึงส่วนรายละเอียดของกฎหมาย ทั้งการอธิบายถึงส่วนประกอบของการกระทำทางเพศหรือส่วนของร่างกายที่สามารถเปิดเผยได้ แต่หลักการนี้ เป็นแสดงถึงภาษาที่เน้นหน้าที่ในการใส่ใจหรือการเคารพบุคคลอื่น วิธีนี้ถือเป็นการระงับขอบเขตของหลักการดังกล่าวสำหรับผู้มีหน้าที่ตัดสินใจในระหว่างประเทศที่จะขับเคลื่อนไหวต่อไป ยกตัวอย่าง คดีของรีกิน่าและฮิกลินในปี 1868 ซึ่งแทนที่จะศึกษาถึงทัศนะของผู้แสดงรูปภาพที่ไม่เหมาะสม แต่ได้ศึกษาถึงทัศนะของจิตใจของบุคคลเหล่านั้นที่สามารถถูกรบกวนโดยรูปภาพเหล่านั้น
ถึงแม้ว่าความตกลงร่วมกันระหว่างประเทศจะพิสูจน์ถึงความเข้าถึงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มาตรฐานที่มีความเจาะจงของสิ่งลามกมากขึ้นนั้น จะไม่สามารถถูกตกลงในการจัดการคดีเกี่ยวกับผลงานภาพลามกอนาจาร แม้ปรากฎในความเป็นจริง จะมีผู้โต้แย้งว่า มีมาตรฐานซึ่งเป็นแบบแผนเดียวกันของความไม่สมควรสำหรับผลงานภาพลามกอนาจารเด็ก ซึ่งถูกห้ามและปราบปรามบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของทุกประเทศ ในจุดหนึ่งแม้ว่า พื้นฐานความคิดศีลธรรมที่ดีในประเทศหนึ่งจะอนุญาตผลงานเกี่ยวกับภาพลามกอนาจารในบางประเภท แต่มันก็เป็นไปได้ที่จะยกเว้นอินเตอร์เน็ตของจากพื้นที่อันมีแนวความคิดนี้ เช่นรัฐแคลิฟอร์เนียถึงแม้จะอนุญาตผลงานเกี่ยวกับภาพลามกอนาจารตามชั้นของร้านหนังสือแต่ในขณะเดียวกันก็อาจห้ามการโพสต์บนอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ การติดต่อเชื่อมโยงกับรูปภาพลามกอนาจารในอินเตอร์เน็ตมีวิธีที่แตกต่างกัน บุคคลที่ส่งอีเมล์ด้วยรูปภาพรูปเดียวกัน เหล่านี้สามารถถูกพิจารณาด้วยกฎหมายที่แตกต่างจากการแสดงรูปภาพสาธารณชนบนเว็บไซด์ นั่นหมายความว่า มาตรฐานอันเป็นแบบเดียวกันของสิ่งลามก สามารถอาศัยลักษณะความแตกต่างเหล่านั้นในการพิจารณาประกอบด้วย

กฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ในส่วนของการกำหนดความหมายเกี่ยวกับสื่อลามก ตัวอย่างเช่น ในอนุสัญญาอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตของยุโรป ได้ให้คำจำกัดความของ ภาพลามก ว่า หมายถึง การพรรณนาหรือทำให้เห็นบุคคลซึ่งกำลังยุ่งกับการปฏิบัติหรือการแสดงออกทางเพศหรือเกี่ยวกับทางเพศ ปัญหานั่นคือ ขอบเขตระหว่าง ความประพฤติทางเพศที่ให้เห็นโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยนั้น ไม่สามารถหาคำระบุที่มั่นคงหรือชัดเจนได้ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับการรับรู้ของผู้ชม ถ้าในที่สุดหลายๆประเทศตัดสินใจที่จะประกาศห้ามสื่อลามกในระหว่างประเทศ พวกเขาจึงต้องทำให้มันเป็นมาตรฐานเดียวกันว่าสื่อแบบไหนบ้างจัดว่าเป็นสื่อลามก ซึ่งเรื่องนี้ได้มีประสบการณ์มาแล้วในกฎหมายระหว่างประเทศ ในการตกลงเกี่ยวกับการรับรู้ทางศีลธรรมที่แตกต่างกันว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด หรืออะไรที่เป็นองค์ประกอบของศีลธรรมที่ดี ประสบการณ์นี้สามารถพบได้ ในคดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของศาลยุโรป มีสองวิธีที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหา วิธีแรก คือ การกำหนดค่าขั้นต่ำของภาพ ว่าภาพใดบ้างที่เราสามารถรับรู้ได้ว่า ภาพนั้นเป็นภาพลามก ซึ่งตามมาตรฐานนี้ ภาพทุกภาพ หรือแทบจะทั้งหมดต้องเป็นภาพที่ทุกประเทศยอมรับว่าภาพนั้นเป็นภาพลากมก ทุกประเทศจึงอยู่ภายให้มาตรฐานเดียวกันในการที่จะห้ามภาพสื่อลากมกอนาจารทางอินเตอร์เน็ต วิธีที่สอง คือ การค้นหามาตรฐานเฉลี่ย ซึ่งมาตรฐานนี้พยายามที่จะทำให้ความสมดุลระหว่างว่าอะไรคือสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้เลยในประเทศหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถยอมรับได้อย่างสมบูรณ์แบบในประเทศอื่นๆ
แต่จะมีปัญหาเล็กน้อยถ้าหลายๆประเทศตกลงจะทำตามวิธีแรก อย่างไรก็ตามหนทางนี้ไม่ได้ระบุเหตุผลสำหรับความจำเป็นในการห้ามภาพลามกในระดับระหว่างประเทศซึ่งได้เคยกล่าวมาแล้วข้างต้น มาตรฐานขั้นต่ำสามารถแก้ไขปัญหาได้ยากมากเมื่อต้องพบกับบางประเทศที่เข้าใจว่าสื่อลามกทั้งหมดนั้นจะมาทำลายวัฒนธรรม ศาสนา และศีลธรรมของพวกเขา แต่ถ้าหลายๆประเทศตัดสินใจว่าจะทำตามวิธีมาตรฐานเฉลี่ย ซึ่งจะต้องมีองค์กรที่จะเป็นคนตัดสินเนื้อหาอันจะเป็นมาตรฐาน แล้วยังต้องการองค์กรระหว่างประเทศซึ่งจะเป็นผู้ควบคุมดูแล และบังคับใช้มาตรฐานเฉลี่ยที่เหมาะสมบนอินเตอร์เน็ตอีกด้วย ซึ่งจะมีอุปสรรคสำหรับบางประเทศในการที่จะบังคับใช้มาตรฐานเฉลี่ยของความเหมาะสมดังกล่าวเป็นกฎหมายของประเทศของเขาเอง ในบางเขตอำนาจของรัฐอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา ศาลฎีกา สามารถยกเลิกพระราชบัญญัติได้ ถ้าศาลเห็นว่ามันเป็นการขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในส่วนของสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกหรือสิทธิส่วนบุคคล

บางประเทศอาจนำกฎหมายของสหรัฐอเมริกาไปใช้เป็นกฎหมายมาตรฐานเพื่อทำให้มีการบังคับใช้ระหว่างประเทศ ในการพยายามที่จะต่อสู้กับสื่อลามกอนาจาร แต่มันอาจถูกโต้แย้งได้ว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ ให้ชีวิตแก่อินเตอร์เน็ต และสหรัฐอเมริกาเริ่มที่จะมีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนา สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำทั้งทางด้านผู้ขายและผู้บริโภคสื่อลามกอนาจาร ในท้ายที่สุดอเมริกาเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด เสียงของประเทศนี้มักจะได้รับความเคารพในทุกๆเขตอำนาจรัฐ ในคดี โทมัส ซึ่งได้มีการอภิปรายไปแล้วนั้น แสดงให้เห็นถึงผู้พิพากษาของสหรัฐอเมริกา ที่ไม่สามารถให้มาตรฐานที่เฉพาะเจาะจงของสิ่งลามกในโลกของอินเตอร์เน็ตได้ สภานิติบัญญัติของสหรัฐอเมริกาจะต้องทำให้กฎเกณฑ์เหล่านี้เป็นจริงขึ้นมาให้ได้ อย่างไรก็ตามศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกา สามารถยกเลิกกฎหมายต่อต้านสิ่งลามกอนาจารได้ ถ้าศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกาได้พิพากษาว่า กฎหมายนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนถูกปกป้องโดยรัฐธรรมนูญของอเมริกาของ ตัวรัฐธรรมนูญของมันเองนั้น ไม่ได้กล่าวถึงประเด็นในส่วนของสื่อลากมกอนาจารไว้เลย เพราะฉะนั้นการตีความจึงขึ้นอยู่กับความเข้าใจการรับรู้ทางศีลธรรมของผู้พิพากษาซึ่งมักจะเพิกเฉยละเลยความเข้าใจหรือการรับรู้ทางศีลธรรมทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ในโลก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *