สื่อลามกบนอินเตอร์เน็ทกับกฎหมายระหว่างประเทศ (7)

สื่อลามกบนอินเตอร์เน็ทกับกฎหมายระหว่างประเทศ (7)

การขาดแคลนกฎหมายประเทศตะวันตก:คดีThomas
ในระยะแรก กฎหมายสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวกับความลามกอนาจารเดินรอยตามหลักกฎหมายของอังกฤษ โดยในปี1868มีคดีReginaV.Hicklin ที่ได้สร้างมาตรฐานขึ้นมาและถูกนำไปใช้ในสหรัฐอเมริกานั่นคือ ถ้าพฤติกรรมนั้นมีอำนาจที่จะทำให้จิตใจของบุคคลที่เสื่อมเสียเปิดรับแต่สิ่งที่ผิดศีลธรรม พฤติกรรมนั้นก็ถือว่าน่ารังเกียจและผิดกฎหมาย โดยคำนิยามนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปจนกระทั่งปี1973 มีคดีMillerV.California กำหนดเกณฑ์ขั้นมาใหม่ ซึ่งคดีนี้จำเลยถูกตัดสินว่ามีความผิดในการส่งเมล์ที่มีเนื้อหาในทางเพศ โดยศาลชั้นต้นได้แนะให้คณะลูกขุนพิจารณาเนื้อหาเหล่านั้นโดยใช้มาตรฐานชุมชนของรัฐCaliforniaที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้ยืนตามศาลชั้นต้น และศาลฎีกาก็ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเนื้อหาลามกอนาจารสามารถกำหนดได้โดยรัฐ และอยู่ภายใต้ถ้อยแถลงที่อยู่ในคำตัดสินโดยหัวหน้าผู้พิพากษาได้กำหนดมาตรฐาน3ประการในการกำหนดว่าสิ่งนั้นลามกอนาจารหรือไม่คือ (1) มาตรฐานของคนทั่วไปในปัจจุบันที่ใช้กันนั้นมองว่ารูปภาพที่เห็นนั้นมีลักษณะดึงดูดความสนใจด้านตัณหาหรือไม่ (2) สิ่งนั้นถูกอธิบายไปในทางที่น่ารังเกียจหรือไม่ และ (3) สิ่งนั้นมีคุณค่าเชิงศิลปะหรือวรรณคดีหรือไม่
เมื่อนำมาตรฐานของคดี MillerV.Californiaมาเปรียบเทียบกับคดีของ ReginaV.Hicklin จะเห็นได้ว่าคดีของMillerนั้น มีความซับซ้อนและอาศัยความรู้ของผู้พิพากษาหรือคณะลูกขุนที่เป็นมาตรฐานของชุมชนหรือคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ การเมือง ศิลปะ หรือทางวรรณกรรมมากกว่า มาตรฐานของคดีMillerนั้นไม่น่าจะเหมาะสมกับกลไกในทางระหว่างประเทศ เพราะไม่ได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนในประเด็นนี้ โดนมาตรฐานนี้ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของผู้พิพากษาแต่ละคน ความเข้าใจของแต่ละรัฐนั้นย่อมแตกต่างกันออกไปตามแต่ละส่วนต่างๆของโลก ความเข้าใจอย่างหนึ่งในHoolywoodอาจถูกประเมินค่าไว้สูงแต่อาจูกมองว่าสิ่งที่น่ารังเกียจของรัฐบาลประเทศอิหร่านก็ได้ สมมติว่า รัฐบาลอิหร่านต้องการให้สหรัฐอเมริกาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือลงโทษผู้เผยแพร่เนื้อหาลามกอนาจารของชาวHoolywoodทางอินเตอร์เน็ท เห็นได้ชัดว่าเจ้าหน้าที่อเมริกันนั้นปฏิบัติในทางมาตรฐานและการรับรู้คุณค่าทางศิลปะของเขาเอง ซึ่งดูเหมือนว่ามาตรฐานของคดีReginaมีความเข้มงวดมากกว่า โดยกำหนดให้มีการนำเอาการพิจารณาตามความสำคัญของผู้ที่เปิดรับสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยไม่ผ่านทางผู้พิพากษาหรือมาตรฐานชุมชนหรือคุณค่าทางศิลปะ
กฎหมายของประเทศตะวันตกจึงล้มเหลวในการสร้างมาตรฐานของคำว่าลามกอนาจารที่สามารถนำมาใช้กับการเผยแพร่เนื้อหาทางอินเตอร์เน็ทอย่างเป็นสากล ในคดีUSv.Thomasซึ่งเป็นคดีที่ความสำคัญในอเมริกา ได้อธิบายถึงบทสรุปเอาไว้ โดยคดีนี้เจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ดำเนินธุรกิจในการเผยแพร่ภาพลามกของผู้ใหญ่ผ่านอินเตอร์เน็ท ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ได้ตัดสินยืนตามข้อกล่าวหาของผู้เผยแพร่ภาพลามก การประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับภาพลามกของเด็กนั้นไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดาในสหรัฐอเมริกา คดีนี้แสดงให้เห็นถึงหลักการที่สำคัญเกี่ยวกับความสามารถในการนำมาใช้ในทางระหว่างประเทศ และข้อบกพร่องที่ทำให้ยากแก่การนำมาเป็นภาระหน้าที่
ทุกคดีที่สำคัญในกฎหมายที่เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตอย่างคดี USv.Thomasนั้น มีการตั้งคำถาม2ประเด็นหลัก ประเด็นแรกคือ กฎหมายที่เก่านั้นจะนำมาปรับใช้กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ๆได้อย่างไร ศาลต้องนำกฎหมายที่ล้าสมัยนั้นมาปรับใช้กับสภาพความเป็นจริงใหม่ๆในยุคของอินเตอร์เน็ท ประเด็นที่สองคือ จะแก้ปัญหาถึงความแตกต่างระหว่างเขตอำนาจศาลที่เนื้อหาลามกนั้นถูกเก็บไว้ กับเขตอำนาจศาลที่มีการดูเนื้อหาเหล่านั้นได้อย่างไร คดีนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งลามกเมื่อนำมาใช้กับเขตอำนาจที่แตกต่างกัน ซึ่งมีรัฐสองรัฐที่เกี่ยวข้องคือ California และ Tennessee บทสรุปที่ไปถึงคดีนี้ถูกนำมาใช้ในการถ่ายทอดภาพลามกอนาจารผ่านพรมแดนระหว่างรัฐ
ข้อเท็จจริงของคดีคือ ในรัฐ California มีคู่สามีภรรยาได้ทำการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าAABBS ที่สามารถใช้ได้โดยใช้โทรศัพท์ โมเดม และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยมีe-mail chat lines ข้อความสาธารณะและแฟ้มข้อมูลซึ่งสมาชิกสามารถเข้าถึง ถ่ายทอด หรือถ่ายโอนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ของตนเอง หลังจากที่จำเลยซื้อหนังสือที่มีเนื้อหาทางเพศจากร้านขายหนังสือใน California จำเลยได้สแกนรูปภาพจากหนังสือลงในไฟล์คอมพิวเตอร์ที่มีที่เรียกว่าGIF โดยทั้งคู่ได้ทำการซื้อขาย และส่งภาพวิดีโอเทปที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศไปให้กับสมาชิกAABBS ลูกค้าสามารถสั่งซื้อเทปดังกล่าวโดยการส่งe-mailให้กับจำเลย คนที่ไม่มีรหัสผ่านจะได้รับชมเนื้อหาตัวอย่างที่ผู้ขายเสนอจากไฟล์GIF การเข้าสู่แฟ้มGIFนั้นสงวนสิทธิ์ให้แก่สมาชิกที่ได้รับรหัสผ่านและจ่ายค่าสมาชิกแล้วเท่านั้น ผู้ตรวจสอบได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับAABBS จากผู้ที่อาศัยอยู่ใน Tennessee หลังจากได้เข้าไปสู่เนื้อหาดังกล่าวแล้วสมาชิกสามารถดาว์โหลดไฟล์GIF ที่มีภาพความสัมพันธ์ทางเพศในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ หรือญาติพี่น้องด้วยกันเอง เป็นต้น จากนั้นได้มีการสั่งซื้อวิดีโอเทปจากAABBS และรับมาผ่านU.P.S.ในTennessee จำเลยถูกตั้งข้อหาว่า มีวัตถุประสงค์ในการส่งเนื้อหาลามกในทางการค้าระหว่างรัฐ จำเลยทั้งสองถูกตัดสินให้คำคุก37 และ 30 เดือนตามลำดับ โดยจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งในชั้นอุทธรณ์นั้นศาลได้อ้างถึงมาตรา1465 ที่มีข้อความโดยสรุปว่าผู้ใดส่งหรือเคลื่อนย้ายโดยการค้าต่างประเทศหรือบริการการถ่ายทอดข้อมูลทางอินเตอร์เน็ท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าหรือเผยแพร่สิ่งต่างๆที่มีเนื้อหาส่อไปในทางไม่เหมาะสม ผิดศีลธรรม และลามกอนาจาร จะต้องถูกปรับหรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้ามีการส่งในปริมาณจำนวนมากกว่าสองสิ่งขึ้นไป ย่อมสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีเจตนาที่จะขายหรือเผยแพร่ แต่ข้อสันนิษฐานนี้สามารถพิสูจน์หักล้างได้
จำเลยโต้แย้งว่ามาตรา1465 นั้นไม่ได้นำมาใช้กับวัตถุที่เป็นนามธรรมเหมือนกับแฟ้มข้อมูลGIF และสภาคองเกรสก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะกำหนดการถ่ายทอดทางคอมพิวเตอร์ เพราะมาตรา1465ไม่ได้ห้ามการควบคุมแต่อย่างใด ศาลอุทธรณ์ถือว่าลักษณะท่าทางที่ภาพนั้นเคลื่อนไหวไม่ได้มีผลกระทบกับความสามารถในการมองภาพนั้นบนจอคอมพิวเตอร์ในรัฐอีกรัฐหนึ่งหรือความสามารถในการพิมพ์ภาพเหล่านั้นในสถานที่ที่ห่างไกล เหตุผลนี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อกำหนดที่สำคัญสำหรับกฎหมายระหว่างประเทศ ในการที่จะทำให้บทลงโทษใช้ได้โดยกฎหมายอาญา ข้อกำหนดทั่วไปในการห้ามการส่งเนื้อหาลามาจะต้องมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นที่ประเทศต่างๆจะกำหนดกฎหมายที่ห้ามภาพลามกบนอินเตอร์เน็ทที่แยกแตกต่างกัน
จำเลยได้โต้แย้งว่าตนไม่รู้ว่าผู้ใช้จะดำเนินการอย่างไรกับเนื้อหาที่เข้าได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ท จำเลยไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้แฟ้มข้อมูลGIFถูกส่งไปยัง Tennessee แต่เป็นตัวแทนของรัฐบาลที่เข้าไปและถ่ายโอนข้อมูลGIFลงคอมพิวเตอร์และเป็นเหตุให้ข้อมูลGIFเข้าสู่ Tennesseeโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จำเลยจึงไม่มีเจตนามี่จะถ่ายทอดข้อมูลผ่านเขตแดนของรัฐ ศาลอุทธรณ์ได้ระบุถึงเจตนาในทางอาญาว่า
“จากการบันทึกไม่ได้สนับสนุนถึงคำโต้แย้งของจำเลยที่ว่าไม่มีความรู้ เจตนาหรือความหมายว่าสมาชิกของAABBS จะดาว์โหลดข้อมูลลงเครื่องหรือพิมพ์รูปภาพที่มีแฟ้มข้อมูลGIF จำเลยดำเนินธุรกิจที่โฆษณาให้สมาชิกได้รับแฟ้มข้อมูลGIF ที่มีเนื้อหาทางเพศที่สมาชิกเลือกมาได้ จากพยานหลักฐานการที่จำเลยกล่าวอ้างว่าตนไม่มีเจตนาขาย เผยแพร่ หรือแบ่งปันข้อมูลลามกอนาจารที่จำเลยได้โฆษณาทางAABBSให้กับสมาชิกข้างนอกบ้านและในหลายๆรัฐนั้นผิดกฎหมาย”
ศาลถือว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดให้รัฐบาลพิสูจน์ว่าจำเลยมีความรู้โดยเฉพาะถึงเป้าหมายของการส่งต่อในแต่ละครั้งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เพียงพอแล้วคือการที่จำเลยใช้ในการค้าระหว่างรัฐเพื่อวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่เนื้อหาลามก สิ่งนี้มีนัยสำคัญสำหรับกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้ที่ทำให้เนื้อหาลามกสามารถดูได้โดยคนที่อยู่ในอีกประเทศหนึ่งจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอาญาของประเทศนั้นโดยอัตโนมัติ
มีประเด็นทางกฎหมายคือ การกระทำความผิดนั้นเกิดขึ้นที่ไหน? California หรือ Tennessee ซึ่งศาลได้นำคดีเก่าๆมาปรับใช้อีกครั้งหนึ่งโดยกล่าวว่า “ไม่มีการห้ามอำนาจของรัฐบาลที่วางขอบเขตโดยรัฐธรรมนูญในการดำเนินคดีกับผู้จัดจำหน่ายภาพลามกในพื้นที่ใดๆที่เนื้อหานั้นถูกส่งไป” ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาถึงข้อเท็จจริงว่าเนื้อหาAABBSถูกเผยแพร่ไปยังสมาชิกAABBS ที่รู้จักใน Tennessee ดังนั้นผลกระทบของการกระทำทางอาญาย่อมไปถึงรัฐนั้นและเป็นการเหมาะสมที่จะเริ่มต้นกระบวนการทางอาญาในรัฐนั้น อีกนัยหนึ่ง ผู้เผยแพร่ภาพลามกในอินเตอร์เน็ทกระทำการผิดกฎหมายในทุกประเทศที่มีการติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ทและที่ซึ่งการเผยแพร่ภาพลามกนั้นเป็นความผิดอาญา

ประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญปรากฏอยู่ในคดีนี้ โดยจำเลยโต้แย้งว่าการลงโทษพวกเขานั้นเป็นการละเมิดเสรีภาพในการพูด โดยพึ่งพาคำตัดสินของศาลฏีกาในคดีระหว่างสแตนลีย์กับเจอเจียร์ ปี 1969 โดยอ้างว่า พวกเขาได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างถูกต้องและไม่ขัดกับหลักบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่มีสิทธิครอบครองวัตถุลามกอนาจารได้ในบ้านของตนเองได้ ทั้งยังยืนอีกว่า ไฟล์ GIF ที่ประกอบด้วยวัตถุลามกอนาจารนั้นไม่เคยหลุดออกจากบ้านของพวกเขา แต่ศาลอุทธรณ์ปฏิเสธคำโต้แย้งเหล่านั้น โดยมองถึงลักษณะการประกอบธุรกิจของพวกจำเลย ด้วยเหตุนี้ ผลกำไรทางธุรกิจที่ได้มาจากเวบไซด์จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการลงโทษในความผิดอาญา ซึ่งถือเป็นหลักการที่นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการปราบปรามผลงานที่แสดงความลามกอนาจารระหว่างประเทศ และเป็นผลในทางปฏิบัติมากขึ้นแก่ผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อใช้มุ่งเน้นกับตัวบุคคลผู้เผยแพร่สื่อลามกในเชิงพาณิชย์มากกว่าปัจเจกชนทั่วไปซึ่งนำเนื้อหาที่ไม่สมควรลงในเว็บไซต์โดยปราศจากการแสวงหากำไรอันเว้นแต่ขาดเจตนาที่จะชักชวนผู้มีการศึกษษน้อยหรือผู้เยาว์ให้กระทำผิดอาญา ซึ่งนับตั้งแต่มีการพัฒนาของกฎหมายสิทธิมนุษยชน ประเด็นเกี่ยวกับสิทธิความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในแสดงความคิดดังกล่าว ก็ได้รับความสนใจมากกว่าที่จะเป็นเพียงความวิตกกังวลเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น นอกจากนี้แล้ว ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ การถือปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนถือเป็นหน้าที่ของรัฐ อีกทั้ง การเข้าถึงที่เป็นแบบแผนเดียวกันยังเป็นที่ต้องการสำหรับการจำกัดขอบเขตของสิทธิส่วนตัวและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานที่แสดงความลามกอนาจาร
ทั้งหมดถือเป็นส่วนน้อยที่กล่าวถึงการต่อต้านการใช้เหตุผลของศาลอเมริกัน โดยข้อสรุปและการลงความเห็นที่ว่ามาข้างต้นเป็นตัวอย่างของการให้เหตุผลทางกฎหมาย ซึ่งข้อบกพร่องเริ่มต้นที่ความไม่เรียบร้อยของการกำหนดมาตรฐานของสื่อลามกอนาจาร โดยจำเลยได้โต้แย้งว่า ที่รัฐเทนซีเนียถือเป็นสิ่งลามก แต่จะไม่ใช่สำหรับรัฐแคลิฟอร์เนีย และการที่ศาลอุทธรณ์ได้นำแนวคำตัดสินของศาลฏีกามาประยุกต์ใช้อีกครั้งหนึ่ง นั่นก็เป็นเพราะว่าแนวการตัดสินแบบเก่านั้นถูกถามหาถึงมาตรฐานสังคมร่วมสมัยเพื่อที่จะนำมาตัดสินว่าเนื้อหาอันไหนสมควรหรือไม่สมควร
ซึ่งประเด็นในคดีโทมัสเป็นมาตรฐานสังคมร่วมสมัยที่ศาลควรจะต้องเลือนำมาใช้ว่าจะใช้ของรัฐCalifornaiหรือรับTenesse ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ศาลยังขาดการตรวจสอบถึงมาตรฐานและขาดการรับรู้ว่ารัฐทั้งสองนั้นมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน โดยที่ศาลยังคงผูกมัดประเด็นมาตรฐานไว้กับประเด็นของสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นการยึดถือความถูกต้องโดยประยุกต์ใช้ตามมาตรฐานของรัฐเทนซีเนีย โดยที่พวกจำเลยได้ตั้งข้อโต้แย้งที่น่าสนใจไว้ว่า เทคโนโลยีเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้นมีความต้องการถึงคำนิยามใหม่ของคำว่าสังคม อีกทั้งยังโต้แย้งว่า สังคมดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลในทางอิเล็กทรอนิกส์มากกว่าสถานที่เกิดเหตุในเชิงภูมิศาสตร์ แต่อย่างไรก็ดี ศาลก็ยังคงปฏิเสธข้อโต้แย้งดังกล่าวไว้อีกว่า “ ถ้าหากจำเลยปรารถนาที่จะครอบงำตัวเองที่จะรับผิดในเขตอำนาจศาลด้วยมาตรฐานความอดทนอดกลั้นที่น้อยกว่า พวกเขาก็ควรที่จะต้องปฏิเสธที่จะไม่ให้รหัสผ่านไปยังสมาชิกในบริเวณเหล่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากความรับผิด”
โดยปรากฎจุดอ่อนที่สุดจากการใช้เหตุผลของศาล เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นสังคมใหม่ที่ไม่อาจจำกัดขอบเขตพื้นที่โดยเฉพาะได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องระบุถึงตัวมาตรฐานสังคมซึ่งจะมาใช้ตัดสินประเด็นที่เกี่ยวข้องในทางศีลธรรม ความจริงที่ว่าภาพลามกกระจายเป็นวงกว้างนั้นไม่ได้หมายความว่ามาตรฐานทั้งหลายของอินเตอร์เน็ตอนุญาตให้ทำได้ ในทางคล้ายคลึงกัน ความจริงที่ว่าคนจำนวนมากที่ฝ่าฝืนกฎหมายนั้นไม่ได้หมายความว่าไม่มีกฎหมายอีกต่อไป ตรงกันข้าม การระบุถึงมาตรฐานทางศีลธรรมของสิ่งลามกไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปฎิบัติของการฝ่าฝืนมตรฐานเหล่านั้นโดยตัวมาตรฐานทางศีลธรรม ตั้งอยู่บนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของสาธารณชนมากกว่าความประพฤติชั่วในเชิงศีลธรรมของแต่ละบุคคล
ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมศาลถึงไม่สามารถเข้าถึงหรือตรวจสอบความคงอยู่ของมาตรฐานทางศีลธรรมในรัฐทั้งสองซึ่งมีความเกี่ยวข้องเป็นทฤษฏีสัมพันธ์กันในเชิงศีลธรรม จึงเป็นการเพิ่มข้อสงสัยว่า ประชาชนก็ยังคงมีความคิดและมาตรฐานทางศีลธรรมที่ความแตกต่างกันอยู่ ซึ่งในโลกปัจจุบันนั้น หน้าที่สำคัญของกฎหมายคือการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างมาตรฐานที่มีความหลากหลาย เมื่ออินเตอร์เน็ตได้สร้างสังคมใหม่ของประชาชนซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการมาตรฐานของความไม่ถูกต้องเหมาะสม จึงเกิดคำถามขึ้นแล้วว่า มาตรฐานดังกล่าวนั้นจะมีทางเกิดขึ้นได้หรือไม่

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *