สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก

สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก
บ้านเขาเมืองเรา : ดร.ไสว บุญมา กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2549
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นอกจากจะมีสโมสรฟุตบอลอันโด่งดังกระฉ่อนโลกแล้ว เมืองบาร์เซโลนาของสเปน ยังมีสิ่งที่ชาวเมืองโอ้อวดว่า วันหนึ่งข้างหน้า จะเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลกอีกด้วย สิ่งนั้นคือโบสถ์อันยิ่งใหญ่ซึ่งใช้เวลาสร้างมากว่า 110 ปีแล้ว และคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกราว 25 ปี จึงจะเสร็จ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสไปชมโบสถ์ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง แอนโทนี่ กอดี้ นั้นเป็นครั้งแรก แม้จะยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่โบสถ์นั้นมีแววแห่งความยิ่งใหญ่ไม่น้อยกว่าโบสถ์ที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ส่วนมันจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกดังที่ชาวบาร์เซโลนาคาดไว้หรือไม่คงต้องรอให้ชาวโลกรุ่นต่อๆ ไปเป็นผู้ตัดสิน
ความยิ่งใหญ่ของโบสถ์ทำให้ผมคิดถึงสิ่งที่นักประวัติศาสตร์ เช่น เดวิด แลนเดส กล่าวไว้เกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้สเปน ไม่สามารถก้าวหน้าเทียมบ่าเทียมไหล่กับอังกฤษในยุคอุตสาหกรรม ทั้งที่สองประเทศนั้น มีความยิ่งใหญ่คล้ายกันในยุคเกษตรกรรม และทำไมจีนจึงไม่สามารถเป็นผู้นำในการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทั้งที่มีความก้าวหน้ามากกว่าฝรั่ง เช่น อังกฤษ ในยุคเกษตรกรรม
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าสเปนเป็นผู้สนับสนุนการเดินเรือครั้งประวัติศาสตร์ของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ซึ่งไปพบทวีปอเมริกาโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อปี 2035 สเปนได้ประโยชน์มหาศาลจากการให้ความสนับสนุนนั้น โดยการไปสร้างอาณานิคมอันกว้างใหญ่ไพศาลในทวีปอเมริกา และขนเอาทรัพยากรจำนวนมากกลับประเทศ จนทำให้สเปนเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางทหาร และทางเศรษฐกิจไม่น้อยหน้ากว่าอังกฤษ ซึ่งไปสร้างอาณานิคมในอเมริกาเช่นกัน
แต่หลังจากนั้นอังกฤษพัฒนาต่อไปจนทิ้งสเปนแบบไม่เห็นฝุ่นเพราะชาวอังกฤษค้นพบเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม ปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างสองประเทศนั้นมาจากทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมือง
ความแตกต่างทางด้านสังคมที่สำคัญที่สุดได้แก่อิสรภาพในทางความคิด นักประวัติศาสตร์มองว่าสังคมสเปนถูกครอบงำ ด้วยความคิดของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ในสมัยก่อนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำสอนของนิกายนั้น อาจถูกลงโทษสถานหนักถึงขนาดตัดคอ หรือเผาทั้งเป็น ผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง โดยเฉพาะชาวยิวถูกขับไล่ออกนอกประเทศ
ส่วนอังกฤษเป็นสังคมที่มีอิสรภาพทางความคิดสูงกว่าเพราะเริ่มหันไปนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ตั้งแต่นิกายนั้นแยกตัวออกจากโรมันคาทอลิก อิสรภาพในทางความคิดนำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ในด้านต่าง ๆ เช่น กฎแห่งความโน้มถ่วงโดย ไอแซค นิวตัน สิ่งใหม่ๆ เหล่านั้นเป็นฐานของการประดิษฐ์เครื่องจักรกล อันเป็นหัวใจของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
สเปนเอาชนะอาณาจักรใหญ่ๆ ในอเมริกาซึ่งร่ำรวยมาก เช่น อาณาจักรอินคาและอาณาจักรแอสเทค เมื่อเอาชนะได้สเปนก็ทำลายอาณาจักรเหล่านั้นและขนเอาทรัพย์สินจำนวนมหาศาล เช่น ทองคำและเงิน กลับประเทศ แต่แทนที่จะนำทรัพย์สินนั้นไปใช้ในการลงทุนเพื่อขยายฐานทางด้านเศรษฐกิจให้กว้างและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ชาวสเปนกลับนำไปใช้ในการบริโภคแบบฟุ่มเฟือยเสียเป็นส่วนใหญ่ การสร้างโบสถ์ชนิดวิจิตรตระการตาดังที่กล่าวถึงเป็นส่วนหนึ่งของความคิดของชาวสเปนที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน
ส่วนอังกฤษไม่พบอาณาจักรใหญ่ๆ ในทวีปอเมริกา หากพบเฉพาะชาวอินเดียนแดงซึ่งอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย ชาวอังกฤษอพยพไปตั้งหลักแหล่งทำมาหากินที่นั่นโดยการแย่งชิงที่ดิน จากชาวพื้นเมือง แต่พวกเขาไม่ได้ส่งทรัพย์สิน เช่น ทองคำ จำนวนมากกลับไปบำรุงบำเรอความฟุ้งเฟ้อของผู้ที่ยังอยู่ในบ้านเกิด
ในด้านการเมือง ชาวอังกฤษมีรากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาเป็นเวลานาน นอกจากนั้นสังคมอังกฤษยังไม่มีความแตกแยกรุนแรงอีกด้วย ส่วนสังคมสเปนมีความแตกแยกสูงมาก จนเกิดสงครามกลางเมืองบ่อยๆ และการปกครองเป็นแบบเผด็จการมาจนเมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมานี้เอง
นักพัฒนามองว่าความแตกต่างระหว่างอังกฤษกับสเปนนี้ มิได้มีผลสำคัญยิ่งเฉพาะต่อการพัฒนาของทั้งสองประเทศเท่านั้น หากยังมีผลต่อประเทศเกิดใหม่ในทวีปอเมริกาอีกด้วย นั่นคือ อดีตอาณานิคมของอังกฤษ เช่น สหรัฐอเมริกาและแคนาดา สามารถพัฒนาได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเพราะได้นำแนวคิดของอังกฤษไปใช้ ส่วนอดีตอาณานิคมของสเปน ยังเป็นประเทศด้อยพัฒนาไม่ว่าจะอยู่ในอเมริกาใต้ ในอเมริกาเหนือหรือในอเมริกากลาง เพราะอิทธิพลทางวัฒนธรรมและทางความคิดอื่น ๆ ของสเปน
ทางด้านเมืองจีน คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าจีนก้าวหน้ากว่าอังกฤษมากในยุคเกษตรกรรม ชาวจีนสามารถประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ได้ก่อนฝรั่งมาเป็นเวลานาน เช่น เข็มทิศ ดินปืน เครื่องพิมพ์และเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ ฉะนั้นก่อนที่ฝรั่งจะเดินเรือมาถึงมหาสมุทรอินเดีย และถึงทวีปอเมริการาว 100 ปี จีนส่งกองเรือกว่า 300 ลำ นำโดยนายพลเจิ้งเหอ ผ่านน่านน้ำต่างๆ ไปจนถึงทวีปแอฟริกา เรือลำใหญ่ของจีนมีขนาดโตกว่าของ โคลัมบัส ถึงห้าเท่า
ต่อมาความก้าวหน้าของจีนต้องหยุดชะงัก สืบเนื่องจากการเดินเรืออันยิ่งใหญ่นั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อโอ้อวดความก้าวหน้าของจีน มากกว่าเพื่อแสวงหากำไรจากการค้าขายกับประเทศในเขตที่กองเรือของจีนไปเยือน
เนื่องจากการส่งกองเรือครั้งละเป็นร้อยลำไปในน่านน้ำต่าง ๆ มีค่าใช้จ่ายมหาศาล พวกขุนนางบางคนจึงไม่เห็นด้วย ทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรงในพระราชสำนักของพระเจ้ากรุงจีนในสมัยราชวงศ์หมิง เมื่อฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเดินเรือเพื่อโอ้อวดความยิ่งใหญ่เป็นฝ่ายชนะ นอกจากการเดินเรือแบบนั้นจะถูกยกเลิกแล้ว การค้นคว้าหาความรู้และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็ถูกระงับไปด้วย ทำให้จีนหยุดก้าวหน้าเป็นเวลาหลายร้อยปี
การใช้ทรัพยากรส่วนใหญ่ไปกับการบริโภคแบบฟุ้งเฟ้อ รวมทั้งการมุ่งสร้างถาวรวัตถุ ซึ่งต่อมาถูกนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในประวัติศาสตร์ เช่น การสร้างพีระมิดของอียิปต์ การสร้างนครวัด
ของเขมรและการสร้างทัชมาฮาลของมูกัล การใช้ทรัพยากรแบบนั้นนำไปสู่การขาดสมดุลอย่างร้ายแรง จนกระทั่งทำให้สังคมล่มสลายในที่สุด แต่เป็นที่แปลกใจว่าในยุคนี้ก็ยังมีบางสังคมพยายามที่จะทำเช่นนั้น
การแข่งขันกันสร้างถาวรวัตถุในวัดให้มีขนาดใหญ่โตและวิจิตรตระการตาแบบสุดๆ ของคนไทย เป็นการใช้ทรัพยากรแบบฟุ้งเฟ้อเกินพอดีด้วยหรือไม่ ควรจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังเสียทีจะดีไหม?

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *