สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (5)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (5)

ความสามารถของพยานในพินัยกรรม (ม.1670)
ผู้ที่จะเป็นพยานในพินัยกรรมต้องเป็นผู้ที่มิได้ต้องห้ามมิให้เป็นพยานในพินัยกรรม มิเช่นนั้นจะส่งผลให้ผู้นั้นขาดคุณสมบัติการเป็นพยาน โดยจะต้องไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
1. ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ เหตุที่กฎหมายห้ามมิให้ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นพยานในพินัยกรรมเนื่องจากการเป็นพยานจะมีผลทำให้ผู้นั้นรับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมไม่ได้ดังที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 1653 วรรคแรก “ผู้เขียน หรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้” ดังนั้นจึงควรที่จะต้องบรรลุนิติภาวะเพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ของตนเองได้
2. คนวิกลจริต หรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
3. บุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง

ความสามารถของผู้รับพินัยกรรม
บุคคลดังต่อไปนี้หากเป็นผู้รับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม จะมีผลทำให้บุคคลนั้นรับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้ โดยผู้รับพินัยกรรม คือ ผู้รับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม หากมิได้รับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม แม้จะถูกระบุในพินัยกรรมไม่ถือว่าเป็นผู้รับพินัยกรรม
ผู้ที่ได้รับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม จะเป็นบุคคลดังต่อไปนี้ไม่ได้ (หลักขัดกันซึ่งผลประโยชน์)
1. พยานในพินัยกรรม หมายถึง พยานในพินัยกรรม
2. ผู้เขียนในพินัยกรรมตามมาตรา 1671
3. คู่สมรสของพยานหรือผู้เขียนในพินัยกรรม ซึ่งจะต้องจดทะเบียนสมรสจึงจะต้องห้ามมิให้รับทรัพย์ตามมาตรานี้ การพิจารณาฐานะการเป็นคู่สมรสของพยานหรือผู้เขียนคงต้องพิจารณาในขณะที่เป็นพยานหรือผู้เขียนในพินัยกรรม เหตุที่กฎหมายห้ามมิให้คู่สมรสของพยานและผู้เขียนรับทรัพย์มรดตามข้อกำหนดพินัยกรรมเพราะ ตามกฎหมายครอบครัวเดิมนั้น ทรัพย์มรดกที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งได้รับไม่ว่าจะในฐานะทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสมีลักษณะเป็นสินสมรส จึงมีผลทำให้คู่สมรสมีสิทธิกึ่งหนึ่ง ซึ่งตามกฎหมายครอบครัวฉบับปัจจุบันกำหนดว่าเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายนั้น ดังนั้นผู้เขียนเห็นว่าคู่สมรสของพยานและผู้เขียนไม่น่าจะต้องห้ามมิให้เป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม
คำพิพากษาฎีกาที่ 5404/2533 พยานในพินัยกรรมซึ่งจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้ตามความหมายแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1653 วรรคหนึ่ง หมายถึงพยานซึ่งต้องลงลายมือชื่อในแบบพินัยกรรมที่ทำขึ้นนั้น การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั่งอยู่ด้วยในขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมทำพินัยกรรม แต่มิได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรม หาเป็นพยานใน พินัยกรรมตามบทบัญญัติดังกล่าวไม่ ดังนี้ พินัยกรรมดังกล่าวจึงไม่ตกเป็นโมฆะ
คำพิพากษาฎีกาที่ 40/2539 จำเลยลงชื่อเป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือของผู้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ลงชื่อเป็นพยานรับรองพินัยกรรม ไม่มีผลให้ข้อกำหนดพินัยกรรมยกที่ดินแก่จำเลยเป็นโมฆะ จำเลยมีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรม
คำพิพากษาฎีกาที่1216/2540 ส. ผู้ทำพินัยกรรมฉบับพิพาทลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยาน 3 คน ซึ่งพยานทั้งสามคนลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของ ส.ไว้เป็นการทำพินัยกรรมถูกต้องตามแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 แล้ว แม้จะไม่มีลายมือชื่อผู้เขียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1671 แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1705 ก็มิได้กำหนดให้ตกเป็นโมฆะ ฉะนั้น พินัยกรรมฉบับพิพาทจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย กรณีไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าหากผู้รับประโยชน์อยู่ด้วยในขณะทำพินัยกรรมจะมีผลให้พินัยกรรมนั้นตกเป็นโมฆะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *