สร้าง Phenomenon ของตัวเอง

สร้าง Phenomenon ของตัวเอง

โดย แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ [1-7-2008]

เกริ่นไว้ใน “บิสิเนสไทย” ฉบับที่แล้ว ถึง Commart Phenomenon ที่สร้างยอดขายเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจตกต่ำได้สำเร็จ โดยปัจจัยสำคัญๆ ก็น่าจะมาจากตัวเทคโนโลยีเองที่เปลี่ยนไปมาจนมีฐานลูกค้าระดับ Mass ที่กว้างกว่าในอดีตหลายร้อยหลายพันเท่า
ตลาดไอทีจึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการปรับตัวเพื่ออยู่รอด เพราะทุกวันนี้สินค้าไอทีพยายามลดวงจรของสินค้าตัวเองลงเรื่อยๆ เพื่อกระตุ้นให้ตลาดมีสินค้าใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา และในขณะเดียวกันก็หาช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อสร้างยอดขายและทำโปรโมชันเพื่อดึงกำลังซื้อกลับมา

ความกังวลใจ ความไม่แน่ใจ และผลกระทบเชิงจิตวิทยาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจึงไม่ใช่ตัวแปรใหญ่ที่สุดสำหรับธุรกิจ เพราะ Commart Phenomenon หรือ “ปรากฏการณ์คอมมาร์ต” ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างโอกาสจากภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น

ภาคธุรกิจจึงจำเป็นต้องหาทางปรับตัวอยู่เสมอ เพราะภาวะวิกฤตนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ และไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางความสำเร็จ โดยในรอบ10-20 ปีที่ผ่านมาก็มีภาวะวิกฤตเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน ซึ่งแต่ละครั้งนั้นเราก็สามารถฟันฝ่ามาได้สำเร็จทุกครั้ง

ผมเชื่อว่าโลกธุรกิจก็ไม่ต่างจากโลกอื่นๆ เช่นโลกกีฬาที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก ดูเทนนิสก็น่าจะเห็นได้ชัดที่แชมป์เก่าแพ้ตกรอบเป็นว่าเล่น ยิ่งเป็นฟุตบอลยูโร 2008 ยิ่งเห็นได้ชัดเพราะจนถึงวันนี้ประเทศตัวเต็งทั้งหลายก็ทยอยตกรอบไปเรื่อยๆ

ความพ่ายแพ้ในเกมกีฬา เป็นสิ่งที่นักกีฬาอาชีพหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับความผันผวนในโลกธุรกิจก็ไม่มีใครหนีพ้น เปรียบเหมือนฝนตก พื้นดินก็ต้องเปียกแฉะ ซึ่งตัวเราเองก็ต้องเตรียมรับฝนกันเอาเอง

สภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ จึงยังมีทางออกเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าตัวเราเองเตรียมพร้อมแค่ไหน เหมือนกับคอมมาร์ตที่สร้างความเชื่อให้ผู้บริโภคว่าสามารถซื้อของดี ของถูก ได้ของแถม และมีให้เลือกครบทุกรุ่นทุกยี่ห้อในงานเดียว

ปรากฏการณ์เดียวกันนี้ คล้ายๆกับที่เกิดขึ้นกับผมในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ที่จำเป็นต้องไปติดต่องานด้านธุรกิจซอฟต์แวร์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเดินทางได้ยากลำบากมากเพราะหาตั๋วเครื่องบินไม่ได้เลยเนื่องจากเต็มไปด้วยแฟนบอลยูโร 2008

มหกรรมลูกหนังที่แฟนบอลทั่วโลกรอดูงานนี้จัดขึ้นในประเทศสวิสและออสเตรีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วม และแน่นอนว่ามีแฟนบอลชาวไทยไปร่วมชมอย่างคับคั่ง หลายๆ ครอบครัวยกโขยงไปทั้งพ่อ แม่ ลูก หมดค่าใช้จ่ายไปร่วมล้านก็ยอม

ที่น่าคิดก็คือมีหลายครอบครัวทั่วโลกที่คิดแบบนี้ และร่วมไปเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ ทั้งๆ ที่ในแต่ละเกม จะมีผู้เข้าชมการแข่งขันสดๆ ได้แค่ 40,000 – 50,000 คนเท่านั้น แต่จำนวนแฟนบอลที่เข้าไปเชียร์ในประเทศทั้งสองนี้มีจำนวนหลายล้านคน

คำตอบอยู่ที่ “บรรยากาศ” ที่เกิดขึ้น แม้จะมีการทอดถ่ายสดในฟรีทีวีทุกแมตช์ในหลายๆประเทศ เพราะการที่ทั้งสองเมืองเต็มไปด้วยแฟนบอล และความคึกคักของกองเชียร์ประเทศต่างๆ แฟนบอลทั่วโลกจึงอยากเข้าไปมีส่วนร่วม แม้จะไม่ได้เข้าไปในสนามทุกแมตช์ก็ตาม

ฟุตบอลยูโร 2008 จึงเป็นปรากฏการณ์อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ทำให้ออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ มีเม็ดเงินสะพัดที่ได้จากแฟนบอลทั่วโลกมหาศาล ที่พร้อมจะจ่ายเงินเพื่อซื้อความรู้สึกและบรรยากาศในการเชียร์ทีมโปรดของตัวเอง

ธุรกิจในวันนี้จึงต้องหาทางสร้าง Phenomenon ของตัวเองให้ได้ ด้วยการพลิกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และปรับตัวเองในหลายๆ มิติ ทั้ง Positioning, Marketing Mix ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางให้ผู้อ่านทุกท่านได้สร้าง “ปรากฏการณ์” ของตัวเองขึ้นเพื่อหาทางฝ่าวิกฤตในวันนี้ไปให้ได้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *