สร้างพลังใจ สร้างความสดใส สร้างความสุข

สร้างพลังใจ สร้างความสดใส สร้างความสุข
Money Pro : วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2551
เมื่อทำงานหนัก เมื่อเกิดความท้อถอย เมื่อมีปัญหา สิ่งที่จะช่วยให้ท่านออกจากปัญหาได้คือพลังใจ ในวันนี้ จึงขอแนะนำหนังสือที่ช่วยในการสร้างพลังใจ และสร้างความสุขพร้อมกัน 3 เล่ม คือ “วิธีสร้างสุขทุกวัน” ของท่านพุทธทาสภิกขุ “เพื่อความสุขใจ” ของวศิน อินทสระ และ “ชีวิตสดใส พลังใจต้องเข้มแข็ง” ของนายแพทย์เทอดศักดิ์ เดชคง
“วิธีสร้างสุขทุกวัน” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สุขภาพใจ ราคา 150 บาท เป็นหนังสือรวมเล่มชุด “ความสุข” ที่ได้คัดสรรจากธรรมบรรยาย ของท่านอาจารย์พุทธทาส ที่เกี่ยวกับความสุขไว้ 5 ตอน ตอนแรกคือ “ความสุขในทุกอิริยาบถ” กล่าวถึง การมีความสุขกับการทำหน้าที่ โดยคำว่า “ธรรมะ” แปลว่า หน้าที่ ถ้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี ก็จะมีความพอใจ อิ่มอกอิ่มใจ เปรียบเสมือนเป็นสวรรค์ มีความสุขทุกอิริยาบถ ถ้าทุกคนปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดี บ้านเรือน และสังคมก็จะมีสันติสุขสันติภาพ
ตอนที่สอง “ความอิ่มใจ” กล่าวถึง ใจของเราว่ามีความหิวอยู่เสมอ เช่น หิวความเด่น หิวที่จะให้ทุกคนยอมแพ้เรา ยอมนับถือบูชาเรา พุทธศาสนาสอนให้รู้จักความอิ่ม เป็นความอิ่มทางจิตวิญญาณ ด้วยการหยุดความกระหาย เมื่อใจอิ่ม ปัญหาก็หมดไป
ตอนที่สาม “เติมความสุขลงในชีวิต” ด้วยการประพฤติตนให้ถูกต้องทางกาย วาจา และใจ โดยการไม่ทำให้ผู้ใดหรือฝ่ายใด ต้องเป็นทุกข์ เดือดร้อน ทำทุกอย่างด้วยสติปัญญา ชีวิตจะเติมเต็มต้องเติมด้วยธรรมะ ให้รู้ว่าปฏิบัติธรรมะอย่างไร จึงจะไม่เป็นทุกข์ ชีวิตที่เติมธรรมะให้เต็ม เป็นชีวิตที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์อย่างสูงสุด
ตอนที่สี่ “ยอดแห่งความสุข” สุขที่เป็นรากฐานคือความไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น สุขในชั้นกลางคือ การคายการยึดถือเอาด้วยความกำหนัดรักอันมีอยู่ในสิ่งยั่วยวนในโลกนี้ (ความอยากและราคะ) และสุขที่เป็นสุดยอด คือ สุขอย่างอนัตตา คือความไม่มีตน คืออยู่ด้วยการที่รู้ว่า ในโลกนี้ปราศจากสภาพที่เป็นตัวตน จึงไม่ยึดมั่นถือมั่น
และตอนที่ห้า “การใช้อานาปานัสสติให้เป็นประโยชน์ในบ้านเรือน” ใช้ลมหายใจขับไล่ความรู้สึกเลวร้ายและความกลัดกลุ้มออกไป ขับไล่ความรู้สึกโศกเศร้าออกไป ขับไล่ความเจ็บไข้ออกไป ขับไล่ความเหนื่อยและทำให้นึกได้ จำได้ หาทางแก้ปัญหาได้ พักผ่อนด้วยการทำลมหายใจให้สงบ ให้เป็นสมาธิ พุทธบริษัท แปลว่าผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน การใช้อานาปานัสสติ จะทำให้รู้ในเรื่องที่ควรรู้ และตื่นจากความโง่ ความอวิชชา จึงเป็นผู้สดชื่น ผู้เบิกบาน
นอกจากนี้ ในหนังสือยังมีแผ่นซีดีเพลงธรรมะแถมให้ด้วยค่ะ
เล่มที่สอง “เพื่อความสุขใจ” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ธรรมดา ราคา 55 บาท พิมพ์มาแล้ว 28 ครั้ง เป็นข้อเขียนที่อ่านง่ายๆ นำไปปฏิบัติได้ง่าย เพียงอ่านชื่อบทก็ได้ประโยชน์แล้วค่ะ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก “เพื่อความสุขใจ” มี 14 บท คือ ทำงานอยู่เสมอ อย่าเอาเรื่องกับสิ่งเล็กน้อย อย่าเป็นทุกข์ล่วงหน้า ต้อนรับสิ่งที่หนีไม่พ้นด้วยความสงบ อย่ายอมเป็นทาสของอดีต หัดวิเคราะห์ทุกข์ ค้นหาต้นเหตุแห่งทุกข์แล้วกำจัดเสีย ทำจิตให้เป็นอิสระ ไม่ตกเป็นทาสของมายาธรรม ตระหนักแน่ว่าสิ่งทั้งปวงเป็นไปตามเหตุปัจจัย ความเป็นผู้มีเหตุผล การเล็งเห็นคุณและโทษของสิ่งที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง พยายามมองบุคคลและเหตุการณ์ต่างๆ ในแง่ดีตามสมควร การทำจิตใจให้สงบโดยวิธีสมาธิหรือสมถภาวนา และการทำจิตใจให้สงบโดยวิธีวิปัสสนา
ส่วนที่สอง “การสร้างคุณภาพชีวิตและการงานที่ดี” มี 4 บทคือ ความอ่อนน้อมถ่อมตนและนิยมยกย่องผู้อื่น การรู้จักตัดตอน กล้าต่อสู้ความทุกข์ยาก รู้จักช่วยเหลือตัวเองและพึ่งตัวเองก่อน
ส่วนที่สาม “เพื่อสุขภาพจิตที่ดี” มี 10 บท คือ คิดถึงความไม่เที่ยงอยู่เสมอ คิดถึงความไม่มีตัวตนของสิ่งทั้งปวง ระลึกไว้เสมอซึ่งความเป็นปฏิกูล หมั่นพิจารณาให้เห็นโทษของกาย ตั้งจิตไว้เพื่อละความตรึกในกาม (กามวิตก) คิดไปทางคลายความคิด (วิราคสัญญา) เห็นว่าไม่มีอะไรยินดีในโลกทั้งปวง พิจารณาว่าไม่น่าปรารถนาในสังขารทั้งปวง พิจารณาลมหายใจเข้า-ออก (ทำอานาปานัสสติ)
จะเห็นว่าในส่วนของการดูแลสุขภาพจิตนั้น มีหลักการคล้ายกับในธรรมบรรยายของท่านพุทธทาสค่ะ
เล่มสุดท้ายที่จะแนะนำในวันนี้คือ “ชีวิตสดใส พลังใจต้องเข้มแข็ง” ราคา 98 บาท จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน โดยนายแพทย์เทอดศักดิ์ เดชคง ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การรักษาคนไข้ออกมาเป็นหนังสืออ่านง่าย มีตัวอย่างที่ใกล้ตัว รวม 30 บท
ใน “บทชีวิตที่ (พอจะ) เลือกได้” จะพูดถึงการได้รับมอบหมายงานที่มีความยากลำบากว่าคนส่วนหนึ่งจะมองเห็นว่า ได้งานสำคัญก็ดีแล้ว จะได้แสดงฝีมือให้ประจักษ์ไปเลย ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมองว่างานนี้น่ากังวลใจ เพราะไม่รู้จะพบอุปสรรคอะไรบ้าง และมีกลุ่มหนึ่งมองว่าน่าเบื่อ เจอแต่เรื่องแบบนี้ คุณหมอบอกว่า เราเลือกที่จะมองได้ โดยเป้าหมายสำคัญอยู่ที่จะมองงานอย่างไรให้ตัวเองทำงานได้ดีขึ้น
คุณหมอแนะนำอีกว่า หากเลือกไม่ได้ว่าจะทำงานนั้นๆ หรือไม่ ก็ควรจะเลือก “มอง” ในสิ่งที่เกิดประโยชน์มากกว่า คือเลือกมองว่า งานนั้นมีความสำคัญ มากกว่าจะมองว่า งานนั้นยาก เพราะถ้าสำคัญ ก็จะน่าทำค่ะ
ในบทที่สองซึ่งชื่อตรงกับชื่อหนังสือ “ชีวิตสดใส พลังใจต้องเข้มแข็ง” คุณหมอแนะนำว่า พลังใจต้องมีไว้ อย่าให้ขาด โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคที่แก้ไขไม่ได้ง่ายๆ หรือต้องใช้เวลาแก้ไขนาน และกล่าวว่า พลังใจเกิดได้หลายวิธี อาจเกิดจากมีคนใส่ใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อาจเกิดจากวิธีคิดที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ หรือการมองว่าปัญหาจะค่อยๆ คลี่คลาย ก็ทำให้เกิดพลังใจขึ้นได้มาก
ว่างๆ ลองหามาอ่านกันนะคะ ช่วงที่เศรษฐกิจและการเมืองยุ่งๆ อย่างนี้ พลังใจต้องเข้มแข็งค่ะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *