สมาธิสั้น – ความทุกข์ยาว

ปุจฉา
สมาธิสั้น – ความทุกข์ยาว
ลูกสาวของดิฉันเป็นโรคสมาธิสั้น จึงอยากเรียนถามพระคุณเจ้าค่ะว่า
1. กรรมใดส่งผลให้เค้าต้องเกิดมาเช่นนี้
2. มีธรรมะข้อใดบ้างไหมคะที่จะสามารถช่วยให้ลูกสาวหายจากโรคที่เป็นได้
3. ถ้าอยากทำบุญให้แก่ลูกสาวจะต้องทำด้วยวิธีไหน หรือจะต้องให้ลูกสาวทำบุญอย่างไรคะ (ขณะนี้เขาอายุได้ 3 ขวบค่ะ)
4. ดิฉันทราบมาว่าการนั่งสมาธินั้นเป็นยาสุดวิเศษในการรักษาอาการสมาธิสั้น แต่มีปัญหาตรงที่ดิฉันเองยังขาดปัญญาในการฝึกสมาธิแก่ลูกสาว พระคุณเจ้าพอจะแนะนำวิธีฝึกสมาธิสำหรับเด็กให้แก่ดิฉันได้บ้างไหมคะ

วิสัชนา

(๑) เท่าที่ทราบ (ซึ่งหมายความว่า อาจมีบางเรื่องที่ผู้เขียนไม่ทราบ และบางทีอาจมีตัวอย่างที่ดีกว่าที่จะเล่าต่อไปนี้) ในสมัยพุทธกาล มีพี่น้องสองคนมีความศรัทธาในพุทธศาสนา จึงพากันออกบวช คนพี่บวชได้ไม่นาน ก็ได้บรรลุอรหัตผลเป็นพระอรหันต์ ส่วนคนน้องแม้บวชมาได้หนึ่งพรรษาแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีความคืบหน้าในทางธรรมเลย พระพี่ชายได้มอบกวีนิพนธ์บทหนึ่งซึ่งมีสี่บาท (สี่บรรทัด) ให้ท่อง พระน้องชายใช้เวลาท่องกวีนิพนธ์ธรรมะบทนี้อยู่ถึงสามเดือนตลอดพรรษาก็จำไม่ได้ ท่องข้างหน้าก็ลืมข้างหลัง ท่องข้างหลังก็ลืมข้างหน้า เมื่อไม่มีความก้าวหน้าในการศึกษาอย่างนี้ พระพี่ชายก็เลยบอกว่า น้องชายไม่มีอนาคตในทางศาสนาแล้ว พระน้องชายน้อยใจมาก จึงตัดสินใจจะไปกระโดดหน้าผาตาย แต่พระพุทธเจ้าทรงทราบการตัดสินใจของเธอเสียก่อน จึงเสด็จไปดักขวางทางเอาไว้ เมื่อทรงถามทราบความจริงแล้ว จึงมีพุทธดำรัสว่า “คนที่ท่องจำอะไรไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่า เป็นคนหมดอนาคตในศาสนาของพระองค์” เมื่อทรงให้กำลังใจแล้ว จึ01งทรงมอบ “ผ้าเช็ดมือ” สีขาวให้เธอผืนหนึ่ง ทรงกำชับว่า ให้นำผ่าเช็ดมือนี้ไปพิจารณา พร้อมทั้งบริกรรมว่า “รโชหรณํๆ” (ระ-โช-หะ-ระ-นัง) ครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อพิจารณาไป พระจูฬปันถกสังเกตเห็นว่า ผ้าเช็ดมือสีขาวกลายเป็นสีดำคล้ำไปด้วยเหงื่อไคลของตน จึงเกิดการเรียนรู้ขึ้นมาด้วยตัวเองว่า “จิตของคนเรานั้น ผ่องใสมาแต่เดิม แต่เศร้าหมองไปในภายหลังเพราะกิเลสจรมาครอบงำ” ด้วยการเกิดโพธิปัญญาเช่นนี้เอง ไม่ทันข้ามวัน ท่านก็พลันได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ไม่แต่เพียงเท่านั้น เมื่อเป็นพระอรหันต์แล้ว ยังมีฤทธิ์พิเศษเป็นของแถม สามารถล่องหนหายตัว เนรมิตตนเองเป็นพระนับพันๆ รูป เต็มวัดให้คนตื่นเต้นเล่นก็ยังได้อีกต่างหาก
ต่อมาเมื่อเรื่องนี้ ทราบไปถึงหมู่พระภิกษุ จึงต่างโจษขานกันขึ้นมาว่า พระจูฬปันถกเคยทำกรรมอันใดหนอ จึงกลายเป็นพระหัวทึบ สมาธิสั้น ความจำไม่ดี แต่พอได้พบครูดีอย่างพระพุทธเจ้าแล้ว กลับสามารถเป็นอริยบุคคลขึ้นมาได้ภายในวันเดียว
พระพุทธองค์ทรงตอบคำถามนี้ว่า สาเหตุที่พระจูฬปันถกหัวทึบ สมาธิสั้น นั้น เป็นเพราะในอดีตชาติเธอเคยเป็นนักเรียนร่วมชั้นกับเพื่อนๆ อีกหลายคน ในบรรดาเพื่อนๆ เหล่านั้น มีอยู่คนหนึ่งเป็นเด็กสมาธิสั้น ความจำไม่ดี ครูให้ท่องจำอะไรก็ทำไม่ได้ ตอบปัญหาผิดๆ อยู่เสมอ เมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นตอบปัญหาผิด ความจำสั้น เธอมักจะหัวเราะเยาะเพื่อนคนนั้นด้วยเห็นเป็นเรื่องขำขันอยู่เสมอ
กรรมที่เกิดจากการ “หัวเราะเยาะคนอื่น” นั่นเอง ทำให้ชาตินี้ เธอจึงกลายมาเป็นเด็กสมาธิสั้น ความจำไม่ดี แต่เหตุที่เธอกลายเป็นพระอรหันต์ได้ภายในวันเดียวก็เพราะเธอได้พบกัลยาณมิตรชั้นยอดอย่างพระพุทธเจ้านั่นเอง
เรื่องที่เล่ามานี้ ไม่แน่ใจว่า พอจะเทียบเคียงกับกรณีลูกของคุณได้หรือไม่ ลองฟังไว้เป็นความรู้ประดับสติปัญญาก็แล้วกัน อย่างไรก็ตาม อย่าสรุปว่า โรคสมาธิสั้นที่เกิดกับลูกของคุณเป็นผลของกรรมเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาเหตุปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย และคุณก็ไม่ควรท้อใจ เพราะ “มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้”
(๒) หลักธรรมที่พอจะช่วยได้ก็คือ เมื่อคุณตระหนักอย่างชัดเจนว่าเขาสมาธิสั้น ก็ไม่ควรคาดหวังว่าเขาจะเป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ปัญญาเชิงวิชาการเหมือนคนทั่วไป เนื่องจากช่วงความจำข้อมูลของเขาสั้น ดังนั้น ควรส่งเสริมเขาให้หันมาเอาดีในทางปฏิบัติแทน เช่น ที่พระพุทธเจ้าไม่ขอให้พระจูฬปันถกท่องหนังสือซึ่งเป็นความถนัดเชิงวิชาการ แต่ทรงให้เธอลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จนเกิดปัญญาขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
หลักการสอนคนทั่วไปซึ่งมีความจำปกตินั้น มีอยู่ว่า ให้ส่งเสริมให้เขามีความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่สำหรับเด็กพิเศษสมาธิสั้นให้ส่งเสริมทางด้านปฏิบัติการ กล่าวคือ การให้เด็กได้ศึกษาจากประสบการณ์ตรง ซึ่งในทางจิตวิทยาการศึกษาเราเรียกว่า เป็นการศึกษาแบบให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง หรือ learning by doing โธมัส อัลวา เอดิสัน ก็เป็นเด็กในลักษณะเช่นนี้ เขาจึงชอบเรียนรู้ด้วยการทดลองไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกได้เหมือนกัน
(๓) คนเรานั้น เกิดมาในโลกนี้พร้อมศักยภาพพิเศษกันทุกคน คุณจึงไม่ควรท้อแท้ในการที่จะ “ร่วมเรียนรู้” กับลูกสาวของคุณ ลูกของคุณไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนลูกของเพื่อนบ้าน แต่เขาอาจเก่งในเส้นทางของเขาเองโดยมีคุณเป็นผู้คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ขอให้ถือคติการมองโลกในแง่ดีดังต่อไปนี้ แล้วจะทำให้คุณมีความหวังกำลังใจยิ่งขึ้น
“ดอยอินทนนท์ ก็ไม่จำเป็นต้องสูงเทียมภูเขาไฟฟูจิ และดอกบานไม่รู้โรยก็ไม่จำเป็นต้องสวยเทียมดอกกกุหลาบ เราเป็นอย่างที่เราเป็นให้ดีที่สุด นั่นก็ถือว่า ประสบความสำเร็จแล้ว”
เป็นอันว่า คำถามข้อที่ ๑- ๓ ผู้เขียนนำมาตอบรวมกันหมดแล้ว คุณลองอ่านคำตอบนี้หลายๆ ครั้งแล้วจะพบว่า วิธีการเลี้ยงลูกของคุณนั้นไม่ยากเลย และบางทีคุณควรจะมองโลกในแง่ดีเพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่งด้วยว่า ลูกของเราอาจเป็นอัจฉริยบุคคลในอนาคตก็ได้ ใครจะไปรู้ ส่วนวิธีการฝึกสมาธิง่ายๆ ก็คือ เมื่อคุณทำงานทุกอย่าง ขอให้เติม “สติ” คือ ความรู้สึกตัวลงไปในงานนั้นเสมอไป แล้วสมาธิจะดีขึ้นในไม่ช้า

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *