สถานที่ไหนที่ไม่ควรอยู่คนเดียว

สถานที่ไหนที่ไม่ควรอยู่คนเดียว

บ่อยครั้งเหลือเกินที่เราได้อ่านข่าวคราวทางหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ และกว่า 80% ของผู้เคราะห์ร้าย ส่วนใหญ่ระหว่างที่ประสบเหตุนั้นจะเป็นช่วงที่ผู้เคราะห์ร้าย “อยู่คนเดียว” …
แน่นอนว่า เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเมื่อไหร่ที่เราอาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านั้น … คงเป็นการดีถ้าเราจะรู้เท่าทันมิจฉาชีพเหล่านี้ และระแวดระวังไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงใช่ไหมคะ
ดังนั้นวันนี้พี่เหมี่ยวก็มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ “สถานที่ที่น้องๆ ไม่ควรอยู่คนเดียว” มาฝากน้องๆ กันค่ะ
>>> ขึ้นแท็กซี่คนเดียว :: แท็กซี่เดี๋ยวนี้มีทั้งดีและร้านปะปนกัน ถ้าน้องๆ เห็นวี่แววแล้วว่าไม่น่าไว้วางใจ ให้น้องๆ ระวังตัวไว้เลยนะคะ วิธีของคนขับที่ไม่ประสงค์ดีคือการพยายามปล่อยสารหรือยาบางอย่างซึ่งเค้าจะทาไว้ที่มือให้แอร์เป่ามาด้านหลัง ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารเกิดการมึนงงและสลบไปได้
สิ่งที่น้องๆ ควรทำคือ ควรจำทะเบียนรถที่ขึ้น และควรเลือกนั่งเบาะหลังคนขับชิดประตูขวา เวลาลงก็ให้ลงที่ประตูซ้ายเพราะจะยากต่อการที่คนขับจะเข้ามาจู่โจมเราได้ค่ะ และที่สำคัญน้องๆ อย่าเผลอหลับบนรถแท็กซี่เป็นอันขาดเลยนะคะ ถ้าเห็นท่าไม่ดีให้รีบลงจากรถทันทีเลยค่ะ

>>> ขึ้นลิฟท์ :: ในลิฟท์ที่อำนวยความสะดวกในการขึ้นลงอาคารสูง แม้เพียงชั่วพริบตาเดียวน้องๆ ก็ไม่ควรประมาทนะคะ เพราะผู้โดยสารร่วมลิฟท์ในยามวิกาลอาจจะเป็นผู้ร้ายที่ทำมิดีมิร้ายเราก็ได้ ยิ่งเป็นลิฟ์ที่อยู่ในอาคารสูงมากๆ ก็จะเป็นการเปิดโอกาสทำให้ผู้ร้ายมีเวลาปฏิบัติการมากขึ้นค่ะ
สำหรับน้องๆ ที่มีความจำเป็นต้องใช้ลิฟท์ในยามวิกาลนั้น พี่เหมี่ยวแนะนำให้น้องๆ พยายามหาเพื่อนผู้หญิงหรือคนที่ไว้ใจขึ้น – ลง ลิฟท์เป็นเพื่อน และน้องๆ อย่ายืนชิดประตูลิฟท์เพราะอาจถูกคนร้ายผลักหรือดีงได้ เมื่อประตูลิฟท์เปิดน้องๆ ควรรีบเข้ามายืนในจุดที่ใกล้สวิตซ์กดลิฟท์ที่สุด เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินน้องๆ จะสามารถกดปุ่ม Emergency ขอความช่วยเหลือได้ง่ายค่ะ
>>> ข้างถนน :: ส่วนใหญ่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับผู้หญิง เพราะด้วยนิสัยใจดีเห็นใครเดือดร้อนก็อยากจะให้ความช่วยเหลือ มิจฉาชีพจึงใช้ความใจดีนี้ล่อลวงให้เหยื่อมาติดกับ
สำหรับวิธีป้องกันคือ น้องๆ คิดเสมอว่าสถานการณ์ทีเกิดขึ้นตรงหน้าเรานั้น อาจเป็นความจริงแค่ 50% เท่านั้น ไม่ควรชะล่าใจหรือแก้ไขสถานการณ์นั้นด้วยตัวเอง ควรหาเพื่อนหรือขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างด้วย และถ้าน้องๆ เจอเหตุการณ์ประมาณว่าเด็กหลงทาง ควรพาเด็กไปส่งตำรวจและให้ตำรวจเป็นคนพาไปส่งบ้านน่าจะเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ
>>> ตามห้างสรรพสินค้า :: คนร้ายมักจะสรรหาวิธีใช้กับเหยื่อตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการแอบเอายามาใส่ในอาหารขณะที่เหยื่อเดินไปซื้อน้ำ บ้างก็เอานาแต้มไว้ที่หลอดแล้วเอาหลอดไปวางไว้ที่เดิมตรงที่กดหลอด เมื่อคนมาหยิบหลอดไปใช้ก็จะได้หลอดที่มียาไป พอคนร้ายเห็นว่าเหยื่อเริ่มมีอาการเมาก็จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ และจากนั้นก็จะพาไปปลดทรัพย์หรือข่มขืน
หรือแม้กระทั่งขณะที่ใช้รถเข็นช้อปปิ้ง เมื่อเหยื่อเผลอปล่อยรถเข็นไว้ คนร้ายก็จะนำยามาป้ายตรงราวจับรถเข็น และเมื่อเหยื่อมาจับที่ราวนั้นก็จะทำให้เกิดอาการชา มึนงง และเป็นลม แล้วนั่นก็จะเป็นโอกาสที่คนร้ายจะลงมือกับเหยื่อ
>>> แม้แต่ในที่พักของเราเอง :: ไม่หน้าเชื่อว่าบ้านหรือหอพักจะเป็นอีกสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุร้ายได้ เพราะหลายคนคิดว่าบ้านน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมากที่สุด แต่เมื่อใสที่เหยื่อพักอยู่คนเดียวตามลำพัง คนร้ายอาจสบโอกาสเข้ามาชิงทรัพย์ หรือทำร้ายร่างกายได้
วิธีการป้องกันที่สุดคือ มีความจำเป็นต้องอาศัยหอพัก ควรเลือกหอพักที่อยู่ในเขตชุมชนและมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี ควรตรวจสอบกลอน ประตู หน้าต่างให้ดี และที่สำคัญควรติดตั้งกลอนประตูแบบมีโซ่คล้อง เพื่อไม่ให้คนร้ายบุกเข้ามาทำร้ายในเราถึงในห้องได้ระหว่างที่คุยกัน
และสิ่งที่สำคัญที่สุดน้องๆ ไม่ควรไว้ใครง่ายๆ แม้จะเป็นคนรู้จักก็ตาม ห้องพักที่ดีควรมีตาแมวเพื่อส่องดูก่อนว่ามีใครมาหาเรา หน้าต่างห้องไม่ควรเป็นบานเกล็ดเพราะจะง่ายต่อการตัดเหล็กเข้ามาเปิดกุญแจได้ค่ะ และถ้าเป็นบ้านพักน้องๆ อาจจะเลี้ยงน้องหมาไว้เห่าเฝ้าบ้านก็จะดีไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *