สถานที่น่าสนใจในจังหวัดชลบุรี

สถานที่น่าสนใจในจังหวัดชลบุรี
วัดใหญ่อินทราราม ตั้งอยู่บนถนนเจตน์จำนงค์ในตัวเมืองชลบุรี เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี มีสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนปลาย คือ พระอุโบสถฐานโค้งแอ่นท้องสำเภา ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก เหนือขอบหน้าต่างเป็นภาพเทพชุมนุม ที่ผนังทั้งสองด้านเขียนเรื่องทศชาติชาดก พระเวสสันดรชาดก และยังมี พลับพลาตรีมุข สร้างด้วยไม้ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อสำริดทรงเครื่องกษัตริย์ เรียกกันว่า หลวงพ่อเฉย

หอพระพุทธสิหิงค์ ตั้งอยู่บนถนนวชิรปราการ ในตัวเมือง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์จำลอง (องค์จริงประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ) ทำด้วยเงินบริสุทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงาม และมีขนาดเท่าองค์จริงทุกประการ หล่อขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. ในวันสงกรานต์จะอัญเชิญองค์พระแห่รอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำเพื่อเป็นสิริมงคล

อ่างศิลา เป็นหมู่บ้านประมงริมทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ ๕ กิโลเมตร เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมและหอยแมลงภู่ มีร้านอาหารทะเล และร้านขายสินค้าพื้นเมือง ที่ขึ้นชื่อได้แก่ ครกหิน ซึ่งชาวจีนแต้จิ๋วซึ่งอพยพเข้ามาหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นผู้ริเริ่มนำหินเนื้อละเอียดที่มีอยู่มากมายแถบอ่างศิลามาแกะสลัก ปัจจุบันมีการแกะสลักเป็นลูกนิมิต ช้าง ม้า สิงห์ และตุ๊กตาตกแต่งสวน นอกจากนี้อ่างศิลายังเคยเป็นสถานตากอากาศชายทะเลเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีตำหนักที่ประทับริมทะเลสมัยรัชกาลที่ ๕ สถาปัตยกรรมแบบยุโรป ให้เห็นอยู่

เขาสามมุข สัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัดชลบุรี เป็นเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลา และหาดบางแสน เชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุข ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป บริเวณเขาสามมุขมีลิงป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หากขับรถไปขึ้นไปบนเขาจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลบางแสนได้สวยงาม

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล อยู่ติดกับมหาวิทยาลัยบูรพา ก่อนถึงชายหาดบางแสน มีเนื้อที่ ๓๐ ไร่ ภายในแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ซึ่งมีสัตว์ทะเลนานาชนิดจัดแสดงไว้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันจันทร์ เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น. วันหยุดราชการเปิดถึง ๑๗.๐๐ น. สาธิตดำน้ำให้อาหารปลาเวลา ๑๔.๓๐ น. วันหยุดเพิ่มรอบ ๑๐.๓๐ น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๓๐ บาท เด็ก ๑๕ บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ ๑๐๐ บาท เด็ก ๕๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. ๐ ๓๘๓๙ ๑๖๗๑-๓

หาดบางแสน อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรี ๑๔ กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท ตรงหลัก กม. ๑๐๔ เข้าไป ๓ กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยที่มีชื่อเสียงมาช้านาน มีถนนตัดเลียบชายหาด ซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านอาหารและที่พัก มีเก้าอี้ผ้าใบสำหรับพักผ่อนรับประทานอาหารใต้ร่มเงาทิวมะพร้าว มีห่วงยางว่ายน้ำ บาบาน่าโบ๊ต จักรยานให้เช่า และห้องอาบน้ำจืด ทุกวันหยุดจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทย เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯจึงสามารถมาเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับได้
การเดินทางจากกรุงเทพฯ มีรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-บางแสน ออกจากสถานีขนส่งเอกมัยทุกวัน หรือ ขึ้นรถสายกรุงเทพฯ-ชลบุรี ลงที่สี่แยกเฉลิมไทยในตัวเมืองชลบุรีแล้วต่อรถสองแถวไปยังหาดบางแสน

ตลาดหนองมน อยู่ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากทางแยกเข้าหาดบางแสนประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นแหล่งรวมของกินของฝากจากเมืองชล ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสดและแปรรูป เช่น ปลาเค็ม ปลาแห้ง กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง กะปิ น้ำปลา อาหารพื้นถิ่น เช่น ห่อหมก ทอดมัน แจงลอน และขนมหวานนานาชนิด เช่น ข้าวหลาม ขนมจาก ขนมไทยต่าง ๆ

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๓ ตำบลเสม็ด มีเนื้อที่ประมาณ ๓๐๐ ไร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่น่าสนใจ โดยทางศูนย์ฯ ได้จัดทำสะพานไม้ยาวประมาณ ๒,๓๐๐ เมตร เพื่อให้เดินชมธรรมชาติในป่าชายเลนที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุดของระบบนิเวศน์ป่าชายเลน มีหอดูนก มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ อาทิ ต้นโกงกาง เสม็ด แสม ลำพู เป็นต้น ตลอดจนสัตว์น้ำ อาทิ ปูก้ามดาบ ปูพันธุ์ใหม่ “หยกฟ้า” และนกกินปลานานาชนิดจำนวนมาก และบริเวณด้านหน้าของศูนย์ฯ ได้ทำเป็นสวนสุขภาพไว้ด้วย อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๑๐ บาท เด็ก ๕ บาท เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๘.๓๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. ๐ ๓๘๓๙ ๘๒๖๘-๙, ๐ ๑๗๑๓ ๙๖๘๓
การเดินทาง ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท จากตัวเมืองชลบุรีใช้เส้นทางเดียวกับไปองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ตรงไปจนสุดทาง ประมาณ ๔ กิโลเมตร

สวนเสือศรีราชา อยู่ห่างจากตลาดศรีราชา (ทางไปโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา) ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๑ ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนสัตว์ มีฟาร์มเพาะเลี้ยงเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลกว่า ๒๐๐ ตัว รวมทั้งฟาร์มจระเข้ และสัตว์อื่น ๆ อีกนานาชนิด นักท่องเที่ยวจะได้ชมการอยู่ร่วมกันของเสือกับหมูและสุนัข มีการแสดงการจับจระเข้ ละครสัตว์ การแข่งขันหมูวิ่ง ราชินีแมงป่อง สวนเสือศรีราชาเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๑๐๐ บาท เด็ก ๕๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๓๐๐ บาท เด็ก ๑๕๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. ๐ ๓๘๒๙ ๖๕๕๖-๘ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๓๔ ๗๘๔๑, ๐ ๒๙๓๔ ๖๖๗๖

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพระ ในเนื้อที่ประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ สามารถเดินทางเข้าถึงได้ ๒ เส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิทไปประมาณ ๑๙ กิโลเมตร ผ่านอ่างเก็บน้ำและสนามกอล์ฟบางพระ หรือจากทางหลวงหมายเลข ๓๖ จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ สวนสัตว์แห่งนี้ดำเนินการโดยองค์การสวนสัตว์ มีสัตว์ป่าต่าง ๆ จากแถบเอเชียและแอฟริกา ให้ชมมากกว่า ๒๐๐ ชนิด นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นหรือนั่งรถชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๕๐ บาท เด็ก ๑๕ บาท และมีการแสดงความสามารถของสัตว์ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐-๑๖.๐๐ น. เช่น เหยี่ยวโฉบเหยื่อ นกมาคอว์ปั่นจักรยาน เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมชมสัตว์ตอนกลางคืน หรือ ไนท์ซาฟารี ทุกวัน ระหว่างเวลา ๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ น. ซึ่งจะพบเห็นพฤติกรรมของสัตว์ที่หากินยามกลางคืน เช่น ละอง ละมั่งฝูงใหญ่ วัวแดง กระทิง หมีขอ นกแสก สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. ๐ ๓๘๒๙ ๘๑๙๕, ๐ ๓๘๒๙ ๘๒๗๐

เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ และเป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ ชุมชนเกาะสีชังอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง) และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถสามล้อเครื่องหรือสกายแล็ปไปยังจุดอื่น ๆ บนเกาะสีชัง
จุดท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง ได้แก่
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจน
มณฑปรอยพระพุทธบาท อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ ๕ ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ บนยอดเขาเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลได้โดยรอบ
ช่องเขาขาด ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ ๕
พระจุฑาธุชราชฐาน ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง ถัดขึ้นไปเป็นตึกวัฒนา พระตำหนักทรงปั้นหยา เรือนไม้ลวดลายขนมปังขิง ตึกผ่องศรีหรือศาลาแปดเหลี่ยม ตึกอภิรมย์ และวัดวัดอัษฎางค์นิมิตรบนยอดเขาซึ่งก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก ส่วนพระราชวังซึ่งทำด้วยไม้สักได้รื้อไปก่อสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆ ที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ได้แก่ สระน้ำ บ่อน้ำ สะพานท่าเทียบเรือ และประภาคาร
หาดถ้ำเขาพัง ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ เป็นชายหาดกว้าง สะอาดและสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ
การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างกันพอสมควร จะสะดวกมากหากจะเช่ารถสามล้อเครื่องจากท่าเทียบเรือไปชมสถานที่ต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ ค่าเช่ารถสามล้อเครื่อง คิดเป็นรอบ ๆ ละประมาณ ๑๕๐-๒๕๐ บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและระยะทาง
การเดินทาง จากกรุงเทพฯไปเกาะสีชัง ขึ้นรถจากสถานีขนส่งเอกมัยไปศรีราชา โดยลงรถที่หน้าห้าง
บริเวณท่าเรือเกาะลอยศรีราชา ถนนเจิมจอมพลในอำเภอศรีราชา มีเรือโดยสารไปเกาะสีชังทุกวัน ระหว่างเวลา ๐๗.๐๐-๒๐.๐๐ น. ออกทุก ๆ ชั่วโมง ใช้ระยะเวลาประมาณ ๔๕ นาที อัตราค่าโดยสาร คนละ ๔๐ บาท และจากเกาะสีชังมีเรือบริการข้ามมายังฝั่งศรีราชา ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. มีเรือออกทุก ๆ ชั่วโมง รายละเอียดสอบถาม เรือสีชังพาเลซ โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๒๗๖-๘๒ หรือ เรือแสงประทีปบริการ โทร. ๐ ๓๘๓๑ ๓๖๘๗

อันเดอร์วอเตอร์ เวิล์ด ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท-หนองปรือ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ปลาทะเลในด้านอ่าวไทย นักท่องเที่ยวสามารถเดินลอดผ่านอุโมงค์แก้วใส เห็นปลาประเภทต่าง ๆ ที่ว่ายอยู่รอบ ๆ ได้ถึง ๑๘๐ องศา ตัวอุโมงค์มีความยาว ๑๐๕ เมตร โดยแบ่งออกเป็น ๓ โซน โซนแรก ได้แก่ โซนปะการัง มีปลาสวยงามที่หาดูได้ยาก เช่น ปลาสินสมุทร ปลาพยาบาล ปลาผีเสื้อ โซนที่สอง ได้แก่ โซนปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน และ โซนที่สาม ได้แก่ โซนเรืออับปาง มีปลาประมงประเภทต่าง ๆ เช่น ปลาเก๋า ปลาจะระเม็ด นอกจากนี้ยังมีการแสดงให้อาหารสัตว์ทะเลทั้งบนผิวน้ำ และดำลงไปให้อาหารใต้น้ำเป็นรอบ ๆ ในแต่ละโซน สถานที่แห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๘.๐๐ น. (ปิดจำหน่ายตั๋ว ๑๗.๓๐ น.) อัตราค่าเข้าชม นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๑๘๐ บาท เด็ก ๑๒๐ บาท (เด็กต่ำกว่า ๙๐ ซม. ฟรี) ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๓๖๐ บาท เด็ก ๑๘๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๓๘๗๕ ๖๘๗๙ โทรสาร ๐ ๓๘๗๕ ๖๘๗๙

บ้านสุขาวดี ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๑๙ หมู่ ๒ ถนนสุขุมวิท เป็นบ้านของ ดร. ปัญญา โชติเทวัญ ในวันจันทร์-ศุกร์จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะบริเวณด้านนอกของบ้าน แต่ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะเปิดให้เข้าไปชมภายในตัวบ้านชั้นที่ ๑ และชั้นดาดฟ้า ให้เข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิม และหากท่าน ดร. ปัญญาไม่ติดภาระกิจใด ๆ ในช่วงวันหยุดท่านก็จะบรรยายให้ฟังอีกด้วย การเดินทาง บ้านสุขาวดีอยู่อำเภอบางละมุงทางด้านชายฝั่งทะเล ใกล้กับโรงแรมชลจันทร์ และอยู่ไม่ไกลจากที่ว่าการอำเภอบางละมุง โทร. ๐ ๓๘๒๒ ๓๕๓๖-๙

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *