ศาสตร์จูงใจคนพันธุ์ Y

ศาสตร์จูงใจคนพันธุ์ Y
ภาณุวัฒน์ เบ็ญเราะมาน ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท ฮิววิท แอสโซซิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
HR ที่ประสบความสำเร็จในการจูงใจเด็กเจนวาย ต่างยืนยันเกือบเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำงานด้วยแล้วสนุก มีสีสัน
“ลองนึกภาพเด็กที่พ่อแม่คอยรับคอยส่งตอนไปเรียนหนังสือสิครับ แถมยังแบ่งเวลาไปเรียนพิเศษที่โน่นที่นี่อีก”
เด็กกลุ่มนี้มีโอกาสได้เผชิญโลก เผชิญชีวิต และเผชิญกับปัญหาอยู่บ้าง แต่อย่างไรเสีย ก็ไม่ได้ลำบากตรากตรำมากเท่ากับคนรุ่นอื่น
เพราะเขาเกิดขึ้นมามีมือขวาถือเมาท์เอาไว้คลิก ส่วนมือซ้ายกำรีโมตเอาไว้แน่น พร้อมเปลี่ยนช่องในสถานการณ์ที่ไม่สบอารมณ์
ทุกยุคสมัยจะมีเด็กบางคนโชคดี เกิดมาพร้อมกับหนีบช้อนเงินช้อนทองมาด้วย แต่ในยุคความเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีและการไหลบ่าของ 3G
มีเด็กเกินโหลและอีกนับล้านโหล ที่กอดคอและเติบโตขึ้นมา ในวัยที่ไล่เลี่ยกับมือถือ ไอพอด เอ็มพี 3 กูเกิล และเอ็มเอสเอ็น
เฉพาะคนเจนวายในประเทศไทยเอง ตกอยู่ในราว 20 ล้านคน หรือเท่ากับ 30% ของคนทั้งประเทศ
เป็นกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี 1981-2000 และเพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงาน
สำหรับมุมมองใครหลายคน เด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกลุ่มนี้ กำลังวาดลีลาเท้าไฟในที่ทำงาน จนคนรุ่นอื่นๆ ต้องถอยไปตั้งหลัก 3 ก้าวและวิ่งหาไทลีนอล
แต่สำหรับบรรดา HR แล้ว ภารกิจจับปูใส่กระด้งนี้ ถึงจะต้องทอดถอนใจจนต้องกินยาแก้ปวดในบางครั้ง แต่ท้ายที่สุดแล้วโทษฐานที่คนเจนวายเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ที่จะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญองค์กร
ถ้าเปลี่ยนจากยาแก้ปวดเป็นวิตามินซีและแคลเซียมให้องค์กรได้ ประกาศเกียรติคุณ HR เด็กแนว คงไม่ไกลเกินเอื้อม
“คนเจนวายเป็นพวกมั่นใจตัวเอง เชื่อในสิ่งที่คิด แบบว่ามันต้องใช่สิ ใช่ และมันต้องใช่แน่ๆ เพราะผ่านการค้นคว้าจนดึกจนดื่น”
เป็นกลุ่มคนที่ชอบหาแนวร่วมมารับฟัง (อาจต้องทนฟังในบางครั้ง) และไม่ใช่แค่รับฟังเปล่าๆ แต่ต้องให้เกียรติโดยการเคารพไอเดียกันด้วย
“ไม่ใช่ว่าต้องรับ แต่ควรรับฟัง และให้ความสำคัญ”
ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนเจนวาย โดยไม่ต้องไปพึ่งหมอดู ให้หันซ้ายหันขวาไปมองดูคนข้างๆ คนที่คุณเห็นอยู่ตรงหน้า เขาและเธอไม่ชอบถูกจำกัดด้วยกรอบของเวลาหรือเปล่า แต่ชอบวัดทุกตารางนิ้วกันที่ผลของงาน ที่สำคัญคนเจนวายเหล่านี้ชอบท่าทีแบบเบิร์ด เบิร์ด สบายๆ และยืดหยุ่นได้สูง
“เจนวายมักจะค้านหัวชนฝา เวลาเจ้านายเข้มงวดให้มาทำงานตามเวลา”
นอกจากพื้นที่ที่ทำงานแล้ว เจนวายยังชอบขยายแนวไปสู่งานสังคม “คนเจนวายชอบสังคมครับ” ชอบทำงานกับคนที่คลิก มีบรรยากาศสนุกสนาน ถึงจะไม่สนุกสุดเหวี่ยงเหมือนเวลาอยู่บนฟลอร์ ขออย่างเดียวอย่ามามัวแต่เจ่าจุก ทำงานนิ่งเงียบเป็นโรบอท ยิ่งถ้าต้องแต่งตัวเรียบร้อยมากไปก็คงอึดอัด สมองพานจะไม่ทำงาน
ขอให้มีอะไรหวือหวาสักนิด ได้ทำสีผมอินเทรนด์สักหน่อย ดูเฮฮาไปบ้าง แต่สมองก็ยังทำงานและคิดอ่านทำสิ่งดีๆ ให้กับองค์กร
เรื่องที่หลายคนเกือบช็อกเวลาสัมภาษณ์คนเข้ามาทำงาน แล้วมาถึงช็อตเด็ดการให้ผลตอบแทนในการทำงาน
เจนวายแคร์เรื่องเงินๆ ทองๆ พอๆ กับความสุขในโลกส่วนตัว
“ถ้าคุณสัมภาษณ์เจนวาย แล้วเจอคำถามเหมือนตัวเองถูกตรึงว่า แล้วหนูจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ค่ะ ก่อนจะถามว่างานหนูมีอะไรบ้างคะ”
ก็อย่าเพิ่งแปลกใจไป
เพราะถ้าเขาและเธอรอดพ้นหมากกลการสัมภาษณ์อันทรงพลังแล้ว เด็กรุ่นใหม่พร้อมชาร์จไฟในตัวเหล่านี้ พร้อมจะทุ่มเททำงานเต็มที่ ยินยอมเป็นผู้ตามที่ดี ภายใต้เงื่อนไขนิดเดียวว่า ต้องเจอผู้นำที่เก่ง จริงใจ จริงจัง สามารถเรียนรู้เป็นต้นแบบได้
“เด็กรุ่นนี้ชอบงานที่ท้าทายความสามารถ ผู้นำต้องรู้ใจ อย่าให้ทำงานซ้ำซากเหมือนเดิมทุกวัน เขาจะเบื่อ และรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า ต้องหาเวลาให้ได้ลองของใหม่บ่อยๆ เพิ่มรสชาติให้ชีวิต”
ผมเห็น HR ที่ประสบความสำเร็จในการจูงใจเด็กเจนวาย ต่างยืนยันเกือบเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำงานด้วยแล้วสนุก มีสีสัน
แต่ละยุค แต่ละสมัย แต่ละช่วงวัยของชีวิตคน ต่างก็มีวัฒนธรรมทางความคิด ความต้องการ การดำเนินชีวิต และการแสดงออกที่ต่างกัน
หลายเสียงของคนรุ่นเจนเอ็กซ์กับคนยุคหลังสงครามเบบี้บูมเมอร์ ส่วนใหญ่จะบอกว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยสู้งาน ไม่ชอบงานหนัก ช่างกล้าซะจริงๆ
ซึ่งถ้าพิจารณาให้ดีและด้วยใจเป็นธรรม ก็ต้องมาสังเคราะห์กันให้ได้ว่า ที่ว่าไม่สู้งานนั้น ใจไม่สู้จริงๆ หรือตกเย็นกลับบ้านตามเวลาทำงาน และได้งานสำเร็จตามเป้าหมาย
คนเจนอื่นอาจมองว่า ต้องกลับบ้านหลังนาย และกลับดึกเข้าไว้ ถึงจะแปลว่ามีใจสู้ เหล่านี้เป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ HR ต้องทำความเข้าใจ และหาให้ได้ว่าแรงจูงใจจุดไหนบ้าง ที่จะนำไปสู่ใฝ่สัมฤทธิ์ในเนื้องาน
ทุกยุคสมัยจะมีเด็กบางคนโชคดี เกิดมาพร้อมกับหนีบช้อนเงินช้อนทอง แต่ในยุคแห่งเทคโนโลยี มีเด็กนับล้านโหล ที่กอดคอและเติบโตในวัยที่ไล่เลี่ยกับมือถือ ไอพอด เอ็มพี 3 กูเกิล และเอ็มเอสเอ็น
ในก้าวจังหวะที่ความสำเร็จองค์กรไม่ได้ชี้วัดกันแค่ความมั่งคั่ง แต่ต้องรุ่มรวยด้วยความรู้ และการจัดการสมัยใหม่ ท่ามกลางความสลับซับซ้อนของผู้คน
Side bar
6 วิธีคิดพัฒนาคนเจนวาย
1. ต้องเข้าใจ เข้าใจ และเข้าใจ ภายใต้เนื้องานที่ท้าทาย มีเป้าหมายที่วัดได้
2. คนที่เป็นหัวหน้าและผู้นำ ต้องเป็นคนพันธุ์ต้นแบบ ให้ความสำคัญกับความคิดคนเจนวาย ให้โอกาส และการเติบโตในอาชีพไม่จำกัดตัวแค่แนวตั้ง แต่ต้อง 360 องศา หมุนได้รอบทิศทาง
3. สร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน แบ่งปันพื้นที่ share idea เปิดพื้นที่โล่งทางความคิด จะเป็น innovation center หรือ mobile office ก็เข้าทีดี แต่อย่าแค่คิด ต้องรีบทำ
4. มองหาจุดแข็งคนเจนวาย แล้วนำมาปรับใช้
5. ค่าตอบแทนคนเจนวายควรอยู่ในระดับที่แข่งขันได้กับตลาด เพิ่มความยืดหยุ่นและเปิดทางเลือก
6. ผู้นำอย่าทำตัวตกยุค ให้สร้างรสชาติใหม่ๆ ของการสื่อสารผ่าน blog, hi 5, green space กระดานรับฟังทุกข้อคิดเห็นและคำติชม

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *